
ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่า ปัจจัยสำคัญสำหรับความคิดสร้างสรรค์ดีๆและมุมมองที่แตกต่าง ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตของคนเรา ก็คือการแสวงหา Input หรือวัตถุดิบใหม่ๆ มาเติมการรับรู้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่อยู่นอกกรอบของกฎเกณฑ์และความคุ้นเคย

XIM Bangkok ค็อกเทลบาร์ที่ซ่อนอยู่แบบเกือบลับในซอยสุขุมวิท 49 ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เราจะแวะมา “เติม” การรับรู้ใหม่ๆให้ชีวิต ภายในบรรยากาศที่ดูเรียบขรึม ตกแต่งแบบเรียบที่สุด เหมือนคนพูดน้อย แต่ดูน่าสนใจ เปิดร้านเข้ามาสิ่งแรกที่สะดุดตาคือเป็นบาร์ที่ไม่มีขวดเหล้าโชว์แบรนด์อยู่หลังเคาน์เตอร์เลย ทุกอย่างในร้านดูเหมือนห้องทดลองอะไรสักอย่าง ที่มี mixologist หนุ่ม 3-4 คนก้มหน้าก้มตาปรุงเครื่องดื่มสูตรเด็ดอยู่หลังบาร์

XIM Bangkok เป็นบาร์ค็อกเทลในเครือเดียวกับ THAY ผับดังย่านเอกมัยที่ขายดีคนแน่นตลอด แต่บรรยากาศที่นี่จะออกแนวขรึม นิ่ง โอบกอดนักดื่มด้วยเพลงที่ทำให้หัวใจเต้นช้าลง ก่อนที่เครื่องดื่มจากฝีมือ mixologist หลังบาร์จะมาเร่งจังหวะหัวใจให้เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามดีกรีที่เขาเสิร์ฟ

เมนูร้านนี้ผ่านการครีเอทมาอย่างเท่ด้วยการผสมทั้งแนวคิดด้านศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรมท้องถิ่น และจินตนาการ รวมถึงความลึกลับของส่วนผสมโดยเฉพาะเหล้าหลายตัวที่เขาทำเองจากห้องทดลองส่วนตัว เหมาะสำหรับคนใจกล้า ชอบลองของ RARE ไม่ติดแบรนด์ แบ่งออกเป็น 4 Chapter คือ
Chapter 1 : มัชฌิม – สมดุล ประกอบด้วย ค็อกเทล 4 ตัว
-
Science Vs. Nature ซี่งเป็นดริ้งค์สไตล์คมบุฉะ มีส่วนผสม คือ Ketel One, ขึ้นช่าย-เซ็นไม คมบูชะ, สเปียร์มิ้นต์, แตงกวา, ดินลิ่ม และ แอปเปิลแกรนนีสมิธ การ์นิชด้วยต้นอ่อนข้าวสาลี
-
Eat Vs. West มาเป็นรูปลักษณ์ของเบียร์ค็อกเทล ที่มีส่วนผสมของ Los Siete Misterios Mezcal, บาร์บีคิวทาปาเช่, กิมจิ, น้ำมันไก่ย่าง, น้ำผึ้งป่า และอัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์
-
Rich Vs. Poor เป็นดริ้งค์สไตล์ Flip ที่มีความครีมมี่ ที่มี เหล้ากลั่น Tim Tam, Michter’s Bourbon, ชานมเครื่องเทศผสมมัสคาร์โปน และ โคลด์-อินฟิวซ์ดพิงค์เบอร์เบิร์นแครนเบอร์รี่ การ์นิชด้วยแครอทเค้ก
-
Vice Vs. Virtue เป็นมิลก์เชคสำหรับผู้ใหญ่ ที่ใช้นมของอินเดีย, Disaronno Amaretto, Amontillado Sherry, ยาชงสมุนไพรออกซิเมล, วนิลลาเวห์, งาดำ และแบล็กเบอร์รี่
.
Chapter 2 : Mix – การผสมผสานให้ได้รสชาติใหม่ โดยดริ้งค์ที่อยู่ในบทนี้มีด้วยกัน 4 ตัว
-
Time ใช้วัตถุดิบและกรรมวิธีในการทำที่สื่อถึงรากเหง้า (Origin) ความร่วมสมัย (Conteporary) และอนาคต (Future) ประกอบด้วย Roku Gin, รีคาร์บอเนต จินเจอร์เอล บัลเซมิกสตรอว์เบอร์รี่ตากแห้ง, โฟมเพสโต และพาเมซาน
-
Space กล่าวถึงทุ่งหญ้า เมืองใหญ่และดินแดนเหนือจินตนาการ ประกอบด้วย เหล้ากลั่นชาอู่หลง, ซอลเต็ดคาราเมลน้ำปลา, สยาม ไวล์ด จูส, กุ้งแห้งโซลูชั่น และใบโหระพา
-
Matter ว่าด้วยเรื่องของแข็ง ของเหลวและก๊าซ มีวัตถุดิบ คือ Altos Tequila Blanco, ยาคูลท์, มัสคัตลิเคียวร์, ชิโซะแห้ง, มะม่วง, กิวี่ และ ครัมเบิ้ลขนมทองพร้าว หรือขนมทองม้วนในภาษากลาง
-
Color ว่าด้วย แม่สีทั้งสาม แดง, น้ำเงิน และเหลือง ประกอบด้วย Altos Tequila Blanco, Noilly Prat Dry, โซดา โรสเลมอนเนด อุเมะโบชิ-ดอกชบา, น้ำแข็งดอกอัญชัน-คมบุ และยูซุ-เสาวรสโฟม
..
Chapter 3: Chim (ชิม) – ว่าด้วยการลิ้มรส ในบทนี้มีดริ้งค์ทั้งหมด 4 ตัวเช่นกัน
-
Toasted Rice + Banana + Galangal มีส่วนประกอบของ ข่ากลั่น, ข้าวเหนียวคั่ว, กล้วยหอมโอลิโอซัคครั่ม, ซูเปอร์จูสกล้วย, น้ำมะนาว และสับปะรดปัตตาเวีย
-
Sai Ua + Cheese ประกอบด้วย เหล้ากลั่นซ้ำเเชดด้าชีสแดง, พาเมซานชีส, Noilly Prat Dry, ไฮโดรซอลไส้อั่ว และน้ำมันแกงเหนือ-ไส้อั่ว
-
Raisin + Wood มีส่วนผสม คือ Michter’s Bourbon, Sherry Heering, ลูกเกดดำที่ถูกเพรเชิร์ดคูกต์, Fernet Branca, ซาไลน์โซลูชั่น และไฮโดรซอลไม้พาโลซานโต
-
No Chocolate มีวัตถุดิบ คือ Ron Matusalem Solera 15 ปี, Dissarono Amaretto, Cochi Dry, Frangelico ที่ถูกเพรชเชิร์ดคุกต์กับลำใย และเชอร์รี่แดง
.
Chapter 4: Xim (ซิม) ว่าด้วยสีสัน งานรื่นเริง และการเฉลิมฉลอง
-
Bilimbi ใช้ Lilit Thai Spirit, ตะลิงปลิง-ส้มโอ คอร์เดียล, น้ำดองตะลิงปลิง, แอเพอราทิฟสมุนไพรไทย, น้ำหอมมะลิ และผงทาฮีน
-
Mustard Green มีส่วนผสมของดิสทิลเลตผักกาดหิ่น, ลูคาโน อมาโร, ไซรัปขิงเผา, ลิ้นจี่, เลมอน, ไข่ขาว, โมจิอบแห้ง และยูซุโคโช
-
Mangosteen ประกอบด้วยพิสโก Demonio de los Andes, เปลือกมังคุดซูวีด์, โซดาฝรั่ง–คาลพิส, องุ่นเคียวโฮ และซอร์เบต์มังคุด
-
Termite Mushroom ทำจากสาเก Honjozo Tamagawa, คอนซอมเม่เห็ดโคน, ต้นหอมญี่ปุ่น และปลาหมึกแห้ง

ค็อกเทล 4 Chapter นี้ถ้าลองครบบอกเลยว่า ไม่ควรขับรถกลับบ้านเองเด็ดขาด เพราะตอนกินก็เหมือนเบาๆ ไม่แรง ดื่มง่าย แต่พอกลับไปนอนนี่หลับเป็นตาย ตื่นมาเที่ยง

เหตุผลที่ค็อกเทลร้านนี้ดื่มง่าย ดื่มได้ต่อเนื่องหลายสูตร โดยไม่รู้สึกเมาหรือบาดคอ เพราะ mixologist มีพรสวรรค์ในการสร้างสมดุลของรสชาติได้ลงตัวจนต้องยกนิ้วให้ แม้ส่วนผสมหลายตัวอ่านชื่อแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า จะเอามาทำเป็นค็อกเทลไม่ให้หลอนได้ยังไง แต่ปรากฎว่าเขาทำได้สำเร็จสวยงามมาก แอบถามเลยได้คำตอบว่า ทีมนี้เขาแพลนไปแข่งบาร์เทนเดอร์ในเวทีระดับสากลและเตรียมกวาดรางวัลมาครอง คิดว่าน่าจะได้ไม่ยาก

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านนี้ดื่มสนุกน่านั่งคือบริการ การต้อนรับที่เป็นมิตร ให้เกียรติ และให้ข้อมูลลูกค้าอย่างครบถ้วน ทั้งจาก mixologist คือ คุณตั้ม และคนที่ดูแลการต้อนรับคือ คุณหนุ่ม รวมถึงเพื่อนร่วมร้านที่รสนิยมคล้ายๆกันคือ ตั้งใจมาดื่มค็อกเทลจริงๆ ไม่ได้มาเพื่อเช็คอินถ่ายรูป หรือเพื่อมาซัดแอลกอฮอล์แรงๆให้เมาและฟังเพลงดังๆ โดยรวมจึงทำให้ XIM Bangkok เป็นอีกหนึ่งบาร์ค็อกเทลที่น่าจะมาแรงในย่านนี้แบบไม่ต้องพูดเยอะ แต่เน้นคิดเยอะแทน

ไม่ใช่แค่คิดสูตรเครื่องดื่มแบบลึกซึ้ง แม้แต่ คำว่า Xim ที่เป็นชื่อของร้านที่ฟังดูง่ายๆ แต่จริงๆเขาผ่านการคิดมาเยอะมาก เพราะคำนี้แฝงไปด้วยปรัชญาและซ่อนความหมายที่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ “ฌิม” ที่มาจากปรัชญาทางศาสนาพุทธ “มัชฌิมาปฏิปทา” ที่ว่าด้วย “ความสมดุล” (Balance) ซิมในภาษาม้ง ที่แปลว่า “การเฉลิมฉลอง” รวมถึง คำว่า ชิม ที่แปลว่าการลิ้มรส และเมื่อกลับตัวสะกดจากหลังไปหน้า จะได้คำว่า MIX ที่แปลว่า “ผสม” เหมาะกับความเป็นร้านเหล้าเป๊ะ

เป็นอีกหนึ่งร้านเก๋ที่เหมาะจะนัดคนคอเดียวกันมาชนแก้วคุยกันเบาๆยาวๆ ดื่มเพลินๆ มาง่ายเพราะอยู่ริมถนนซอยสุขุมวิท 49 มีที่จอดรถสะดวกสบาย แต่ขอแนะนำว่า ถ้าคุณไม่มีคนขับรถมานั่งรอรับส่งกลับบ้าน ควรใช้บริการเรียกรถมารับหรือนั่งแท็กซี่จะดีกว่า เพราะด้วยความที่ค็อกเทลเขาดื่มสนุก คุณอาจเผลอชิมไปหลายแก้ว และอาจเมาไม่รู้ตัว เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรขับรถเองดีที่สุด จะได้เอนจอยให้เต็มพิกัด
.
Text: Wannasiri Srivarathanabul / Editor@hiclassSociety.com
















