Pucci นำเสนอคอลเล็กชั่น Very Vivara โดยใช้ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ “Camille Miceli” ลงบนลายพิมพ์ Pucci ที่มีความโดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงทางเรขาคณิต ความเป็นนามธรรม และความเป็นธรรมชาติ ถูกเรียบเรียงไว้ในคอลเล็กชั่น Vivara ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังนำเสนอพลังอันน่าหลงใหลอันเป็นองค์ประกอบของธรรมชาติบนโลก ไม่ว่าจะเป็นความพลิ้วไหวของคลื่นและสายน้ำ ความงดงามของการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ผ่านลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Pucci และเปี่ยมไปด้วยความคลาสิกและร่วมสมัยสะท้อนผ่านเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างลงตัว
.
Camille Miceli นำเสนอคอลเล็กชั่น Very Vivara โดยใช้ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอลงบนลายพิมพ์ Pucci ที่มีความโดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงทางเรขาคณิต ความเป็นนามธรรม และความเป็นธรรมชาติ ถูกเรียบเรียงไว้ในคอลเล็กชั่น Vivara ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังนำเสนอพลังอันน่าหลงใหลอันเป็นองค์ประกอบของโลก ไม่ว่าจะเป็นความพริ้วไหวของคลื่นและสายน้ำ ความสวยงามของการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ นับตั้งแต่เปิดตัวแบรนด์ในปี ค.ศ. 1965 ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Pucci ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันหลากหลาย ภายใต้ความงดงามของการร่องเรือบนท้องทะเล จนกลายมาเป็นชื่อน้ำหอมอย่าง Vivara ที่ Camille ได้นำกลับมาเล่าด้วยการจุดประกายความสร้างสรรค์ผลงานในคอลเล็กชั่นนี้



ปัจจุบัน Vivara เป็นหนึ่งในลายพิมพ์อันเป็นมรดกของดีไซน์เนอร์ และเป็นคอลเล็กชั่นล่าสุดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากแรงบันดาลใจของ Camille ที่มาจากช่วงพีคสุดชิคของฤดูร้อน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับการท่องเที่ยวในเมือง หรือการเดินเที่ยวเล่นริมชายหาดที่ชายทะเล ลุคหลักของคอลเล็กชั่นนี้ ได้แก่ กางเกงและกระโปรงพร้อมกระเป๋าคาร์โก้ (cargo) ชุดเดรสสไตล์ 60 พร้อมคัตติ้งเอ้าจากผ้ากาบาร์ดีน (gabardine) อีกทั้งเครื่องแต่งกายสำหรับบุรุษ และผ้าฟาลาร์ด (foulard) ชุดเดรสที่มาพร้อมด้วยเครื่องประดับอย่างโซ่หรือเครื่องประดับที่มีกลิ่นอายของหนัง ชุดผ้าคาฟทัน (caftans) ที่พลิ้วไหว ซึ่งกลายมาเป็นซิกเนเจอร์ในปัจจุบันของแบรนด์ Pucci ชุดเสื้อผ้าบุรุษที่สะท้อนเรื่องราวเดียวกัน ตั้งแต่เสื้อเบลาส์ (blousons) และแจ็กเก็ตที่สะดุดตา ไปจนถึงผ้าเดนิม (denim) ที่ดูลงตัวยิ่งขึ้นมาพร้อมด้วยเสื้อยืดสบายๆ ที่คัดสรรมาอย่างพิเศษ
.
นอกจากนี้คอลเล็กชั่น Vivara ยังมีลายพิมพ์ใหม่สุดพิเศษถึง 3 ลาย ที่บ่งบอกถึงฤดูกาลนี้ด้วยการผสมผสานสีสันและความเย้ายวนใจ ประกอบไปด้วย Cigni ลายพิมพ์ที่เสกสรรความโค้งแบบคอหงส์ด้วยรูปทรงโค้งมนที่สง่างามและมีพลัง, Bersaglio ลายพิมพ์ที่เป็นลวดลายที่มีรูปแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงการหมุนวนของสีสันอันไม่มีที่สิ้นสุด และ Chiave ลายพิมพ์ที่ใส่ลูกเล่นของ Pucci ให้เป็นลายทางสุดคลาสสิก อีกทั้ง ยังมีลายพิมพ์อื่น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นลายพิมพ์ Marmo ที่ถูกนำหยิบมานำเสนอใหม่ โดยขยายลายพิมพ์ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เห็นเอฟเฟกต์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น และการนำเสนอผ้าเดนิมโดยใช้เทคนิคการอบเลเซอร์ เพื่อให้ลายพิมพ์มีความเด่นชัด และรวมไปถึงผ้าแชมเบรย์ (chambray) เนื้อผ้าที่มีความเบาสบาย และลายพิมพ์สุดคลาสสิกอย่าง Pesci และ Iride ก็ยังคงนำมาใช้ในคอลเล็กชั่นนี้ด้วยเช่นกัน ผ่านผ้าป๊อปปลิน (poplin) สุดเรียบหรูไปจนถึงเดรสผ้าเจอร์ซี่ (jersey) ที่ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย
.
ซีซั่นนี้เปิดตัวรองเท้าแตะรุ่นใหม่ที่มีเส้นโค้งซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเส้นของ Marmo พร้อมด้วย กระเป๋าและเครื่องประดับให้เลือกมากมาย อย่างเครื่องประดับอันทรงเสน่ห์ (charismatic jewelry) – ที่ร้อยเรียงกันเป็นชั้นๆ ด้วยจานสี, สายโซ่ และสายหนัง (Studded leather links) – วัสดุที่จะช่วยเติมเต็มคอลเล็กชัน Very Vivara ได้อย่างสง่างาม และลงตัวที่ถูกเรียบเรียงและนำเสนอในคอลเล็กชั่นล่าสุดของ Pucci
——————-
เกี่ยวกับ EMILIO PUCCI
เอมิลิโอ ปุชชี มาร์ควิส (Emilio Pucci) แห่งบาร์เซนโต (Barsento) ก่อตั้งแบรนด์ที่ใช้ชื่อของเขาในปี 1947 โดยไม่คาดคิดว่าจะเริ่มต้นอาชีพของเขาบนลานสกีของสวิส เพื่อเปิดร้านบูติกแห่งแรกใน คาปรี (Capri) ในปี 1950 เขาเป็นหนึ่งในพลเมืองของโลกที่เดินทางตลอดเวลา ระหว่างฟลอเรนซ์ (Florence) บ้านเกิดของเขา และรีสอร์ทที่เขาชื่นชอบในวันหยุดด้วยเครื่องบินเจ็ท เขาจินตนาการถึงผู้หญิงยุคใหม่ตามสัญชาตญาณการปฏิวัติที่เต็มไปด้วยสไตล์และบุคลิกภาพอันโดดเด่น เขาแต่งตัวให้สุภาพสตรีเหล่านั้นด้วยเสื้อผ้าที่เรียบ ๆ ซึ่งแสดงออกถึงแนวคิดใหม่แห่งความสง่างาม รวดเร็ว สนุกสนาน เป็นธรรมชาติ และไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เขาประทับใจในแนวคิดเรื่องชุดกีฬาแบบอเมริกันเนื่องจากสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ ความต้องการที่จะเข้าถึงความสะดวกสบายอย่างแท้จริงของเขาได้ผสมผสานกับรสนิยมที่มีมาตั้งแต่กำเนิดในด้านความงดงามและความหรูหรา เขาทิ้งร่องรอยการออกแบบเหล่านี้ไว้อย่างถาวร ด้วยการทำลายพิมพ์ที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเจ้าชายแห่งลายพิมพ์
Related contents: