
โพรงลึกลงไปในแนวดิ่งถึง 30 เมตร มีทางเดินและทางออกทางเดียวประมาณ 120 เมตร เป็นที่รู้จักกันว่า ถ้ำผลึกแคลไซต์แม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน คือชื่อที่นักธรณีวิทยาให้ไว้กับที่แห่งนี้ เนื่องจากภายในถ้ำเต็มไปด้วยผลึกแคลไซต์ (Calcite) รอบด้านทั้งบริเวณผนัง พื้นและเพดานของถ้ำกล่าวกันว่าถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำผลึกแคลไซด์ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยและพบเป็นแหล่งที่ 2 ในทวีปเอเชียโดยแห่งแรกอยู่ที่ประเทศจีน
ผลึกมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันมากมายหลายแบบจับตัวกันมองดูคล้ายเกล็ดน้ำแข็ง ดอกเข็ม และโคมไฟเพดาน มีสีขาวใส เหลือง แดง มีความสวยงามตามธรรมชาติ มีคุณค่าและความสำคัญต่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย
ภายหลังต่อมาในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544 สมเด็จพระนางจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรถ้ำแม่ลาน้อยและได้พระราชทานนามถ้ำแม่ลาน้อยเป็นชื่อ “ถ้ำแก้วโกมล” และได้พระราชทานนามชื่อห้องในถ้ำแก้วโกมลซึ่งอยู่ภายในถ้ำเป็นชั้นๆจำนวน 5 ชั้นดังนี้
- ชั้นที่หนึ่ง นามห้อง พระทัยธาร
- ชั้นที่สอง นามห้อง วิมานเมฆ
- ชั้นที่สาม นามห้อง เฉกหิมพานต์
- ชั้นที่สี่ นามห้อง ม่านผาแก้ว
- ชั้นที่ห้า นามห้อง เพริดแพร้วมณีบุปผา
ถ้ำแห่งนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดปีแต่ช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน เพราะเป็นช่วงที่น้ำในถ้ำแห้งสนิท ไม่เปียกชื้น รวมถึงไม่มีหยดน้ำจากเพดานถ้ำให้รำคาญ และเนื่องจากถ้ำแก้วเป็นโพรงถ้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน อากาศถ่ายเทไม่สะดวก นักท่องเที่ยวที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวจึงไม่ควรเข้าไปในถ้ำหรือหากต้องการเข้าไปชมภายในถ้ำควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่พาชมก่อนเพื่อความปลอดภัย





Credit : Oceansmile
