Vacheron Constantin ปรุงแต่งรูปโฉมอยู่ภายใต้อาภรณ์อันประณีตวิจิตร

10450Fverso

นับเป็นอีกบทหนึ่งของการเดินทางข้ามทวีปอย่างแท้จริง เมื่อ Vacheron Constantin ได้เปิดตัวนิทรรศการครั้งใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ซึ่งอุทิศให้กับประวัติศาสตร์ของการตกแต่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูง บนเวทีจัดแสดงผลงานนาฬิการุ่นประวัติศาสตร์มากถึงราว 40 เรือน จากการคัดสรรเรือนเวลาถึง 1,200 เรือนภายในคอลเลคชั่นส่วนตัวของโรงงานการผลิต เพื่ออุทิศให้กับการแสดงออกถึงมรดกทางศิลปะหลักอันหลากหลายของแบรนด์ โดยการเดินทางครั้งนี้ยังได้ร่วมพิสูจน์ถึงบทบาทแห่งความเชี่ยวชาญและพลังการสร้างสรรค์อันล้นเหลือในสาขาศิลปะการตกแต่ง อันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะสูงสุดของโรงเรียนช่างนาฬิกา ณ เมืองเจนีวาแห่งนี้

การตกแต่งในประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกานั้นเป็นมากกว่าปรากฏการณ์ทางแฟชั่น โดยเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16ท่ามกลางสงครามศาสนา การสวมใส่เครื่องประดับกายและสิ่งของล้ำค่าที่แสดงถึงฐานะทางสังคมนั้นได้ถูกขับไล่โดยการตกแต่งในประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกานั้นเป็นมากกว่าปรากฏการณ์ทางแฟชั่น โดยเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16ท่ามกลางสงครามศาสนา การสวมใส่เครื่องประดับกายและสิ่งของล้ำค่าที่แสดงถึงฐานะทางสังคมนั้นได้ถูกขับไล่โดย Jean Calvin และเป็นการตัดสินที่นำทางให้เหล่าช่างทองในยุคสมัยนั้นต่างต้องเสาะแสวงหาสาขาใหม่ๆ เพื่อแสดงออกถึงงานศิลปะของพวกเขา สู่ศิลปะที่เกิดขึ้นกับนาฬิกาซึ่งไม่ได้ถูกนับว่าเป็นเครื่องประดับอัญมณีและนับจากนั้นเป็นต้นมา

การประดิษฐ์นาฬิกาหรูหราก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่และเริ่มนำเสนอเรือนเวลาที่ไม่ได้บรรจุไว้เพียงความโดดเด่นด้านเทคนิค แต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยความล้ำเลอค่า กระทั่งต่อมาโรงงานการผลิตนาฬิกาแห่งเจนีวา(Fabrique genevoise) ก็มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในระดับสากล รวมถึงการที่ช่างอัญมณีและช่างลงยาผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ก็ได้ถูกจัดรวมไว้ในกลุ่มของช่างฝีมือผู้ทรงเกียรติจากการสร้างสรรค์นาฬิกาอันสง่างาม งดงามและหรูหราอย่างแท้จริง และเรือนเวลาเหล่านี้ยังกลายเป็นตัวแทนบทสนทนาอันน่าสนใจของยุคสมัย ท่ามกลางกระแสนิยมในงานศิลปะและอิทธิพลของศิลปะอันหลากหลาย โดยเฉพาะแรงบันดาลใจจากความใฝ่ฝันและจินตนาการถึงดินแดนที่แสนห่างไกล รวมถึงความกล้าที่จะเปิดโลกกว้างออกไป นั่นทำให้ Vacheron Constantin ได้ปลูกฝังประวัติศาสตร์อันแข็งแกร่งให้กับประดิษฐกรรมแห่งศิลปะเหล่านี้ ผ่านกาลเวลาเกือบ 260 ปีของการก่อตั้งและดำรงอยู่ของแบรนด์เรื่อยมา

11470a_

ณ บริเวณชั้นหนึ่งของ Maison Vacheron Constantin บนถนน Quai de l’Ile ของเจนีวา ตู้กระจกจัดแสดงผลงานได้ถูกจัดวางขึ้นรายล้อมรอบอาณาจักรทั้งสี่: อันได้แก่ โลกตะวันออก, กรีซ, ยุโรป และสถาปัตยกรรมเปิดเปลือยโปร่งของช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อเผยให้เห็นถึงมรดกอันล้ำค่าของเหล่านาฬิกาข้อมือและนาฬิกาพก ที่ทำให้เราได้ค้นพบความงดงามและความประณีตสูงสุดแห่งศิลปะการตกแต่งมากมายในโลก รวมไปถึงเทคนิคการลงยาอันหลากหลายที่มีบทบาทสำคัญต่อการนำมาประยุกต์ใช้ร่วมไปกับศิลปะการตกแต่งแขนงอื่นๆ อาทิ การแกะสลัก การแกะลายกิโยเช่ การประดับอัญมณีและศิลปะการเจียระไนพลอย ที่ล้วนนำมาผสมผสานกับการตกแต่งเรือนเวลาเหล่านี้เช่นกัน

โดยการเยี่ยมชมนิทรรศการจะเริ่มต้นที่อาณาจักรของโลกตะวันออกกับศิลปะของอินเดียและนาฬิกาพกลงยาแบบฌอมป์ลีฟ(champlevé) อันละเอียดอ่อน จากปี ค.ศ. 1831 ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์อันหรูหรามีสีสันของพรมลายดอกประดับและถ่ายทอดด้วยงานลงยา เรื่อยไปจนถึงการค้นพบความหรูหราวิจิตรของการตกแต่งสไตล์จักรวรรดิออตโตมัน(Ottoman) ด้วยนาฬิกาพกที่รังสรรค์ขึ้นจากปี ค.ศ. 1824 มาพร้อมตัวเรือนประดับตกแต่งอย่างรุ่มรวยด้วยงานแกะลายดอกไม้มีชีวิตชีวา ชวนให้หลงใหลด้วยงานแกะรูปสลักที่นำมาประดับไว้ภายหลัง โดยการใช้เทคนิคการตกแต่งแบบแกะลายและการประดับประดาด้วยอัญมณีเทอร์ควอยซ์และอเมธิสต์ สร้างเป็นภาพอันหนักแน่นตระการตา แต่ก็ลุ่มลึกอ่อนโยนด้วยหัตถฝีมือการตกแต่ง ขณะที่ภายใต้อาณาจักรของเอเชียก็มีตัวแทนของเรือนเวลาที่ตกแต่งไปด้วยต้นเชอร์รี่ออกดอกผลิบาน แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วตัวเรือนประดับหยกสีเขียวอ่อน และประดับด้วยเพชรอีกเล็กน้อย มอบเป็นความละเอียดอ่อนอันประณีตวิจิตรที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์แห่งศิลปะในโลกตะวันออก

จากนั้นเราจะเดินทางต่อไปยังอีกทวีปหนึ่งซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่มากมายที่ค้นพบได้ในยุคกรีกโบราณ โดยในปี ค.ศ. 1921 เหล่าศิลปินของ Vacheron Constantin ได้ประดิษฐ์ผลงานขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยลวดลายงานลงยาแบบฌอมป์ลีฟ ณ บริเวณกลางหน้าปัด ถ่ายทอดเป็นภาพของ Hermès บนรถเทียมม้าของเขาประดับขอบด้วยลายบัวหรือลายประดับบนเสาสไตล์ Hellenistic-style กับอีกหนึ่งงานสร้างสรรค์ของการลงยาแบบฝ้าหรือกึ่งโปร่งแสงออกมาเป็นลวดลายลูกไม้ทำจากแพลทินัมที่ช่วยปกป้องงานตกแต่งของการแกะลายกิโยเช่ด้วยมือ องค์ประกอบอันบอบบางละเอียดอ่อนน่าทึ่งเหล่านี้ได้สะท้อนถึงประเพณีอันยิ่งใหญ่ของศิลปะการทำลูกไม้ของฝรั่งเศส

อาร์ต เดโค ถือเป็นยุครุ่งเรืองของเทคนิคการใช้สีแบบสองโทน ด้วยรูปทรงและลวดลายเรขาคณิต การประดับอัญมณีล้ำค่าทรงบาแก็ตต์ และการประดับอัญมณีกึ่งล้ำค่า อย่าง โอนิกซ์ ไพฑูรย์และหินปะการัง กลายเป็นสายลมโชยอ่อนอันแสนสดชื่นของศิลปะ อาร์ต เดโค ที่หวนกลับมาใหม่อย่างมีสไตล์ และพัดผ่านไปทั่วยุโรปในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20

นิทรรศการนี้ปิดท้ายด้วยการจัดแสดงของเหล่านาฬิกาสเกเลตันที่เป็นตัวแทนการอ้างอิงถึงสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเรือนเวลา ด้วยการเล่นระหว่างโลหะและความโปร่งใส ความประณีตและความเปลือยโปร่งบางเบาดุจอากาศ: ที่ถ่ายทอดผ่านเหล่ากลไกคาลิเบอร์บางพิเศษ จากการสลักเสลาเซาะเอาเนื้อวัสดุออก เพื่อเหลือไว้แต่เพียงส่วนที่จำเป็น และเปิดโอกาสให้แสงได้ส่องรัศมีทะลุผ่านกลไกเหล่านี้ หนึ่งในศิลปะการตกแต่งอันละเอียดอ่อนล้ำค่าแห่งวาเชอรอง คอนสแตนตินนี้ได้พิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญในการตีความและถ่ายทอดงานด้านศิลปะได้อย่างน่าชื่นชม

นับจากช่วงเวลาของการก่อตั้งในปี ค.ศ. 1755 โรงงานการผลิตนาฬิกาแห่งนี้ก็ได้สร้างความน่าหลงใหลให้กับผลงานสร้างสรรค์ของตนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบพรมแดนแห่งการแสดงออกด้านงานหัตถศิลป์ รายล้อมไปด้วยเหล่าศิลปินผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และทักษะผู้ยิ่งใหญ่ และหล่อหลอมด้วยความอดทนมุมานะและความชำนิชำนาญเชี่ยวชาญ นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เพียงเผยให้เห็นถึงทักษะเฉพาะหนึ่งเดียวของแบรนด์ แต่ยังสาธิตให้เห็นถึงเทคนิคแห่งการตกแต่งที่ได้เดินทางข้ามผ่านวัฒนธรรมอันหลากหลายและหลอมรวมเข้าด้วยกัน ณ จุดศูนย์กลางของหัวใจแห่งศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกา “Travels & Adrorments” ได้จัดแสดงงานศิลปะจักรกลขนาดจิ๋วทั้งหมด 47 ผลงานที่ล้วนหาชมได้ยาก และพิสูจน์ถึงความรุ่มรวยของคอลเลคชั่นสร้างสรรค์เรือนเวลาเหล่านี้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงอีกหนึ่งสาขาซึ่งไม่อาจแยกออกจากการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงได้ ทั้งในอดีตและปัจจุบันนั่นคือศิลปะ ผู้สร้างความเป็นนิจนิรันดร์ให้กับความน่าหลงใหลภายในมรดกแห่งประดิษฐกรรมเรือนเวลาอันประณีตวิจิตรสูงสุด

11087L_
ค.ศ. 1939 – นาฬิกาข้อมือสำหรับสุภาพสตรี, ทองพิงค์โกลด์ 18 กะรัต, ทับทิมบาแก็ตต์คัทและเจียระไนทรงสี่เหลี่ยม หน้าปัดเคลือบทองขัดเงา, สายแบบเชือกสองเส้นคู่ หมายเลข 11087

11131F_
สถาปัตยกรรมเปลือยโปร่งใสของช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ค.ศ. 1926 – นาฬิกาพก, ทองไวท์โกลด์ 18 กะรัต, หินคริสตัล, งานลงยาและประดับคาโบชองโอนิกซ์บนเม็ดมะยม กลไกสเกเลตันทำจากเงินเยอรมัน หมายเลข 1113

10466L_
ฝรั่งเศส ค.ศ. 1909 – จี้นาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี, ทองเยลโล่โกลด์, ลงยาแบบฝ้าหรือกึ่งโปร่งแสงบนฝาหลังแกะลายกิโยเช่ งานแกะรูปลวดลายดอกไม้จากแพลทินัมและประดับด้วยเพชร แบบนำมาติดไว้ภายหลัง หน้าปัดสีเงิน

11470a_
กรีซ ค.ศ. 1921 – นาฬิกาพก, ทองเยลโล่โกลด์ และงานลงยา, ฝาหลังตกแต่งด้วยลายบัวหรือลายประดับบนเสาสไตล์ เฮลเลนนิสติค และงานลงยาแบบฌอมป์ลีฟเป็นภาพฉากของ แอร์เมส บนรถเทียมม้าหน้าปัดสีเงิน หมายเลข 11470

10944_dosF_
เอเชีย ค.ศ. 1924 – นาฬิกาพก, ทองเยลโล่โกลด์ 18 กะรัต, ตัวเรือนหยก พร้อมด้วยงานแกะสลักและเจียระไนพลอย, ประดับเพชรโรสคัท, หน้าปัดลงยา หมายเลข 10944

10450Fverso
อินเดีย ค.ศ. 1831 – นาฬิกาพก, ทองเยลโล่โกลด์, ตัวเรือนลงยาแบบฌอมป์ลีฟ, บนลายแกะสลักเส้น หน้าปัดกิโยเช่ หมายเลข 10450

นิทรรศการ “Travels & Adrorments” จะจัดแสดงไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2014 ณ Maison Vacheron Constantin เลขที่ 7 Quai de l’Ile, 1204 Geneva
โดยการนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้นได้ที่ โทร. +41 022.930.20.05

ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
บริษัท เพนดูลัม จำกัด
เมจกา รัตน์ปิยะภาภรณ์
โทร. 0 2254 8371-3
E-mail: mayjaka@pendulum.co.th

Related contents:

You may also like...