บทความนี้ใครที่มีลูกเป็นเกย์อาจจะพอเข้าใจ ใครที่เป็นเกย์จะเข้าใจดีและรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่นั้นคืออะไร แต่ใครที่อ่านแล้วไม่เข้าใจเลยแสดงว่าคุณยังมีความเป็นชายแท้อยู่ แต่คุณจะเข้าใจเพื่อนที่เป็นเกย์มากขึ้น แล้วในบางทีคุณจะเชื่อว่า “สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”
ใครจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้ เกย์ที่มีบทบาทเป็นเกย์กล้ามปูนั้น หนวดเคราเฟิ้มดูมีความแมนสมชาย กล้ามสวย หรือที่เราเรียกกันว่า “HUNK” แต่ในขณะที่เกย์ที่เป็นผู้รับบทบาทสามีของเกย์กล้ามปูนั้นกลับเป็นเกย์ที่เอวเล็ก ผอม หน่าเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้าน ในบางรายก็ดูเรียบร้อยอีกเสียด้วย
ในขณะที่กลุ่มเกย์ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพเพื่อความเป็นธรรมและการยอมรับในสังคม ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะเปิดกว้างที่สุดในภูมิภาคนี้ก็ตาม สิ่งต่อไปนี้ก็ยังเกิดขึ้นคือมีการแบ่งความเป็นหญิงชายในระดับจิตใต้สำนึกและนั่นทำให้เกิดการกดเหยียดเกลียดชัง เลือกปฏิบัติ นำมาซึ่งความไม่เท่าเทียม
ดร.ปรเมษฐ์ ชุ่มยิ้ม ผู้เชี่ยวชาญทางเพศสภาพกลุ่มเกย์ กล่าวว่า “ตัดเกย์หญิงออกไปเพราะไม่รู้เรื่องแต่เกย์ชาย เรามีการแบ่งชนชั้นออกเป็น เกย์ที่มีลักษณะเป็นผู้ชาย (Masculinity) มาก และเป็นที่เข้าใจว่าถูกวางเอาไว้อยู่บนชั้นสูงสุดของพิรามิด ลดหลั่นลงมาคือเกย์ชายที่มีลักษณะเป็นผู้หญิง (Femininity) จากน้อยไปหามาก
เกย์ที่มีความเป็นผู้หญิงมากๆมีที่ยืนอยู่สองที่ใหญ่คือถ้าคุณไม่ทำตัวให้เป็นจุดศูนย์กลางของความเป็นเทิง เสียงหัวเราะ เป็นต้นตอของความตลกขบขัน คุณก็ต้องเรียบร้อยมากๆ สวยมากๆ “แลดู” เป็นผู้หญิงที่ดีๆมาก (well-behaved) ไปเลย
ส่วนเกย์ที่อยากจะไปอยู่บนยอดของพิรามิดก็ต้องพัฒนาลักษณะความเป็นชายให้เกินมาตรฐานความเป็นชายออกไปให้สุดลิ่ม Femininity ซึ่งในสังคมเกย์ปัจจุบันการจะหาคู่หรืออะไรจะนิยมแบบที่อยู่บนยอดพีรามิด ซึ่งบางทีคนที่อยู่ในจำพวก Femininity ก็ต้องเบี่ยงเบนพฤติกรรมไปเป็นแบบ Masculinity เพื่อที่จะสามารถอยู่รอดและหาคู่ครองได้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ฝืนความเป็นธรรมชาติในความไม่เป็นธรรมชาติอีกที ทั้งหมดทั้งมวลนี้น่าตั้งคำถามว่าลึกๆแล้วเรากดเหยียดเพศหญิงไว้ลึกๆหรือไม่ เราน้อมรับเอาเสียงที่สังคมสร้างกรอบคิดให้เราอยู่ในระดับใต้สำนึกมาช้านานว่าผู้ชายต้องเป็นใหญ่เสมอ จริงหรือไม่ ?”
Youngjun Ma Mark กล่าวว่า “อะไรคือการคบกันในระดับและจำพวกของ Masculinity นี่คือความพอใจในระดับ Masculinity ด้วยกันใช่ไหม แล้วในส่วนของ Femininity นี่เราจะต้องทำยังไง ต้องชอบกันเองไหม ? ทั้งๆที่ตามธรรมชาติ Femininity จะต้องมีความสนใจเพราะได้รับการดึงดูดจากเพศชาย ซึ่งต่อมาก็คิดได้ว่า นี่คือพวกเขารังเกียจความเป็นผู้หญิงในทุกๆเพศสภาพเหรอ ? และนั่นคือเหตุผลที่ทำไมมาร์คไม่มีใครมาจีบเลยจนถึงทุกวันนี้ ต่อให้หน้าตาดี ก็ต้องพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มของ Masculinity จึงสามารถหาคู่ได้และเป็นที่ยอมรับ แล้วมันก็จะมีคำถามต่อมาและข้อถกเถียงในกลุ่มของ Femininity สมมุติทำตัวไปอยู่ในหมวดของ Masculinity แล้วมีพฤติกรรมทุกอย่าง เช่น รสนิมทางเพศ อะไรแบบนี้จัดในกลุ่มของ Masculinity แต่มีพฤติกรรมในกลุ่มของ Femininity ก็จะมีข้อถกเถียงอีกว่านี่คือความชอบส่วนบุคคลไม่สามารถเปลี่ยนได้ เราไม่สามารถบังคับได้ ซึ่งอย่างที่มาร์คบอกไปมันคือความผิดธรรมชาติ ในความไม่เป็นธรรมชาติอีกที”
ทั้งหมดทั้งมวลนี้น่าตั้งคำถามว่าลึกๆแล้วเรากดเหยียดเพศหญิงไว้ลึกๆหรือไม่ เราน้อมรับเอาเสียงที่สังคมสร้างกรอบคิดให้เราอยู่ในระดับใต้สำนึกมาช้านานว่าผู้ชายต้องเป็นใหญ่เสมอ จริงหรือไม่ ?
เกย์ที่อยู่ในระดับบนของพิรามิด คือมี “ลักษณะ” เป็น Masculine สูง เขาต้องมีความพยายามสูงมากในการสร้างเกราะป้องกันทางสถานะขึ้นมา ทั้งนี้ทั้งนั้นเกย์ทุกคนมีความเป็น Femininity สูงอยู่ในตัวเองเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆว่าใครจะสามารถสร้างสถานะภาพและดันตัวเองไปอยู่บนจุดยอดของพิรามิดได้มากกว่ากัน ปัจจัยอื่นๆกล่าวคือหน้าที่การงาน สถานะทางสังคม ครอบครัว พื้นฐานทางการศึกษา การยอมรับตนเองทั้งจากภายในและภายนอก เป็นต้น
เราบอกว่าเราอยากให้สังคมยอมรับในความแตกต่างทางเพศวิถี แต่ในความเป็นจริง เราก็มาสร้างอาณาจักรอันอาศัยกรอบความคิดชุดเดิมคือ “แบ่งความเป็นชาย-ความเป็นหญิงในกลุ่มเกย์” นี้อีกที สร้างบทบาทและหน้าที่แล้วไปโรแมนติไซส์รวมถึงดรามาไทซ์ให้กับความเป็น ชาย-หญิง ในกลุ่มเกย์นี้อีก เลยสรุปไม่ได้ว่า “มันผิดธรรมชาติหรือไม่” เพราะมันแลดูเหมือนเราติดกับดักความคิดมากกว่า
Michael TheArchangel กล่าวว่า “เหมือนการยอมรับการนับถือศาสนาไหมครับ ถึงในประเทศเราจะแม้บอกว่ามีเสรีภาพในการนับถือ แต่จริงๆก็ยังมีการกดขี่อยู่ตลอดเวลาในสังคม ทั้งจากสายตาที่มองหรือวาจาที่ส่อความเหยียดหยาม” ทางด้านของ ศศิศ คำเภา มีความเห็นว่า “เป็นตัวของเราเองดีที่สุด สังคมปัจจุบันนี้เพื่อไป ฟุ้งไป คนเรามีแค่สองเพศเท่านั้นบนโลก นอกจากนี้เป็นผลแห่งกรรมที่นำพาไปทั้งหมด”
แล้วที่สำคัญการเป็นเกย์ถือเป็นการรื้อสร้างกึ่งกบฎต่ออุดมการณ์ทางการเมืองในการสร้างบ้านแปลงเมือง?
เนื่องจากผลิตลูกหลานไม่ได้ หากเราเป็นเกย์แล้วเรายังมาแบ่งชนชั้นกันเอง ยังกดเหยียดเกลียดชังกันเอง แล้วเราจะเป็นเกย์ไปทำไม …. แน่นอนว่าการตอบว่าก็ฉันเกิดมาแบบนี้ ไม่ใช่คำตอบจะลงท้ายว่าเกย์ก็มีหัวใจคงจะน้ำเน่าสุดๆ แต่มันก็เป็นเรื่องจริงและคงไม่มีใครที่ไม่อยากได้รับการยอมรับจากสังคมหรอก
อารัมภบทได้เป็นมหากาพย์สำหรับกลุ่มเกย์ เพราะในบางรายก็เริ่มจากกะเทยแต่งหญิง ไล่มาเป็นเกย์หญิง เกย์แมน เสือไบ อดีตเกย์ที่ตัวเล็กมีความเป็นเฟมินีนสูงมากและค่อนข้างเรียบร้อย จึงถูกกดให้อยู่ในฐานของพีระมิดวงการเกย์มาตลอด ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นสตรีข้ามเพศ ด้วยพื้นฐานที่เป็นคนตัวเล็ก สรีระ หน้าตาพอไปทางผู้หญิงได้ เลยอยู่ในโลกของสาวประเภทสองอย่างมีความสุข วงการเกย์มักจะมองคนที่ภาพลักษณ์มากกว่าแกนในของจิตใจและพฤติกรรมและการแสดงออก บ่อยครั้งที่เห็นเกย์กล้ามปู มีหนวด แต่โบ๊ะหน้าขาว เขียนคิ้วเข้ม Hilight ดั้งและพฤติกรรมสาวสะท้านฟ้า
ท้ายที่สุดนี้ไม่ว่าในวงการเกย์จะมีกี่ตลบให้แกะให้คลายหาบทบาทที่แท้จริงแล้ว สิ่งสำคัญคือเป็นผู้ที่มีศีลธรรม เมตตาธรรมในใจ ไม่เบียดเบียนและรู้จักเผื่อแผ่น้ำใจให้กับผู้อื่นเพียงเท่านี้สังคมจะน่าอยู่มากขึ้นในทุกๆเพศวิถี
Thanks to image from http://www.theprisma.co.uk/wp-content/uploads/2013/03/matrimonio-gay-12.jpg
http://s3.amazonaws.com/auteurs_production/images/film/scenes-from-a-gay-marriage/w448/scenes-from-a-gay-marriage.jpg
http://s22.postimg.org/eeg8ua55d/gay_love_edited.jpg
http://s3.amazonaws.com/auteurs_production/images/film/scenes-from-a-gay-marriage/w448/scenes-from-a-gay-marriage.jpg
http://www.wallsave.com/wallpapers/1600×900/model/216665/model-liberg-the-man-myth-gay-guy-216665.jpg






