ย้อนวันวานเนื้อปลาแซลมอนในเมืองไทยนั้นราคาเรียกได้ว่าแพงลิบลิ่ว ผู้ที่ได้มีโอกาสลิ้มรสอันโอชะของปลาชนิดนี้จะเรียกว่าอยู่ในกลุ่ม elite society และจะอยู่ตามโรงแรมดังๆย่านทองหล่อที่มีชาวญี่ปุ่นพำนักอาศัยอยู่ และอาจมีจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำไม่กี่แห่งเท่านั้น
แต่ทว่าในปัจจุบันมีการโฆษณาให้ผู้คนหันมาบริโภคสารอาหาร “โอเมก้า 3” กันมากขึ้น และที่ขาดเสียไม่ไดคือ “ปลาแซลมอน” ไม่เว้นแม้แต่ลูกเด็กเล็กแดงก็พากันชี้ชวนผู้ปกครองให้ซื้อเนื้อปลาแซลมอนมาทานกัน ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขายซาซิมิ หรือแม้แต่ร้านอาหารประเภทฟิวชั่นก็มีเมนูแซลมอนกันอย่างดาษดื่น ลานตาเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ราคาก็ไม่แพงเหมือนในสมัย “Salmon favour” แต่อย่างใด เพราะเหตุใดหรือ ?
เมื่อเห็นว่าปลาแซลมอนส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศทางยุโรป ผู้บริโภคก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ระยะหลังนี้มีการนำเนื้อปลาแซลมอนเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามากขึ้น ราคาก็ไม่แพงตลาดติดแอร์แทบทุกแห่งจะมีเนื้อปลาแซลมอนวางขาย เคียงคู่กับเนื้อปลากะพง ปลาเก๋า ในราคาไม่แตกต่างกันและดูเหมือนว่าจะถูกกว่าเนื้อปลาจะละเม็ดเสียอีก กล่าวคือเนื้อปลาแซลมอนที่เคยขายกันกิโลกรัมละ 700-800 บาท บัดนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ 300-400 บาท ขณะที่เนื้อปลาจะละเม็ดขนาดใหญ่ยังคงยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 400-500 บาทขึ้นไป วันไหนพอมีเวลาก็แวะซูเปอร์มาร์เกตซื้อปลาแซลมอนมาทานกันในครอบครัวพลางจิบไวน์
แต่คุณทราบหรือไม่ว่าโดยธรรมชาติแล้วเมื่อเราดูสารคดีสัตว์โลกเราจะเห็นภาพชีวิตปลาแซลมอนที่ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลหลายพันไมล์เพื่อ ขึ้นมาวางไข่ออกลูกหลานที่ต้นลำธารทำให้เราอุตรินึกเอาเองว่าปลาแซลมอนที่เรากินคงต้องเป็นปลาที่พลานามัยแข็งแรง แน่ แถมยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ อย่างนี้จะไม่ให้หลงใหลแซลมอนอย่างไรไหว จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อสื่อยักษ์ใหญ่ CNN, BBC News และวารสาร ecologist ฉบับเดือนตุลาคม 2013 ที่ต่างพากันถาโถมว่าปลาแซลมอนที่เราบริโภคถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยการใช้สารเคมีและอัดยาเยอะๆ ซึ่งไม่ต่างจากกุ้งกุลาดำในฟาร์มเลี้ยงที่เมืองไทยเราส่งไปขายเมืองนอกจนติดอันดับโลก ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง
ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพูเพราะมันกินพวกกุ้งตัวเล็กๆและพืชทะเล ปลาแซลมอนในฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ารับประทานเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไปอาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา
นอกจากนี้เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการอุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมก้าน้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง 3 เท่า ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้
ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่าเนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง 16 เท่า มากกว่าเนื้อวัว 4 เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย
ทุกวันนี้การเลี้ยงปลาแซลมอนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพราะมีความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก เมื่อไทยส่งกุ้งกุลาดำตีตลาดยุโรป ฝรั่งก็ส่งปลาแซลมอนมาเป็นบรรณาการให้เมืองไทย ทั้งสองล้วนเป็นอาหารยอดฮิต และอุดมไปด้วยสารเคมีชนิดต่างๆที่น่าสะพรึงกลัว
แล้วคุณยังจะทานแซลมอนกันอยู่อีกรึ ??
Reference : http://edition.cnn.com/2010/HEALTH/09/20/genetically.engineered.salmon/
Thanks to images from http://i.cdn.turner.com/cnn/2010/HEALTH/09/20/genetically.engineered.salmon/t1larg.salmon.aquabounty.jpg
http://fittoindulge.files.wordpress.com/2012/07/salmon.jpg
http://www.theguide2surrey.com/Media/TG2/Main-Media-Library/Sports/SPORTS%20BLOGS/Health%20and%20Nutrition/2013/05%20May/1097324_64218299.jpg



