
หลายคนบ่นว่า รู้สึกสิ้นหวังกับประเทศไทย แต่มิตรสหายผู้ปราดเปรื่องมากมายจากหลายวงการที่ให้เกียรติแวะเวียนมาเยือนสภากาแฟของดิฉันมิได้ขาดตลอดปี 2556 นี้ ตั้งแต่บ้านหลังใหม่ของเราสร้างเสร็จและมีพื้นที่รับรองเพื่อนๆ ซึ่งได้มาร่วมกันเสนอมุมมองที่น่าสนใจและดีเบตกันหลายแง่มุม แม้จะต่างขั้ว ต่างทัศนะ และต่างที่มา แต่ด้วยจุดยืนเดียวกันคือความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ทำให้ดิฉันเกิดพุทธิปัญญาว่า
การตื่นตัวทางการเมืองของผู้คน
ประจวบเหมาะกับจังหวะของความล่ม
เมื่อนั้น…อำนาจจะเป็นของประช
ผู้คนจะทนต่อความเลว ความไม่ถูกต้อง การเอารัดเอาเปรียบได้น้อยลง
การตัดหัวเสียบประจานออนไลน์ จะเกิดขึ้นทุกวันถ้ามีใครทำเลวๆ กับประชาชน
อดทนอีกหน่อย
ไม่ว่านาทีนี้ เหรียญที่ทอย มันจะออกหัวหรือก้อย
แต่ในที่สุด เราจะก้าวผ่านความเลวร้ายไปสู่ส
อย่าเพิ่งสิ้
ระยะเวลา 10 ปีหรือ 20 ปี ไม่มากหรอกค่ะ สำหรับการเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยกำลังประชาชน ตามวิถีทางที่เราเชื่อ ดิฉันขอแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว จากการลงมือทำด้วยตัวเอง เผื่อท่านผู้อ่านจะเกิดกำลังใจบ้าง
เมื่อปี 2543 ขณะที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นอาจารย์พิเศษในหลายสถาบันการศึกษา ดิฉันได้เห็นช่องโหว่ที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยอุด ไม่ว่าโดยกระทรวงศึกษาธิการ หรือทบวงมหาวิทยาลัย นั้นคือการให้ความรู้ที่ถูกต้อง ทั้งเชิงกว้างและเชิงลึกในเรื่องอาชีพต่างๆในสังคมไทยและในโลก รวมถึงไม่สอนข้อมูลความรู้ร่วมสมัยที่เยาวชนควรนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง ดิฉันจึงเริ่มต้นทำเว็บไซต์ www.yes-wedo.com เป็นแมกกาซีนออนไลน์รายแรกๆของประเทศไทย ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความจริงของอาชีพต่างๆ และนำเสนอบทความที่ให้สาระความรู้และแรงบันดาลใจให้คนตื่นขึ้นจากการหลับใหลทางความคิด – - – ดิฉันคิดว่า เรากำลังทำการเมืองภาคประชาชน แทนกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย และกระทรวงแรงงาน
ต่อมาในปี 2546 ดิฉันเห็นว่า ศิลปวัฒนธรรมในประเทศนี้ยังขาดพื้นที่ในการนำเสนอ ประกอบกับเชื่อว่า เราจะยกระดับสติปัญญาของผู้คนในสังคมได้ ด้วยการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงจัง เพราะศิลปะเป็นเครื่องปลดปล่อยอิสรภาพทางความคิด กระตุ้นให้คนเข้าใจในสิทธิเสรีภาพของตัวเองด้วยการแสดงออกทางศิลปะอย่างสร้างสรรค์ และดิฉันเห็นว่า กระทรวงวัฒนธรรม ไม่สนใจที่จะทำเนื้อหาข้อมูลนี้ หรือสร้างสื่อศิลปวัฒนธรรมที่ร่วมสมัยอย่างจริงจัง ดิฉันจึงเปิดเว็บไซต์ www.artbangkok.com ขึ้น จนวันดีคืนดี กระทรวงวัฒนธรรมก็มาให้พวกเราไปทำเว็บทำนองเดียวกันนั้นให้ทางกระทรวงใช้บ้าง - – - ดิฉันคิดว่า เรากำลังทำการเมืองภาคประชาชน แทนกระทรวงวัฒนธรรม
ปี 2552 ดิฉันเริ่มต้นทำเว็บไซต์ท้องถิ่น www.iamtrang.com เพราะได้เห็นความพร้อมและและความตื่นตัวด้านเทคโนโลยีข่าวสารข้อมูลของพี่น้องประชาชนในบ้านเกิดที่จังหวัดตรัง ซึ่งมองว่า การใช้สื่อส่วนใหญ่มุ่งออกไปสองด้านอย่างชัดเจน คือ ด้านการนำเสนอข่าวสารที่เป็นปากเสียงเพื่อประชาชน และัอีกส่วนหนึ่งนั้นมุ่งเรื่องการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นดีอยู่แล้ว ทว่ายังขาดในด้านการเผยแพร่องค์ความรู้ ดิฉันจึงสร้างสื่อเพื่อท้องถิ่นออกมาเสริมกำลังเป็นส่วนที่สาม ในบทบาทของผู้นำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับเมืองตรัง เพื่อให้คนตรังได้รู้เรื่องราวของตัวเอง นอกเหนือจากการได้เปิดหูเปิดตามรับรู้เรื่องราวดีๆจากโลกภายนอก และรับเชิญไปเป็นผู้บรรยายในการประชุมสัมนาที่เชิญหัวหน้าส่วนราชการทั้งจังหวัดตรังมาร่วมฟัง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจการร่วมพัฒนาท้องถิ่น - – - ดิฉันคิดว่า เรากำลังทำการเมืองภาคประชาชน แทน สส./ สว. / สจ. / สท. / อบต. / อบจ. และ ฟหกด ฯลฯ ทั้งหลายในท้องถิ่น
ปี 2554 เราได้เปิดสื่อเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม www.greenscapeasia.com ขึ้น โดยเปิดนิตยสาร Greenscape Asia ร่วมด้วย แต่การดำเนินงานของนิตยสารยังขาดความพร้อม เราจึงมุ่งนำเสนอข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์เป็นหลัก และเพื่อประหยัดทรัพยากรกระดาษในการพิมพ์ ปัจจุบันเว็บไซต์นี้มีพันธมิตรเป็นองค์กรระดับโลกอย่าง Greenpeace และ Peta รวมถึุง สำนักงานการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากนานประเทศแสดงเจตจำนงในการร่วมมือช่วยเหลือ - – - ดิฉันคิดว่า เรากำลังทำการเมืองภาคประชาชน แทนกระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวงศึกษาฯ กระทรวงแรงงานฯ กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวง….ฯลฯ
ทุกวันนี้ ทุกสื่อที่ทำมาไม่ได้ใหญ่โตหรือประสบความสำเร็จทางธุรกิจแต่ประการใด เพราะไม่ได้มีเป้้าหมายทางธุรกิจเลยแม้แต่น้อย หากจะต้องหาเงินบ้าง ก็เป็นไปเพื่อเป็นเรี่ยวแรงให้คนทำงานเดินต่อไปบนเส้นทางที่เราเชื่อและศรัทธาได้เท่านั้น แต่เชื่อไหมว่า เรายังคงมุ่งหน้าทำต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง … และเชื่อว่า จะไม่มีวันหยุด เพราะเราคงต้องอยู่ในประเทศนี้ทุกวัน ลูกหลานของเราก็เช่นกัน เราไม่อยากอพยพย้ายหนีไปไหน เราอยากอยู่อย่างมีความสุขในบ้านเมืองของเรา อยากเห็นมันดีขึ้นเรื่อยๆ และตลอดไป แม้จะช้าและเหนื่อยแค่ไหน ก็สิ้นหวังไม่ได้เลย…อย่าสิ้นหวังค่ะ ทำในสิ่งที่เชื่อ และทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด … อย่าสิ้นหวังโดยเด็ดขาด

ผู้เขียน: วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์ บรรณาธิการบริหาร HI-CLASS MEDIA GROUP

ขอมอบเพลงนี้ให้ทุกคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง และอุดมการณ์ที่บริสุทธิ์
