ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาที่มีมนุษย์ใช้มากที่สุดในโลก

istock_000000166641small-1

“ยาอะไรที่มีมนุษย์ใช้มากที่สุดในโลก” ก็จะได้คำตอบว่า “ยาเม็ดคุมกำเนิด” ทั้งนี้เพราะกว่าครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะเลือกใช้ยาเม็ดคุม กำเนิด และจะต้องใช้ติดต่อกันเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 เม็ด นาน 3 สัปดาห์ เว้น 1 สัปดาห์ แล้วเริ่มแผงใหม่ วนเวียนแบบนี้ตลอดระยะวัยเจริญพันธุ์จนถึงวัยทอง

ถ้าประมาณว่ามีการใช้ยาเป็นระยะเวลานาน 20 ปี แล้วจะต้องใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดถึงกว่า 5,500 เม็ด จะเห็นได้ว่ายาเม็ดคุมกำเนิดมีความสำคัญอย่างมากกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว

ดังนั้นจึงต้องรู้ถึงข้อดีและข้อเสีย ทั้งระยะสั้นและระยะยาวของยาเม็ดคุมกำเนิดที่แต่ละคนได้ใช้อยู่ ก่อนที่จะกล่าวถึงข้อดีและข้อเสียของยาเม็ดคุมกำเนิด ขอตกลงร่วมกันก่อนว่ายาเม็ดคุมกำเนิดที่กล่าวถึงนี้หมายถึงยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผงทั้งแบบ 21 และ 28 เม็ด และแต่ละเม็ดจะประกอบด้วยตัวยา 2 ชนิดคือโพรเจสเทอโรนและเอสโทรเจน ซึ่งเป็นยาเม็ดคุมกำเนิดส่วนใหญ่ที่มีการใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จะไม่ได้หมายรวมถึงยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินหรือยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีโพรเจนเทอโรนอย่างเดียวหรือยาฉีดคุมกำเนิด

contraceptivePill_1462148c

ข้อดีของยาเม็ดคุมกำเนิด

ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดสูง
ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ได้ผลดีในระดับเดียวกันกับการใช้ห่วงอนามัย ยาฉีดคุมกำเนิดและยาฝังคุมกำเนิด ซึ่งมีประสิทธิภาพการคุมกำเนิดได้สูงหรือดีกว่าวิธีการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ถุงยางอนามัยและการนับวันปลอดภัย

อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพการคุมกำเนิดจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อผู้ใช้ยามีการใช้ยาอย่างถูกต้อง ด้วยการใช้ยาติดต่อกันทุกวัน วันละ 1 เม็ด ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันและไม่มีการลืมกินยาติดต่อกันหลายวัน

มีประวัติการใช้มาเป็นระยะเวลานาน
นับตั้งแต่มีการคิดค้นวิจัยยาเม็ดคุมกำเนิดและนำมาใช้ในมนุษย์เมื่อปี พ.ศ.2503 ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปีที่ผ่านมานี้ยาเม็ดคุมกำเนิดได้ผลดีและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจนส่งผลต่ออัตราการเกิดของทารก การเพิ่มจำนวน และการกระจายตัวของอายุของประชากรบนโลกซึ่งได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้อัตราการเกิดของทารกลดน้อยลงกว่าในอดีตอย่างมาก ทำให้เด็กวัยรุ่นและคนวัยทำงานมีอัตราส่วนลดน้อยลง ขณะเดียวกันอัตราส่วนของผู้สูงอายุก็เพิ่มมากขึ้นๆ จนทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการส่งเสริมการมีบุตร

ด้วยประวัติอันยาวนานของการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแสดงถึงความมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและการยอมรับของผู้หญิงในการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดประกอบกับการคิดค้นและพัฒนา ยาคุมกำเนิดชนิดใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมียาเม็ดคุมกำเนิดให้เลือกใช้หลากหลายชนิดตามลักษณะทางสรีรวิทยาและความต้องการของผู้หญิงทั่วโลก

เป็นวิธีการใช้ยาที่สะดวกและง่าย
ขนาดของยาเม็ดคุม กำเนิดส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กและอาจเคลือบผิวด้วยน้ำตาล ทำให้กินได้ง่ายและมีการบรรจุลงแผง แผงละ 1 รอบประจำเดือน มีการจัดเรียงเม็ดยาเป็นกลุ่มพร้อมทั้งมีลูกศรบนแผงหรือระบุวันที่จะต้องกินยา จึงช่วยเตือนให้ผู้ใช้ยาไม่ลืมและสะดวกในการใช้มากยิ่งขึ้น

เมื่อหยุดยาแล้ว สามารถกลับมามีบุตรได้ตามเดิม
ประเด็นข้อนี้ถือว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมากเพราะหลายคนเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดก็เพื่อจะเลื่อนระยะเวลาของการมีบุตรของตนไปจนกว่าครอบครัวจะพร้อมที่จะมีสมาชิกตัวน้อยๆและยาเม็ดคุมกำเนิดก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดียิ่ง คือเมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิงที่ใช้ยาอยู่ต้องการมีบุตรก็สามารถจะหยุดยาได้ทันที หลังจากนั้นอีก 1-3 เดือน ก็จะเริ่มมีรอบเดือนตามปกติเหมือนเดิมและสามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน 1 ปี พร้อมทั้งเมื่อคลอดบุตรมาแล้ว ทารกที่เกิดหลังจากการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดก็ไม่มีความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น แสดงว่ายาเม็ดคุมกำเนิดปลอดภัยกับทั้งแม่และลูกที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด

ประโยชน์อื่นๆ
ปัจจุบันยาเม็ดคุมกำเนิดยังทำให้เกิดประโยชน์อื่นๆทางการแพทย์ นอกเหนือจากฤทธิ์การคุมกำเนิดแล้ว เช่น ทำให้รอบประจำเดือนมาเป็นปกติ ช่วยลดโอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้นยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดใหม่ๆบางชนิด ยังช่วยลดการเกิดสิว ลดความมันบนใบหน้า ลดอาการขนดก ลดอาการไม่สบายตัวก่อนการมีรอบประจำเดือนและลดอาการบวมน้ำระหว่างรอบประจำเดือนได้ดีอีกด้วย

นับว่าเป็นข้อดีของยาเม็ดคุมกำเนิดในปัจจุบันที่มีการนำไปใช้ลดหรือควบคุมสิว ลดผิวมัน ลดขนดกได้ ซึ่งถ้าสนใจรายละเอียดเรื่องนี้สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้คำแนะนำสำหรับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับผู้หญิงแต่ละคนเป็นรายๆไป

resize_5575821042008043031

ข้อเสียของยาเม็ดคุมกำเนิด
ยาเม็ดคุมกำเนิดก็เสมือนยาทั่วไป ต้องใช้ยาอย่างพอเพียง ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้นและก็มีข้อเสียเหมือนยาอื่นๆที่ผู้หญิงที่ใช้ยาจะต้องรู้ ซึ่งผลเสียของยาเม็ดคุมกำเนิด ได้แก่

ผลข้างเคียงระยะสั้นของยาเม็ดคุมกำเนิด
ผลข้างเคียงของยาเม็ดคุมกำเนิดที่พบบ่อยๆ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ เจ็บคัดตึงเต้านม มีเลือดออกกะปริดกะปรอย หน้าเป็นฝ้า การสะสมน้ำในร่างกายระหว่างรอบประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เลือดระดูน้อยลง ประจำเดือนขาด เป็นต้น

ผลข้างเคียงเหล่านี้จะพบได้บ้างในผู้ใช้ยาบางรายและจะพบได้ช่วงแรกๆของการใช้ยา และส่วนดือน และบางกรณีถ้าปรับเปลี่ยนชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ใช้ยาก็จะช่วยให้อาการข้างเคียงเหล่านี้ลดน้อยลงหรือหายไปได้ ยกเว้นบางรายเท่านั้นที่เกิดอาการข้างเคียงอย่างรุนแรงและเปลี่ยนชนิดของยาแล้วก็ไม่ดีขึ้น จนอาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆแทน แต่พบได้น้อยมาก

ผลข้างเคียงระยะยาวของยาเม็ดคุมกำเนิด

ยาเม็ดคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับผู้ที่ใช้ยาหรือทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเป็นโรคบางชนิดกับผู้ที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดได้ ตัวอย่างเช่นเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมและอวัยวะสืบพันธุ์ จึงควรระวังหรือห้ามใช้ในผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้

นอกจากนี้ยาเม็ดคุมกำเนิดยังมีข้อเสียกับผู้ป่วยบางโรคและจัดเป็นข้อห้ามใช้ยาชนิดนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน โรคหัวใจขาดเลือด โรคไต โรคของถุงน้ำดี โรคตับ โรคปวดหัวชนิดไมเกรน ภาวะเลือดออกในช่องคลอด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น โรคเหล่านี้ล้วนเป็นข้อห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดทั้งสิ้น แต่ก็สามารถไปปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรเรื่องวิธีคุมกำเนิดชนิดอื่นแทนได้

ขอขอบคุณความรู้จาก ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด
Thanks to image from : http://blog.medbroadcast.com/wp-content/uploads/2010/02/istock_000000166641small-1.jpg
http://www.lupusuk.org.uk/images/contraceptive-pill.jpg
http://i.telegraph.co.uk/multimedia/archive/01462/contraceptivePill_1462148c.jpg
http://guru.sanook.com/picfront/pedia/resize_5575821042008043031.jpg

Related contents:

You may also like...