โรคฉี่หนู ภัยที่มากับหน้าฝน

lepto1-785026

ฝนตกทั่วทุกหนแห่งในเขตกรุงเทพฯในช่วงนี้ ทำเอาใครหลายคนที่ต้องเดินทางกลับบ้านอิดหนาระอาใจเพราะนอกจากต้องคอยหลบน้ำที่กระเซ็นจากล้อรถยนต์แล้วยังต้องเดินลุยน้ำเตาะแตะกันอย่างทุลักทุเล เอาเป็นว่ากว่าจะเดินทางถึงที่หมายบางคนก็เท้าเหี่ยวเลยทีเดียว เสี่ยงต่อไข้หวัด เสี่ยงต่อเชื้อโรคเท้าเปื่อยน้ำกัดเท้าและที่สำคัญเสี่ยงต่อโรคฉี่หนู(Leptospirosis)ด้วย

ทราบหรือไม่โรคฉี่หนูนี่อันตรายถึงขั้นร้ายแรงเลยก็ว่าได้ ? และยิ่งบรรยากาศชื้นๆ ฝนตกแฉะๆด้วยแล้ว ยิ่งเอื้ออำนวยต่อโรคนี้เป็นอย่างดี โรคฉี่หนูเป็นที่มักจะระบาดหน้าฝน โดยจะพบเชื้อโรคในปัสสาวะของหนู สุนัข สุนัขจิ้งจอก สัตว์เลี้ยงในบ้าน แต่พบมากในหนูซึ่งสามารถแพร่เชื้อออกมาได้โดยที่ตัวมันไม่เป็นโรค

เชื้อ Leptospira interogans เป็นเชื้อแบคทีเรียมี 16 serogroup เชื้อที่เป็นสาเหตุในกรุงเทพฯ คือ bataviae และ javanica ส่วนในภูมิภาคเป็น akiyami,icterohemorrhagia จัดเป็นเชื้อแบคทีเรียเป็นเส้นเกลียว spirochete เคลื่อนที่โดยการหมุน เชื้อนี้อยู่ตามดิน โคลน แหล่งน้ำ น้ำตก แม่น้ำลำคลองได้นานเป็นเดือน เคยมีรายงานว่าอยู่ได้นาน 6 เดือนในที่น้ำท่วมขังโดยมีปัจจัยแวดล้อมเหมาะสม เช่น มีความชื้น แสงส่องไม่ถึง มีความเป็นกรดปานกลาง กลุ่มประชาชนทั่วไปมักเป็นเกิดในที่มีน้ำท่วม ผู้ที่บ้านมีหนูมาก ผู้ที่ปรุงอาหารหรือรับประทานอาหารที่ไม่สุก หรือปล่อยอาหารทิ้งไว้โดยไม่ปิดฝา

การติดต่อของโรค
ปกติแล้วโรคฉี่หนูจะติดต่อกันโดยการสัมผัส เช่น ปัสสาวะ เลือด เนื้อเยื่อของสัตว์ที่มีการติดเชื้อโดยตรงหรือสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค โดยเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป การหายใจเอาไอละอองของปัสสาวะหรือของเหลวที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปผ่านเข้าทางเยื่อเมือก เยื่อบุต่างๆ เช่น ตาและปาก อีกทางหนึ่งคือชอนไชเข้าทางผิวหนังตามรอยแผลและรอยขีดข่วน โดยเฉพาะจะเข้าสู้ร่างกายได้ดีเมื่อผิวหนังปกติเปียกชุ่มจากการแช่น้ำนานๆ เช่น ในสภาวะน้ำท่วมขัง เดินลุยน้ำขณะฝนตก
สัตว์ที่นำเชื้อได้แก่ พวกสัตว์แทะ เช่น หนู โดยเฉพาะ หนูนา หนูพุก รองลงมาได้แก่ สุนัข วัว ควาย สัตว์พวกนี้เก็บเชื้อไวในไตเมื่อหนูปัสสาวะเชื้อจะอยู่ในน้ำหรือดิน ระยะฟักตัวของโรคโดยเฉลี่ยประมาณ 10 วันหรืออยู่ระหว่าง 4-19 วัน อย่างไรก็ตามการติดต่อจากคนสู่คนเกิดได้น้อยมาก

EID_Leptospirosis_AcsB_1

อาการของผู้ติดเชื้อ โรคฉี่หนู มี 2 แบบ คือ :-

1.แบบติดเชื้อไม่รุนแรง หรือ โรคเล็ปโตสไปโรซิสแบบไม่เหลือง (anicteric leptospirosis) คือกลุ่มที่ไม่มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

1.1) ระยะเชื้อเข้ากระแสเลือด (leptospiremic phase) จะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ รู้สึกหนาวสั่น ปวดศีรษะ บริเวณหน้าผาก หรือปวดหลังเบ้าตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยโรคฉี่หนูนี้จะต่างจากโรคอื่นตรงที่จะปวดบริเวณน่อง โคนขา หลัง และหน้าท้องด้วย นอกจากนี้อาจมีอาการเจ็บคอ ไอ เจ็บหน้าอก ผื่น สับสน ไอเป็นเลือด มีไข้

อาการแสดงที่อาจตรวจพบ ได้แก่ มีเยื่อบุตาแดง ต่อมน้ำเหลืองโต คอแดง กดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ ตับม้ามโต อาจพบอาการดีซ่านได้เล็กน้อย มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง บางรายมีผื่นตามตัว ซึ่งอาการในระยะนี้จะหายไปได้เองภายใน 1 สัปดาห์ และจะไม่มีอาการอยู่ช่วงหนึ่งนาน 1-3 วัน ก่อนจะเข้าสู่ระยะที่สองคือ “ระยะมีเชื้อในปัสสาวะ”

1.2) ระยะมีเชื้อในปัสสาวะ (leptospiruric phase) หรือ ระยะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีอาการจำเพาะ และความรุนแรงน้อยกว่าระยะแรก ผู้ป่วยราวร้อยละ 15 จะมีอาการแสดงออกถึงภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบแบบไร้เชื้อ แต่ส่วนใหญ่จะพบในเด็ก และเป็นเพียงไม่กี่วัน หรือนานเป็นสัปดาห์ จากนั้นจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ม่านตาอักเสบ จอตาอักเสบ ซึ่งมักเป็นหลังอาการเริ่มแรกของโรคนานหลายเดือน และคงอยู่ได้นานเป็นปี

2.แบบติดเชื้อรุนแรง (severe leptospirosis) หรือแบบที่มีอาการเหลือง

โรคเล็ปโตสไปโรซิสรุนแรงหรือกลุ่มอาการเวล (Weil’s Syndrome) พบในกลุ่มที่ได้รับเชื้อในซีโรวาร์ อิกเทอโรฮีมอราเจียอี/โคเปนเฮเกไน ซึ่งอาการเริ่มแรกจะไม่ต่างจากโรคฉี่หนูที่ไม่รุนแรง แต่ไม่มีลักษณะอาการที่แบ่งออกเป็นสองระยะชัดเจน โดยอาการรุนแรง หรืออาการเหลืองจะแสดงออกมาใน 4-9 วัน หลังจากเริ่มมีอาการ โดยกลุ่มคนไข้ที่ติดเชื้อรุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ประมาณร้อยละ 5-15%

leptospirosis

ทั้งนี้เชื้อต่างๆจะเข้าไปอยู่ในบริเวณที่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน เช่น ลูกตา จะทำให้มีอาการตาอักเสบแดง น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วยคือมีอาการเพ้อ ไม่รู้สึกตัว หากเชื้อเข้าไปอยู่ในสมอง หากเชื้ออยู่ในท่อไตจะทำให้ไตวายเฉียบพลันได้ อาการทางผิวหนังคือเกิดผื่น เช่น ลมพิษ ผื่นแดง อาการทางกล้ามเนื้อคือกล้ามเนื้อที่น่องกดเจ็บอย่างรุนแรง อาการที่เกี่ยวเนื่องกับอวัยวะภายในคือมีอาการดีซ่าน ผิวหนังจะมีสีเหลืองมาก ตับโต ประมาณ 20% ของผู้ติดเชื้อมีอาการม้ามโตร่วมด้วย และอาการทางปอด คือ ไอ มีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อยจนถึงระบบหายใจล้มเหลว อาจมีความผิดปกติของระบบการแข็งตัวของเลือด ซึ่งอาการมีตั้งแต่แบบเล็กน้อย เช่น มีเลือดกำเดา จ้ำเลือดตามผิวหนัง ไปจนถึงอาการรุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร เลือดออกในช่องเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น อาการอื่นๆ เช่น กล้ามเนื้อลายสลายตัว เม็ดเลือดแดงแตก เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอ่อนอักเสบรุนแรง ภาวะการทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลวหลายระบบ

Reference : Siam Healt, wikimedia.org, filipinonurses.org

(http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/infectious/lestospirosis.htm#.Ud0Bi23_S8A)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%9B%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%AA

Related contents:

You may also like...