แล้วอยู่ๆแขนขวาก็ยกไม่ขึ้น…..ตื่นเช้าขึ้นมามือทั้งสองชา กว่าจะขยับมือได้ต้องค่อยๆกระดิกทีละนิ้ว เวลายืดแขนตรงๆจะรู้สึกร้าวในกระดูก ปวดมาก ปวดจนต้องมีเสียงซี๊ดซ๊าดตามมาด้วย อาการแบบนี้ทางการแพทย์เรียกว่าเป็นพังผืดที่ไหล่ ต้องฉีดยาเพื่อละลายพังผืดแล้วต้องรับยาแก้ปวดและยาป้องกันกระเพาะอักเสบมาทานด้วย แพทย์จะกำชับเลยว่าเจ็ดวันนี้ปวดมากหน่อยหลังจากนั้นจะดีขึ้น
และแล้วเจ็ดวันที่รอคอยจะเป็นเจ็ดวันที่แสนทรมาน เพราะต้องนอนหงายท่าเดียว ตะแคงซ้าย ตะแคงขวาก็ไม่ได้ ตะแคงซ้ายจะรู้สึกชา-ตะแคงขวาเจ็บร้าวถึงกระดูก คิดว่าคนรอบข้างในชีวิตเรา หรือญาติพี่น้องเรา มีเป็นกันบ้างแน่นอน ในชีวิตประจำวันหากต้องอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานๆ แกะเพลง เล่นเว๊บ และอื่นๆอีกมากมาย คุณจะเริ่มมีอาการ กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ล้า ซึ่งอาการที่ว่านี้ เป็นๆหายๆ จนเป็นเรื่องปรกติ ปวดบ้าง ไม่ปวดบ้าง เรียกได้ว่าเป็นจนชิน แต่นานไปจะมีอาการปวดลามลงมาไม่ใช่เฉาพะที่หัวไหล่ แต่ลามลงมาที่สะบักหลัง บางท่านอาจสงสัยว่า “สะบักคืออะไร และอยู่ตรงไหน?” เพียงคุณลองทำตามโดยเอามือข้างหนึ่ง ลอดใต้รักแร้ อีกข้างหนึ่งไปจับที่แผ่นหลังจะพบกระดูกลักษณะเป็นก้อน ตรงบริเวณนั้นที่เรียกว่าเรียก “สะบัก”
เมื่อสะบักไหล่คุณมีปัญหาคุณจะพบกับสัณญาณเตือนที่นเจ็บอยู่ลึกๆใต้สะบัก ครั้นจะจับ จะบีบ จะนวด ก็เหมือนจะไม่โดนเส้นที่ปวด พอเป็นบ่อยๆเข้าเริ่มมีอาการอักเสบ บางทีปวดจี๊ด ขึ้นมาที่ท้ายทอยแปล๊บๆ เมื่ออยู่ในอากัปกิยาใดในระยะเวลานั้นนานๆ เป็นต้นว่านั่งเล่นคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆโดยที่สรีระไม่ได้เคลื่อนไหว หากท่านไหนเป็นอยู่หรือมีอาการเจ็บปวด คุณหมอบอกวิธีการทุเลาเบื้องต้นด้วยการ ใช้ถุงน้ำร้อนมาประคบจะช่วยอาการทุเลาได้ หากยังมีอาการรุนแรงอยู่ควรพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย บางรายอาจต้องมีการฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์(steroid)และยาคลายกล้ามเนื้อทานควบคู่ไปด้วย
สำหรับท่านที่ยังไม่เป็น หรือเริ่มมีอาการ ถ้าจะต้องนั่งหน้าคอมเป็นเวลานานๆ คุณหมอบอกให้อย่าให้เกิน 1 ชั่วโมง ต้องออกไปเดินบ้าง เปลี่ยนท่วงท่าหรือบิดๆเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อนั้นเกร็งมากเกินไป คุณหมอยังบอกวิธีบริหารสะบักหลังมาด้วยครับ ลองทำตามดังนี้
“ยกแขนซ้ายขึ้นตั้งฉากกับพื้น ใช้มือขวา ลอดใต้แขนซ้าย จับบริเวณต้นแขน ดึงมาด้านขวาให้สุด และสลับข้างทำ จะเป็นการบริหารสะบักหลัง
ทำครั้งละ 10 วินาที ติดต่อกัน 10 ครั้ง ทำสลับกัน”
ที่สำคัญการออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้สะบักหลัง และส่วนอื่นๆของร่างกายเราแข็งแรง
ขอขอบคุณความรู้จาก นพ.ฉัตรพงษ์ ศาสตรสาธิต

