ลูกไม่มีวันเข้ากับพ่อหรือแม่เลี้ยงคนใหม่ได้

single-dad-advantages

ปัญหาหนักอกของคนกลางเมื่อเป็นญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวที่การหย่าร้างเป็นเรื่องธรรมดามากของชีวิตคู่ บ้างก็อ้างว่าเพื่อความสบายใจไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น บ้างว่าทำงานก็เหนื่อยแล้วไม่อยากเสียสุขภาพจิต บ้างก็ไม่ได้มาจากการหย่าขาดเป็นเพียงการแยกกันอยู่ เป็นเรื่องของการทำงาน คุณพ่อทำงานอีกทาง คุณแม่ทำอีกทาง เลยให้คุณลูกไปอยู่บ้านปู่ย่าคนตรงกลาง ว่างก็ไปหาที

ปัญหาการแต่งงานใหม่ของพ่อแม่เป็นปัญหาของลูกๆทุกคน ต่อให้ทำความเข้าใจกับลูกมากแค่ไหน ลึกๆแล้วลูกที่ต้องมีพ่อแม่ใหม่ทุกคนก็จะมีความคิดอยู่ในใจเสมอทำนองว่า “พ่อหรือแม่ตนเองจะไม่รักเราเท่าแม่ใหม่แล้ว?” หากมาแต่งงานใหม่หรือยอมรับอยู่กินกันใหม่กันในตอนลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น ไม่เด็กมากจนรับอะไรง่ายๆที่ยังพร้อมเชื่อฟังผู้ใหญ่แล้วก็ไม่โตจนเข้าใจอะไรได้อย่างมีเหตุผลจริงจังแล้ว ลูกวัยนี้ยิ่งเป็นปัญหา เพราะแค่เขาเผชิญกับสภาพร่างกายและจิตใจของตนเองก็วุ่นวายพอดูแล้ว ยังมีเรื่องพ่อหรือแม่เลี้ยงเข้ามาอีก

เรียกได้ว่าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ลูกไม่มีวันเข้ากับพ่อหรือแม่เลี้ยงคนใหม่ได้ แต่นักจิตวิทยาที่ให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวยืนยันจริงๆ นะคะ ว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาเสมอไป แต่จะให้ราบรื่นแต่แรกเริ่มก็คงเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องปกติที่ต่างฝ่ายต่างต้องปรับเข้าหากันให้ได้ก่อน คือค่อยๆปรับความเข้าใจกันให้ได้

imagessingle-parent

คุณผู้หญิงควรตระหนักด้วยว่าเมื่อรู้ว่าผู้ชายที่เรารักมีลูกติด ความเป็นผู้หญิงจึงต้องคิดต่อเลยว่าเราจะรักลูกเขาได้ไหม? เข้ากันได้ไหม? ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจมาอยู่ร่วมกัน เรื่องที่ต้องมาเป็นแม่เลี้ยง ผู้หญิงทุกคนต้องเตรียมการและวางแผนอย่างดี เพราะถ้าเข้ากับลูกเลี้ยงไม่ได้ก็จะเกิดปัญหาภายในครอบครัว จะใช้คำว่ารักฝ่ายชายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้ากับลูกและครอบ ครัวของเขาได้ด้วย ต้องเปิดใจกับลูกเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลูกโตแล้ว ต้องคุยกัน เอาความจริงมาพูดกันทำนองว่าคุณเข้ามาอุ้มชูและพร้อมจะเข้ามาดูแล อย่าบอกว่าเราจะเข้าไปเป็นแม่เพราะเราเป็นแค่ภรรยาของพ่อเขาเท่านั้น

ในกรณีของฝ่ายชาย บางครอบครัวลูกๆก็ดูจะเปิดรับแม่ใหม่อย่างยินดี ก็จะมีแม่เลี้ยงเป็นผู้ดูแลด้วยเช่นกัน แต่ลูกอีกหลายครอบครัวก็มีกำแพงกั้นระหว่างแม่ใหม่กับลูกเลี้ยง พ่อหรือแม่ที่กำลังจะมีคู่ชีวิตใหม่ต้องทำความเข้าใจกับลูกก่อน เช่น “พ่อรักเขาก็อยากให้ลูกรักเขาด้วย ไม่ใช่ว่าพ่อไม่รักแม่ แต่ความรักเป็นเรื่องอธิบายอยาก เหมือนตุ๊กตาสีฟ้าเหมือนกันสองตัวที่ลูกชอบ บางทีลูกก็อาจรักตุ๊กตาอีกตัวมากกว่าก็ได้ แต่ลูกก็ยังรักทั้งสองตัวนั้นและจะดูแลทั้งสองตัวนั้นตลอดไป ลูกเองก็ไม่จำเป็นต้องรับแม่ใหม่ทันที ลูกเรียนรู้ใจเขาก่อนก็ได้ แต่ขอให้ลูกเคารพและปฏิบัติต่อเขาเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง เหมือนคุณครูคนใหม่ของลูก เหมือนคุณลุงขายของที่ตลาด ลูกเป็นคนน่ารักใจดีต่อทุกคนอยู่แล้ว พ่อเชื่อว่าลูกจะวางตัวได้อย่างดีแน่นอน” นี้เป็นวิธีเบื้องต้นที่นักจิตวิทยาครอบครัวแนะนำกัน ยามเมื่อต้องกลายเป็นพ่อหรือแม่ใหม่ของลูกๆวัยรุ่นที่ต้องทำความเข้าใจกับลูกอย่างละมุนละม่อม เพื่อไม่ให้เกิดความเปราะบางในใจ เพราะลูกกลัวถูกแบ่งความรัก คิดวนเวียนในหัวใจว่า “ชีวิตจะไม่เป็นอย่างเดิม”

เมื่อมีคนเข้ามาใหม่ กฎเกณฑ์ในบ้านบางอย่างก็ย่อมเปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นกรณีที่แม่ใหม่เข้ามาเป็นแม่บ้าน(หรือพ่อบ้าน)ที่อยู่บ้านตลอด ก็จะจัดเปลี่ยนวิธีการในบ้าน ข้าวของที่เปลี่ยนที่ ซึ่งจริงๆแล้วของเปลี่ยนที่วางได้เป็นปกติ แต่จะไม่ปกติมากถ้าแต่เดิมแม่คนเก่าของเขาเป็นคนวางไว้ เขาอาจโกรธที่มาย้ายของแม่ตัวเอง และอาจมีบางอย่างที่เปลี่ยนตามมา เช่น เปลี่ยนวันซักผ้า เปลี่ยนวันออกไปกินข้างนอกบ้าน แม่ใหม่ไม่ยอมให้อ่านหนังสือในที่มีแสงสลัว แต่บังเอิญแม่ใหม่เตือนเลยโกรธ ทั้งที่จริงๆแม่ตัวเองหรือพ่อก็เคยเตือนอยู่บ่อย การที่กฎในบ้านเปลี่ยนทำให้วัยรุ่นถูกคิดว่าถูกตีกรอบใหม่และอยากท้าทายทั้งพ่อและแม่ใหม่อยู่เสมอ

12197927-single-parent-family-portrait-looking-very-happy-and-smiling

ไม่มีคู่ชีวิตคนไหนที่จู่ๆ จะมีมีลูกตัวโตได้ทันทีที่แต่งงาน เป็นเรื่องฝืนธรรมชาติอยู่แล้ว เหมือนๆ กับที่วัยรุ่นไม่ยอมรับพ่อหรือแม่ใหม่ง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำตัวว่ารักลูกใหม่ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเอาอกเอาใจ ให้ท้าย อนุญาตทุกเรื่อง ในฐานะผู้ใหญ่อะไรไม่ดีก็ต้องห้ามปรามเด็ก ใช้เหตุผลเข้าว่า ไม่จำเป็นต้องแสดงแสร้งว่ารัก แต่ต้องวางตัวให้เหมาะสม ไม่รังเกียจแสนงอนกับสามีว่าลูกใหม่ไม่ฟังตนหรือน้อยอกน้อยใจที่ทำอะไรไปลูกก็เอาแต่โกรธ ถ้าเสแสร้งว่ารักหรือฟ้องอย่างกับเด็ก เมื่อลูกวัยรุ่นก็รับรู้แล้วแน่นอนว่าเขาจะยิ่งไม่มีวันยอมรับในตัวคุณ

สำหรับคู่ชีวิตคนใหม่ควรตกลงกันว่าจะดูแลลูกอย่างไร กฎเกณฑ์ในบ้านเป็นอย่างไร อนุญาตหรือห้ามอะไรก็ต้องเหมือนกัน ใน ขณะเดียวกัน ถ้าพ่อยิ่งชัดเจนไม่ผ่อนปรนเรื่องใดๆ กับลูกเลย แล้วเห็นทุกเรื่องของคู่ชีวิตคนใหม่ดีกว่าเสมอ ลูกก็จะยิ่งสั่งสมความเกลียดแม่ใหม่ เพราะคิดตามใจลึกๆ ว่าพ่อไม่รักตนแล้วมากขึ้นนั่นเอง วนเวียนไปมาสุดท้ายก็เกิดปัญหาลูกติดกับแม่เลี้ยงในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เราเองทุกคนก็ปรารถนาที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่แล้วมีความสุข แม้ว่าจะไม่ได้เติบโตมากับครอบครัวที่มีความสุขนัก แต่เมื่อเรามีโอกาสเป็นผู้สร้าง เราก็ควรที่จะสร้างครอบครัวให้มีความสุขด้วยมือของเรา เพื่อให้ลูกทุกคนโตมากับองค์กรที่สมบูรณ์มีกำลังใจและสุขภาพจิตที่ดี เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

แปลจาก www.adoptiveparents.org
Text : Porsche Kittisak K
Thanks to images from : http://cmsimg.desmoinesregister.com/apps/pbcsi.dll/bilde?Site=D2&Date=20120508&Category=NEWS09&ArtNo=305080048&Ref=AR&MaxW=640&Border=0&Bruce-Braley-viewed-doggedly-determined-rising-star-

Related contents:

You may also like...