Take and give, virtual demand.

เมตตาหรือปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน จึงจะเรียกว่าเป็น “รักแท้”
ส่วน “รักที่เรียกร้อง” หรือ “รักที่เปี่ยมด้วยความต้องการ” เป็นรักที่รังก่อความผิดหวังอยู่เนืองๆ

เมื่อพูดประโยคข้างต้นจบ ย่อมต้องมีผู้แย้งในใจแน่นอนว่า หากเรามองคนรักด้วยความคาดหวังบางประการ เมื่อพลาดหวัง รักนั้นอาจต้องล้มครืน โดยที่คนที่เรารักอาจยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเสียด้วยซ้ำ หรืออาจจะเป็นความผิดจริง แต่ใครบ้างในโลกนี้ที่ไม่เคยทำผิดพลาด สิ่งที่เป็นปัญหาคือเมื่อเรามโนภาพไว้สวยงามพร้อมกับความยึดมั่น ทันทีทันใดนั้นภาพนั้นกลับพังทลายลงอย่างยับเยินด้วยมือของคนที่เราคาดหวังให้เขาคนนั้นประคับประคองภาพอันเลอเลิศนั้นไว้

ใครต่อใครพยายามสอนเท่าไหร่ การรักเขาในแบบฉบับที่เขาเป็น ดูเป็นเรื่องยากและทำใจได้ลำบากสำหรับเราๆท่านๆ เพราะเรา “ไม่คุ้นเคยกับความสุขจากการให้ แต่คุ้นเคยกับความสุขจากการรับ” หากมองย้อนกลับไปมองความรักที่บริสุทธิ์ของมารดา บิดา ครูอาจารย์ ซึ่งสามารถสัมผัสได้ดีที่สุดถึงความสุขจากการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน “นั่นคือ ความสุขจากการได้มอบความรัก”

เมื่อเราได้ให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นนอกจากจะได้รับความสุขจากการให้เพราะได้เห็นผู้รับมีความสุขแล้ว ในขณะเดียวกันยังเป็นการลดความทุกข์ในจิตใจที่หนักอึ้งไปด้วยความเห็นแก่ตัวลงด้วย ทำให้ใจสบายและเป็นสุขมากขึ้น หากเราได้สัมผัสความสุขจากการมอบความรัก ความปรารถนาดีให้แก่กันและกัน ยามเห็นคนที่เรารักเป็นสุข เราก็พลอยสุขไปด้วย ในบรรดาการให้ที่สร้างเสริมสายใยรัก ย่อมต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การให้อภัย ที่สำคัญคือการเคารพในตนเองและต่อคนที่เรารักเช่นกัน ซึ่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นตัวสานสายใจและสายใยรัก ส่วนการให้อภัยเป็นการประสานรอยร้าวในใจของสายใยรัก และความเข้าใจกันและกันนั้นคือการประสานรักให้มั่นคง

สิ่งที่ซ่อนเร้นของการเข้าใจซึ่งกันและกันคือการยอมรับอย่างที่เขาเป็นซึ่งนั่นหมายถึงการให้เกียรติอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเท่ากับการยอมรับตัวตนที่แท้จริงเขา พร้อมประกาศว่าไม่ว่าจะผิดพลาดอย่างไรเราก็พร้อมที่จะเข้าใจและให้อภัยเขาเสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ต้องพัฒนาจุดด้อยของตนเอง แต่ต้องมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มนุษย์เราย่อมต้องมีข้อบกพร่องไม่เรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่แล้ว ในทางกลับกันเมื่อเรายอมรับจุดด้อยนั้นได้ เรากลับจะรับมือได้อย่างแข็งแกร่ง มองเห็นปัญหาอย่างทะลุปรุโปร่งโดยปราศจากการแทรกแซงของตัวเรา เพื่อเป้นแรงบันดาลใจให้แก่กัน

Text : Kittisak Kandisakunanont

Thanks to image from : http://metropop-lover.blogspot.com/2012/07/rina-suryakusuma-semoga-tulisan-saya.html

Related contents:

You may also like...