:: PLACE ::
ชื่อสถานที่:Sanctuary of Truth







ปราสาทสัจธรรม (sanctuary of Truth)
หลายคนอาจมองว่า การใช้ขนาดสัดส่วน ( scale) ที่ทำให้สถาปัตยกรรมดูใหญ่โตอลังการ (ทั้งในแนวดิ่งและแนวราบ) เป็นหลักการพื้นฐานของงานออกแบบปราสาท วิหาร หรือสถานศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้ผู้ที่เข้าไปสามารถมองเห็นความยิ่งใหญ่ ตั้งแต่หน้าทางเข้าจนไปถึงโถงที่ว่างภายใน ภายใต้คำอธิบาย ซึ่งดูจะเป็นทฤษฎีที่ครอบคลุมอันนี้ อาจทำให้เรามองข้ามข้อเท็จจริงในแง่ของความยากและความปราดเปรื่องในงานโครงสร้างที่ทำหน้าที่รองรับอุดมคติอันสูงส่งบน
โลกของความจริง ไปได้ง่ายๆ

งานโครงสร้างถือเป็นกระดูกของวิศวกรรมที่แทรกตัวอยู่ในผิวหนังสถาปัตยกรรม ซึ่งความยิ่งใหญ่ของปราสาท หรือวิหารล้วนแล้วแต่ต้องต่อสู้กับมวลขนาดมหึมาที่ต้องแบกรับไว้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง งานโครงสร้างจึงถือเป็นการทดสอบบนโลกของความจริง ที่ซึ่งมิติแห่งจิตวิญญาณจะปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนได้ ก็เมื่อสถาปัตยกรรมดังกล่าวสามารถดำรงอยู่ต่อไปอย่างมั่นคง เหมือนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นแรกๆ ที่มนุษย์กระทำการสักการะ ต้นไม้ต้นนั้นก็ต้องมีกิ่งก้านสาขาที่แผ่ขยายออกไปจนดูยิ่งใหญ่มากพอ ซึ่งรากที่หยั่งลึกและแผ่กว้างไปในดินก็เปรียบได้กับโครงสร้างที่ว่านั้น

หิน ศิลาแลง อิฐและปูนจึงเป็นวัสดุชนิดแรกๆ ที่หลงเหลือให้เราเห็นในโบราณสถานต่างๆ ก็เพราะวัสดุเหล่านั้นได้ชื่อในเรื่องของความคงทน ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สัตว์และแมลง แต่กับไม้ซึ่งเป็นวัสดุที่มีอยู่มากมายในเขตศูนย์สูตร กลับไม่ค่อยมีให้เห็นมากมายนัก เหมือนอย่างเช่นสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย และอยุธยาที่ส่วนเครื่องบนที่ทำด้วยไม้ ไม่สามารถอยู่ทนข้ามกาลเวลามาจนปัจจุบันได้

ปราสาทสัจธรรม หรือในอีกชื่อว่า Sanctuary of Truth จึงเป็นสถาปัตยกรรมที่ท้าทายทั้งในแง่ของรูปแบบและงานโครงสร้าง รูปแบบของปราสาทสัจธรรมเป็นปราสาททรงจัตุรมุข (มหาปราสาท) หลังคาเป็นทรงท้องเรือสำเภา (ซึ่งเป็นทรงนิยมตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททอง) โครงสร้างและเครื่องตกแต่งทั้งหมดทำด้วยไม้ตะเคียน ไม้พันชาด ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้ประดู่ และไม้สักทอง

สิ่งที่ทำให้ปราสาทสัจธรรมแตกต่างจากปราสาทโดยทั่วไปก็คือภายนอกและภายในจะประดับตกแต่งด้วยรูปสลักไม้ ซึ่งประติมากรรมเหล่านี้มาจากบทตอนย่อยๆ ของ ตรีมูรติ มหาภารตะ รามายนะ และตำนานโพธิสัตว์ ซึ่งในทิศต่างๆ รูปสลักเหล่านี้จะไม่เหมือนหรือซ้ำกันเลย

-ด้านทิศเหนือ เป็นภาพสลักนูนสูงและลอยตัวเป็นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ พระมัญชูศรี เทพ และเซียนต่างๆ ตามคติความเชื่อของพุทธนิกายมหายาน

-ด้านทิศใต้ เป็นภาพสลักไม้นูนสูงที่หน้าต่างเป็นเรื่องราวของพระนารายณ์อวตารเป็นพระกฤษณะ ใช้ลวดลายผสมผสานกับลายไทย ลายกนก ลายพฤษชาติ และลายก้านขด

-ด้านทิศตะวันออกเป็นรูปสลักไม้ลอยตัวขนาดใหญ่ สร้างให้เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันครอบครัวที่บ่งบอกถึงความรัก เป็นเครื่องสะท้อนถึงคติความเชื่อของชาวเอเชียตะวันออก

-ด้านทิศตะวันตก เป็นรูปจำหลักไม้นูนสูง และลอยตัวเกี่ยวกับคติความเชื่อของอินเดีย ว่าพระผู้เป็นเจ้าผู้สร้างโลกและผู้เป็นอมตะมีอยู่ 3 องค์ด้วยกันคือ พระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม ที่เรียกว่า ‘ ตรีมูรติ '

ปราสาทสัจธรรมสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยเล็ก วิริยะพันธ์ภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้สถาปัตยกรรมชิ้นนี้สื่อถึงความศรัทธา เป็นเหมือนเครื่องค้ำจุนมิติด้านจิตวิญญาณ

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างนอกจากตัวแนวคิด (ที่สะท้อนออกมาจากความประณีตในงานแกะสลักไม้) ย่อมเป็นเรื่องของ ‘ งานโครงสร้าง ' ซึ่งเราจะเห็นได้ก็เมื่อเราเข้าสู่ภายใน ปราสาทสัจธรรมเน้นการวางแนวแกน หรือผังพื้นในแบบโบราณ คือวางระบบโครงสร้างสัมพันธ์กับจักรวาล (ซึ่งรายละเอียดในเรื่องนี้สามารถมองให้เป็นได้ทั้งวิทยาศาสตร์และโหราศาสตร์)

แต่เรื่องที่ชวนให้ฉงนมากที่สุดก็คือ เสาไม้ที่มีเส้นรอบวงและความสูงขนาดยักษ์ ซึ่งปรากฏโดดเด่นเป็นแถวแนว แน่นอนประโยชน์ของมันก็เพื่อต่อสู้กับแรงโน้มถ่วง และกาลเวลา แต่กระนั้นเราก็แทบนึกไม่ออกเลยว่า ต้นไม้ต้องมีอายุเก้าแก่มากเพียงไร ถึงจะกลายมาเป็นเสาแต่ละต้นได้ นี่เป็นความพิศวงที่ชวนให้คิดว่า บางทีแผนการที่คาดว่าจะเสร็จลุล่วงสมบูรณ์ 100 % ของปราสาทสัจธรรมในอีก 15 ปีข้างหน้า (ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการมาแล้ว 24 ปี) จำเป็นต้องอาศัย ‘ เวลา ' เป็นวัสดุอีกอย่างหนึ่งในการบ่มเพาะ และประกอบสร้างเป็นชิ้นงาน

ชมภาพ Virtual Tours ที่ www.at-bangkok.com
   

เชิญทำข่าว / ฝากข่าวสังคมลงใน HI-CLASS SOCIETY ติดต่อ
นิตยสารไฮ-คลาส
30 สุขุมวิท 85 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทร. 02-7426438-9 โทรสาร 02-3311618
อีเมล์ : editor@hiclassmagazine.com


HI-CLASS MAGAZINE
30 Sukumwit 85 Bangjak Prakanong Bangkok 10260 Tel. 662-331-1610, 662-331-1618 _Fax. 662-331-1618
e-mail : editor@hiclassmagazine.com
Copyright 2004 www.hiclassmagazine.com All Rights Reserved