HI-CLASS MAGAZINE COMPANY LIMITED
www.hiclasssociety.com


HI-CLASS SOCIETY : INTERVIEW

 

     

 

   


ผู้นำน้ำพระทัยสู่ไพรกว้าง


หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

 

พื้นที่ยิ่งสูงความเหน็บหนาวก็ยิ่งทรมานแต่ความหนาวสำหรับชาวเขาบนดอยสูงอันห่างไกลความเจริญกลับอบอุ่นได้ด้วย น้ำพระทัยแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ‘พ่อหลวงของชาวเขา’ ซึ่งทรงนำพาอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีกว่ามาสู่ ผองชนต่างเผ่า ต่างภาษา และต่างศาสนาเบื้องหลังสายธารแห่งน้ำพระเมตตาเหล่านี้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ทรงเป็นหัว เรือใหญ่ผู้รับพระราชดำรินำพากระแสน้ำพระทัยไปพระราชทานแก่ชาวเขาตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ผ่านมาของมูลนิธิ โครงการหลวง ดุจแสงจันทร์นวลที่ส่องแสงโอบอุ้มเพื่อบ่มเพาะ และอุ้มชูต้นกล้าแห่งปัญญาให้เติบโตขึ้นเป็นไม้ใหญ่ใน ป่าลึก นิตยสารไฮ-คลาสได้รับพระเมตตาประทานสัมภาษณ์ ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ปฐมบทแห่งโครงการหลวงอัน ดำรงตนตามพระราชปณิธาน โครงการหลวงช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลกบนดอยสูงในอำเภอฝาง ประชิดติด ชายแดนไทย-พม่า ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 180 กิโลเมตรโดยประมาณ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิ โครงการหลวงพระชันษา 84 ปี ทรงขับรถด้วยพระองค์เองเพื่อประทานสัมภาษณ์พร้อมด้วยท่านผู้หญิงดัชรีรัช รัชนี ชายา ธิดาและนัดดา ในบรรยากาศอบอุ่นของครอบครัวท่ามกลางสภาพอากาศที่สูงกว่า 10 องศาเซลเซียสไม่เท่าไร

 

ฝ่าบาทตัดสินพระทัยนานเพียงใด กระหม่อมที่จะเข้ามาถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมเป๋ง! เดียวเลยครับ ปั๊บเดียวเลย เพราะว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านรับสั่งบอกว่า ให้ท่านภีศฯ มาทำนี่แล้วก็ผมจะไปตัดสินใจอะไรนอกจากพะยะ ค่ะ ใช่มั๊ยครับ คือท่านรับสั่ง

ก่อนหน้านั้นในหลวงท่านทรงแสดงสัญญาณใดใดออกมาให้ฝ่าบาททรงทราบบ้างหรือไม่มีครับมีๆเพราะว่ามีตอนหนึ่งนะ คือที่หาดทรายใหญ่ที่หัวหินนะ ท่านมีที่อยู่สัก 80 ไร่ ได้ ที่เป็นชายหาดนะ แล้วก็ท่านอยากจะปลูกต้นไม้นี่ ทีนี้ท่านให้คน หนึ่งซึ่งเค้ามีสวนสวยมากที่ในกรุงเทพฯ นะ สวยมากใครๆ ก็...ขึ้นชื่อเลย ใครๆ ก็รู้จัก ท่านรับสั่งให้คนนี้นี่ไปปลูกต้นไม้ ที่นั่น แล้วก็เค้าปลูกไม่ได้เพราะว่าที่นั่นเป็นที่ที่ว่ากันดารมากคือน้ำก็ไม่ค่อยมีดินก็เลวคือจะไปปลูกต้นไม้แบบทำสวนที่ กรุงเทพฯ นี่มันก็จะไม่สำเร็จนะครับทีนี้ ท่านนี่...ผมไม่ทราบนะว่าทำไมท่านรับสั่งให้ผมมาปลูก นี่นะครับรู้สึก (ทำท่าทรง คิด)...คือถ้าจะเดา ผมก็ต้องบอกว่าท่านรับสั่งให้ผมไปปลูกเพราะว่าผมปลูกต้นไม้ไม่เป็น จริงๆ นะ คือ...คือต่างว่าผมปลูก เป็นนะ ผมก็จะเพาะปลูกไอ้ต้นที่ผมเคยปลูกอะไรอย่างนี้นะครับ ก็ซ้ำซากอยู่อย่างนั้น เพราะว่าถ้าผมปลูกไม่เป็นผมก็ไป ขอคนที่เค้าปลูกเก่งๆ นะอย่างเช่นคนที่ผมขอนี่ คือชื่อ ‘ชวนิศ’ เป็น หม่อมราชวงศ์ชวนิศนดากร วรวรรณเค้าเป็นลูกพี่ ลูกน้องกับผม เป็นน้อง เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้วคนนี้ก็เข้ามาเพราะว่าเค้าจะมาทำถวายพระเจ้า อยู่หัว แล้วก็พวกอาจารย์ พวกพืชสวน พืชไร่ ปศุสัตว์ พัฒนาที่ดินด้วย ก็เข้ามา เข้ามา มาร่วมกันปลูก มันก็สำเร็จเรียบ ร้อยดี

คืออย่างถ้าหากว่าอย่างถ้าเอาพืชสวนมากก็จะปลูกแต่พืชสวนใช่มั๊ยครับอย่างพืชไร่ไม่ได้เหลียวแลอะไรแบบนี้ไอ้คนที่ ไม่รู้เรื่องนี่นะครับดีที่จะเข้ามาทำ จริงๆ อย่างผมนี่ดี เพราะว่าอย่างว่านี่ ผมไปขอใครต่อใครเค้ามาปลูก(สรวล) และบาง ทีอย่างถ้าเราไม่รู้บางทีเราก็เฟื่องนะครับ หันไปก็อย่างนู้นอย่างนี้ เราก็ถามคนที่เค้ารู้นี่ บางทีเค้าก็บอกเฮ้ย!ไม่ได้เค้าก็ หัวเราะเยาะแต่บางทีมันก็ได้ อย่างที่หัวหินที่ว่านี้นะ คุณเห็นผมใช้คำว่าอากาศแล้ง แห้งแล้งและก็ดินไม่ดีมันก็เหมือน กับอีสานเราใช่มั๊ยครับ อีสานเราก็ปลูกหม่อมเลี้ยงไหม เราก็บอกทำไมเราไม่ปลูกหม่อมเลี้ยงไหมบ้างล่ะ ผมก็ไปถาม พวกกรมวิชาการ(กรมวิชาการเกษตร) ที่เค้าเป็นคนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมนี่เค้าก็มาทำ ก็สำเร็จเรียบร้อยดี นี่แหละครับ เรื่องก็เป็นแบบนี้ 

เรียกได้ว่าจุดกำเนิดของโครงการหลวงอยู่ที่นั้นเลยอยู่ที่หาดทรายใหญ่นะครับตั้งแต่นั้นไปก็มี...เรามีมีพวกคณะเกษตร อยู่ที่นั่นแล้ว พระเจ้าอยู่หัวท่านก็รับสั่งบอกว่าให้ช่วยพวกชาวบ้านที่นั่นด้วยสิ เขาเต่านะครับ เพราะว่าที่เขาเต่าเค้าจะที แรกเค้าก็ร่ำรวยดี แต่ว่าอาชีพเค้าเป็นอาชีพจับปลาแล้วปลามันก็มีน้อยลงๆ เพราะว่ามีเรือลำใหญ่ๆมาจับไปเค้าก็ลำบาก ท่านก็รับสั่งให้ไปช่วยพวกนี้ เราก็เอาพวกเกษตรเช่น อย่างว่าไก่นี่นะ เราก็แนะนำให้เค้าเลี้ยงไก่เลี้ยงไก่เอาไข่ไปขาย ในหัวหินอะไรอย่างนี้ สมัยก่อนหัวหินไม่มีไข่นะ ต้องไปซื้อมาจากเมืองเพชรฯ นะสมัยนั้น(สรวล)

คืออย่างนี้นะ เรื่องอย่าง นี้ก็ทำเกษตรที่นี่พัฒนาชาวบ้าน ทำที่นี่แล้วก็มาถึงที่โครงการหลวงนี่นะ ท่านก็เสด็จแปรพระ ราชฐานมาที่เชียงใหม่นี่ พระเจ้าอยู่หัวท่านไม่ประทับอยู่เปล่าๆ อยู่เฉยๆ ท่านไม่อย่างนั้นน่ะ ท่านจะเสด็จออกไปดูนั่น ดูนี่ทอดพระเนตรอะไรเรื่อยท่านบินไปนะครับบินเฮลิคอปเตอร์ท่านก็ทอดพระเนตรเห็นแยะมากเลยตามดอยนี่ท่าน ทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาทำลายต้นน้ำลำธาร ทำลายป่าไม้ เพื่อจะปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอยกันนะ ปลูกฝิ่น ปลูกแล้ว ก็ตัวเองก็จน ทุกวันนี้ นี่เป็นเรื่องที่แปลกมากนะ เพราะว่าสมัยนั้นใครๆก็เห็นว่าฝิ่นนี่ทำให้คนปลูกร่ำรวยมหาศาลซะ จนเรียกว่าสามเหลี่ยมทองคำ ฝรั่งเรียก Golden Triangle ไทยก็เรียกบ้างว่า “สามเหลี่ยมทองคำ” แต่ว่าพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงทราบว่าชาวเขาที่ปลูกฝิ่นนี่จนเพราะว่าเวลามาเฝ้าท่านนะเสื้อผ้าปุปะและก็เด็กไม่ค่อยมีอะไรรับประทานอย่าง สมบูรณ์ท่านก็ทรงทราบ ทีนี้ท่านก็ทอดพระเนตรเห็นว่าไอ้ต้น ลูกท้อ เห็นว่าถ้าหากมันเป็นลูกใหญ่มันก็น่าจะทำเงินได้ ดีกว่าฝิ่นนะ

ที่นี่(สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง)เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการหลวงจริงๆเลยใช่ไหมกระหม่อมมีที่ดอยปุยแต่ดอยปุยไม่ใช่ ของเรานะ เป็นมหาวิทยาลัยเกษตรฯ แต่ว่ามีอาจารย์ที่เค้าทำเรื่องผลไม้เมืองหนาวอยู่นิดๆ หน่อยๆ นะเค้าทำอยู่ ที่ผม ทราบนี่เค้ากำลังจะเลิกแล้วเพราะว่าเค้าไม่ได้งบประมาณนะ ตอนนั้นมีอาจารย์อยู่คนหนึ่ง และก็มียามคนหนึ่ง และก็มี ภารโรงคนหนึ่ง มีประมาณ 3 คน เค้ากำลังจะต้องเลิกแล้ว และทีนี้พระเจ้าอยู่หัวให้โครงการหลวงเกิดขึ้นมา และก็พระ ราชทานเงิน 200,000 บาท และเกษตรเค้าก็ไปทำตั้งสวน 200,000 อยู่น่ะ

 

ก่อนหน้านั้นฝ่าบาทไม่ได้ทรงงานด้านการเกษตรเลยแต่ทรงงานอยู่ที่เชลล์ใช่ไหมกระหม่อม

ไม่เลยคือใช่ผมทำโฆษณาโฆษณานี่แปลว่าโม้ใช่มั๊ยครับแต่ผมไม่ได้โม้ผมพูดจริงๆทั้งนั้นเลยไม่เชื่อถามภรรยา(พลางชี้ พระหัตถ์ไปที่ท่านผู้หญิง ดัชรีรัช รัชนี)

 

พอต้องมาทรงดูแลทางด้านงานเกษตรฝ่าบาทต้องทรงเปลี่ยนแนวคิดหรือว่าต้องทรงศึกษาสิ่งใดเพิ่มเป็นพิเศษกระหม่อม

ผมไม่ต้องเปลี่ยนไม่ต้องศึกษาอะไรนะก็คืออย่างว่าก็คือพวกอาจารย์เค้ามาทำนู่นทำนี่ผมก็ฟังเค้าพูดอะไรกันเรา็พยายาม ฟังๆ แล้วก็ไปดูเค้าและบางทีอย่างว่านี่เราก็เฟื่องอะไรได้ดี ได้ผลดี อย่างที่อ่างขางนี่ อ่างขางนี่แต่ก่อนนี้เป็นไร่ฝิ่นใช่มั๊ย ครับ เป็นหมู่บ้านที่ปลูกฝิ่นดีที่สุดในประเทศไทยและก็มีอยู่วันหนึ่งนี่เราบินเข้ามานะครับบินขึ้นฮ.มามาลงนี่เราก็เห็นว่าที มันสวยและอากาศดี และก็มีต้นไม้ต้นใหญ่ เราก็เห็นว่าน่าจะมาตั้งสถานีนี่ เราก็มาตั้งสถานีและก็ไอ้การที่มาตั้งนี่ก็เป็น ผมมีความคิดเฟื่องว่าที่นี่ดีควรจะมาลอง ผมคิดว่าดี คิดว่ามีประโยชน์มากนะครับ นี่คือความคิด ไอ้สิ่งที่ผมทำ ได้ประโยชน์ จริงๆ จากนี่ก็คือว่า ที่บนดอยนี่นะ ที่อ่างขางนี่เมื่อก่อนนี้เป็นไร่ฝิ่นนะตอนที่เรามาถึงนี่เป็น ไร่ฝิ่นน้อยแล้วก็มีแยะเหมือน กัน แต่ว่ายังมีที่เคยเป็นไร่ฝิ่นอีกมากมายเลย ชาวบ้านเค้าก็ไม่ทำอะไร เพราะว่าหมู่บ้านชาวเขาที่อยู่บนนี้ ทีแรกมีเต็มไป หมดเลยนะ มี 5-6 เผ่า

แต่ครั้งหนึ่งก็มีการสู้รบยิงกันบนนี้ครับ คุณรู้มั๊ยใครยิ่งใครคุณทายซิ สุทัศน์(คุณสุทัศน์ ปลื้มปัญญาผู้อำนวยการสำนัก พัฒนาเกษตรที่สูงผู้ติดตาม)รู้มั๊ยพม่ายิงกับจีนฮ่อเข้ามายิงในเมืองไทยที่อ่างขางนี่แต่ที่เราเข้ามาใหม่ๆนี่นะยังมีสนาม เพลาะยังเหลืออยู่เลยนะยิงกันคือพม่านี่เค้าจะไล่ตีพวกยูนนานพวกทหารจีนฮ่อออกไปจากพม่าเค้าก็ตีๆเข้ามาอยู่ที่เมือง ไทย ทีนี้ทหารพวกชาวบ้านที่เคยปลูกฝิ่นทำอะไรบนนี้เยอะแยะนี่ก็หนีไปหมดเลยตั้งหลาย...ตั้ง 5-6 หมู่บ้านได้ หนีลงมา หมดเลย เหลืออีก 1 หมู่บ้าน ที่ขอบด้ง ทีนี้ที่เคยเป็นไร่ฝิ่นก็เหลือว่างเปล่าอีกแยะเลย

ทีนี้เราก็อยากจะได้ที่มาเพราะปลูกแต่ว่าเราจะทำไอ้ทุ่งหญ้าทุ่งหญ้าคาให้เป็นที่เกษตรนี่ลำบากมากเพราะว่าคนแรงงาน มันไม่มี จะใช้คนอื่นขุดมันก็ไม่ได้นะ ทีนี้ผมก็วันหนึ่งผมก็ความคิดเปรื่องดีนะก็ไปขอเฮลิคอปเตอร์จากบริษัทหนึ่งบริษัท ฝรั่งรู้สึก(ทำท่าทรงคิด)...ขอขึ้นมา และตอนนี้ถนนไม่มีนะครับ ทีนี้จะทำยังไงก็ต้องให้เฮลิคอปเตอร์มา ขึ้นมาอย่างแบบ เราขึ้น ตอนนั้นเราขึ้นมานี่เราขึ้นฮ.มาก็ต้องให้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นฮ.เอ้ย! ไม่ใช่ให้แทรกเตอร์ขึ้นฮ.ทีนี้ฮ.ที่รถแทรกเตอร์ ขึ้นได้นี่เป็นของทหาร ทหารบกนะลำใหญ่ๆ เราไปขอยืมเขา กว่าจะบินขึ้นมา เมื่อได้อย่างนี้แล้วไอ้แทรกเตอร์นี่นะทุ่งกี่ ร้อยไร่ไม่รู้นะที่เป็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนี่ได้ฟรีเลย (หัวเราะ) ซึ่งเป็นความคิดที่ดีมาก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางแนวทางฝ่าบาทการบริหารงานเกี่ยวกับโครงการหลวงอย่างไรกระหม่อม ท่าน บอกว่า ท่านบอกว่าลดขั้นตอน ลดขั้นตอนนี่สำคัญมาก คือถ้าไม่ลดขั้นตอนทำแบบ...แบบที่ขออนุมัติเป็นตอนๆ นี่คนที่ เค้าจะมาทำกับเราพวกอาจารย์นี่เค้าจะเบื่อ ทีนี้ถ้าเค้ามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้ในเรื่องหนึ่งเค้าก็ชอบท่านก็รับสั่งให้ลดขั้น ตอน และท่านรับสั่งบอกว่าช่วยเค้าให้ช่วยตัวเอง ไม่ใช่ยึดครองเป็นของตัวเอง ช่วยเค้าให้ช่วยตัวเองนี่ก็แปลว่ามันก็ ยั่งยืนนะครับ เพราะช่วยตัวเองได้ และอะไรอีกล่ะ (ทรงหันไปถามคุณสุทัศน์ คุณสุทัศน์ตอบว่า เร็วๆเข้า)และคือข้อจำ กัดคือท่านเสด็จขึ้นมา ท่านมาทุกแห่งเลย ทุกปี ท่านจะต้องขึ้นมา ท่านเดินทั้งวันเลยนะ เฮลิคอปเตอร์มาลงพักนี้ ท่าน เดินไป และก็ที่แปลก...ที่อย่างถ้าผู้ชายนี่ก็พอดูได้ พอเดินได้ แต่ที่ดูแล้วแปลก แปลกตามากก็คือสมเด็จฯนะ(สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ) สมเด็จฯ ท่านตอนนั้นท่านก็ยัง...ยังอะไรล่ะ ใช้คำว่าอะไรดีล่ะว่ายังไงนะหญิงเล็ก (หันไปรับสั่งกับท่านผู้หญิงดัชรีรัช รัชนี ชายา) ท่านพริ้มเพรา พระวรกายพริ้มเพรา และท่านเดิน(สรวล)มากมายเลย ก็สงสารท่านเหมือนกัน

ในช่วงแรกที่ฝ่าบาทต้องเข้ามารับอาจจะเรียกว่าการบุกเบิกพื้นที่หรือการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ยาเสพติดหรือพื้นที่ร้าง จากผู้คน จากสงครามให้เป็นพื้นที่สีเขียวมีผลผลิตเช่นนี้ ได้รับพระราชทานกำลังใจจากทั้ง 2 พระองค์และพระบรมวง ศานุวงศ์อย่างไรบ้างกระหม่อมคือพวกเรานี่นะครับ ท่าน...(ทรงหยุดคิดชั่วครู่) พวกเราสมันนั้นทุกคนเลยนะได้รับพระ ราชทาน รัตนาภรณ์ ทุกคนเลย รัตนาภรณ์นี่เป็นเหรียญส่วนพระองค์เลยนะ ตอนหลังๆ พวกเราก็ได้(ตรา)จุลจอมเกล้า กันแยะเนอะ (สรวล) 10 เท่าไหร่คน (คุณสุทัศน์ ตอบมาว่า 14-15 คน) 14-15 คน เราก็ยินดีมาก เมื่อเร็วๆ นี้เราเข้าไป กราบท่าน คือธรรมดาเราก็ได้เฝ้าฯ ท่านทุกปีๆ ใช่มั๊ยครับ และตอนหลังนี่ก็ไม่ได้เฝ้าฯ นอกจากผมและผมก็ไปเฝ้าฯบาง ทีท่านก็กริ้วเอา แต่ว่าผมก็ได้เฝ้าฯ คนอื่นไม่ได้เฝ้าฯ ตอนหลังนี่ ท่านก็พระราชทานอนุญาตให้ไปที่วังไกลกังวลนะครับ ไปกราบท่าน แล้วท่านก็รับสั่งอยู่ได้เท่าไหร่ (คุณสุทัศน์ ปลื้มปัญญา ตอบว่า 1 ชั่วโมงครึ่งครับ) ท่านรับสั่งถึงความหลังว่า ที่ดอยนั้นเป็นอย่างนู้น (สรวล) แล้วพวกเรานี่นะ เราได้ยินท่านรับสั่งอย่างนี้เราก็รู้สึกเฟื่องน่ะชื่นอกชื่นใจนี่เห็นมั๊ย

 

ทุกครั้งพระองค์ท่านจะพระราชทานกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับแนวทางทุกครั้งเลยรึเปล่ากระหม่อมหรือว่าเป็นกำลัง ใจเลย

ท่าน...เวลาเราไปทูลอะไรท่านแล้วถ้าท่านโปรดท่านจะรับสั่งคำเดียวบอก“ดี”อย่างนี้ท่านบอกดีเราก็ดีใจมาก(หัวเราะ) ท่านไม่ได้รับสั่งชมเชยอะไรนะครับ แค่ดีเราก็เข้าใจเลยว่าแปลว่าอะไรก่อนหน้านั้นนี่ฝ่าบาทได้ถวายงานพระองค์ ท่านก่อนรึเปล่ากระหม่อมสำหรับพระเจ้าอยู่หัวผมเคย...(ทรงหยุดคิด) เคย ทำงานอยู่ถวายงานกับท่านคือท่านก็ทำ ด้วยนะ ทำด้วยกันมาแยะเหมือนกัน

 

อาทิโครงการใดบ้างกระหม่อม หรือว่าเป็นงานอื่น

ไม่ใช่โครงการนะครับ ท่าน...ท่านอยากจะทรงเรือใบและท่านก็รับสั่งว่าท่านจะต้องต่อเองเรือนั่น ไม่ใช่ว่าไปซื้อใครเค้า มาท่านต้องต่อเองทีนี้ ท่านก็รับสั่งว่าผมนี่ต่อเรือใบเป็นท่านน่ะเป็นช่างไม้เป็นเพราะว่าท่านทรงเลื่อยไม้มาตั้งแต่ที่โรง เรียนเมืองนอกนะแต่ ท่านต่อเรือไม่เป็นท่านก็เลยรับสั่งให้ผมเข้ามาต่อเรือกับท่านเราก็เลยได้เฝ้าฯท่านมากเลยนะ ครับตอนนั้นนี่พอผมเลิก งานปั๊บก็โดยมากผมจะผูกเนคไทใส่เสื้อเข้าไปในวังที่สวนจิตรฯ(พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน )และพอเข้าไปข้างในแล้ว ถอดเสื้อไสกบ (สรวล) ท่านก็ไสผมก็ไสเลื่อยไม้กันอยู่นี่จนกระทั่งค่ำๆ เลย ก็ทำอยู่ตั้งนาน เหมือนกันนะทำหลายลำนะ

ฝ่าบาทคิดว่าชาวเขาหรือชาวบ้านเค้าเชื่อมั่นหรือว่าศรัทธากับโครงการหลวงอย่างไรกระหม่อมเริ่มต้นนะครับเริ่มต้นนี่ โครงการหลวงยังไม่มีความหมายอย่างไรนะคือเค้าไม่รู้จัก แต่ว่าเค้ารู้จักพระเจ้าอยู่หัวนะ อย่างเราไปนี่ เราไปจะทำ อะไรนี่เราอยากจะให้เค้าทดลองปลูกอะไรนี่นะครับเราก็บอกว่าพระเจ้าอยู่หัวอยากจะให้ลองปลูกไอ้นี่เค้าก็ปลูกคือท่าน ...ท่านให้ลองปลูกนะไม่ใช่ว่า...(ทรงหยุดพักหายใจ คาดว่าน่าจะเป็นคำว่า “บังคับ”)เพราะว่าเราไปวิจัยมาดีแล้วนะครับ ไอ้ของที่เราให้ลองปลูกมันจะสำเร็จ มันจะทำเงินให้เค้า และเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ววัน ปีต่อไป ใครๆ เค้าอยากทำมันก็ไม่ ลำบากอะไรเท่าไหร่กับการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดของชาวเขาที่แต่ก่อนนี้ปลูกฝิ่นปลูกพืชอื่นๆให้เปลี่ยนมาปลูกผัก ผลไม้ยากมั๊ยกระหม่อมไม่ยากหรอกครับ ก็นี่อย่างว่าที่เราที่ยากนี่นะก็คือ ว่าการวิจัยหาของดีๆ ของที่จะมาให้เค้าปลูกนี่ เราก็ต้องทำ ค้นคว้าเยอะแยะเหมือนกัน พอได้แล้วปั๊บเราก็ไป เค้าก็รู้ เค้าก็ว่าเรานี่เป็นคนของพระเจ้าอยู่หัวก็ขอให้เรา ทำนั่น ให้ลองทำนั่นทำนี่เค้าก็ยินดีทำ

ในช่วงแรกได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศเข้าช่วยทางด้านเทคโนโลยีบ้างไหมกระหม่อมเริ่มต้นก็มีพวกไต้หวันนะครับ ไต้หวันนี่เค้าก็ช่วยเพราะว่าเค้านี่นะเคยทำอย่างเราเลยนะ คือประเทศเค้าเป็นประเทศเมืองร้อนเหมือนกันและก็มีภูเขา และเขาของเค้าสมัยก่อนนี่ไม่มีใครแตะต้อง พอสมครามจบแล้วใหม่ๆ นี่เจียงไคเช็คก็เอาทหารอพยพหนีจีนแดงก็มาอยู่ที่ ไต้หวันแยะมากเลยแล้วทีนี้นี่ทหารพวกนี้นี่ก็ไม่มีอะไรทำนะ ก็อยู่เฉยๆ เจียงไคเช็คเค้าก็บอกว่า เฮ้ย! ไปขุดดินทำถนน เค้าก็ทำถนนข้ามจากข้างนี้ขึ้นเขาไปสูงมากเลยและไปลงอีกข้างหนึ่งมีคนหนึ่งนะเวลานี้ยังอยู่เชียงใหม่ทุกคนนะจะเรียกเค้า ว่า “ปาป้าซุง” นะครับ พระเจ้าอยู่หัวก็เรียกปาป้าซุงนะ สมเด็จฯ ก็ปาป้าซุงนะ พวกเรานี่ทุกคนก็เรียกปาป้าซุงหมด นี่ยังอยู่ ที่เชียงใหม่เลยนะ ปาป้าซุงนี่เค้าบอกๆ ว่าที่บนเขาของไต้หวันนี่ถึงแม้จะเป็นประเทศร้อนนะปลูกผลไม้เมืองหนาว ได้

พวกผู้เชี่ยวชาญเป็นอเมริกันก็ร่วมกันจีนด้วยกันนี่เค้าชื่อองค์การJCRRนะJointอะไรนี่เค้าบอกไม่ได้ไต้หวันเป็นเมือง ร้อนปลูกแอบเปิ้ลไม่ได้ ปาป้าซุงก็บอก ในที่สุดก็ไปทดลองปลูกและก็ได้เรียบร้อยดี ทีนี้นี่เค้าก็ทำแบบที่เราทำนะเอาพืช เมืองหนาวมาปลูกในประเทศร้อน ก็อย่าเรานี่เราก็เอาไอ้ลูกอะไรต่ออะไรเมืองหนาวมาปลูกบนดอยนี่ ทีนี้นายพลอะไร คนหนึ่งก็มาเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัวที่ภูพิงค์นะ นายพลใหญ่ๆ ชื่ออะไรก็ไม่รู้ต้องไปถามอาเฉียนดู(ผู้เชี่ยวชาญจากไต้หวันที ได้เข้ามาช่วยงานโครงการหลวง)นายพลที่เค้าเข้ามานะนายพลที่เข้ามาเฝ้าฯแล้วท่านก็เล่าให้ท่านฟังว่านี่ท่านกำลังปลูก ลูกพีชบนดอยเค้าก็บอกนี่เค้าก็ทำมาแล้วนี่ ก็เลยบอกว่าอ๊า!เค้าจะมาแนะนำมาช่วยเหลืออะไรอย่างนี้ก็เลยนี่นี่เค้าก็เป็น ผู้ที่ช่วยเหลือตั้งแต่ต้นเลยนะ ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ชักจะเลิกๆ ช่วยไปแล้วไต้หวันกับเรานี่นะคือเราไม่เกี่ยวกับ การเมืองอะไรเลยนะครับอย่างเวลาเมืองไทยเลิกตัดสัมพันธไมตรีไต้หวันมาเข้ากับจีนแดงนะเราก็ไม่ได้ตัดเราโครงการ หลวงนี่ก็เป็นเพื่อนเค้าอยู่ตลอดเวลา

อีกอย่างเรื่องต่างประเทศที่ช่วยนะ ต่างประเทศที่ช่วยเรามากเลยนะก็คืออเมริกานะสมัยนั้นนี่นะอเมริกันก็ให้เราเลิก ปลูกฝิ่นนะคราวนี้เค้าก็อยากจะมาจ้างมาหาพืชที่จะปลูกแทนฝิ่นได้ทีนี้เรานี่เป็นคนกำลังทำอย่างนี้อยู่นะก็เข้าเรื่องกับ เค้านี่ เค้าก็เลยช่วยเหลือมากมายเลย ไม่รู้แต่กี่ร้อยโครงการนะ (คุณสุทัศน์ เสริม 160 โครงการ) เยอะแยะมากเลยครับ เงินไม่ รู้กี่ล้านต่อกี่ล้าน เราได้เงินจากเค้ามากเลยนี่เราก็เลยทำอะไรได้ดีเลย สบาย แต่นี่ยุติไปแล้ว

ฝ่าบาททรงใช้แนวทางอย่างใดในการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดของชาวบ้านเพราะว่าชาวเขาจะเน้นเรื่องฉีดยาฆ่าแมลง ให้ผักสวย อย่างดอยอื่นๆ ที่ได้เห็นๆ กัน คือพวกเค้าฉีกให้ผักสวย แล้วก็มีไอ้พวกบริษัทเค้าโฆษณามากนะครับอย่างเวลา นี้ขับรถขึ้นมาบนดอย(อ่างขาง) มียา(ฆ่าแมลง) อันหนึ่งบอก(ชื่อ) ฟังกูราล เป็นยาอะไร (ทรงถามผอ.สถานีเกษตรหลวงอ่าง ขาง ซึ่งตอบว่ายาฆ่าเชื้อรา) เอ่อแล้วเรื่องอะไรกูจะฟังมึงราลล่ะ (สรวล) ผมโมโหมากเลยอยู่ดีๆ ฟังกูราล กูจะราลมึง ฟังกู ราล (สรวล) สมชายเอามาใช่รึเปล่า ไม่ได้นะ (ผอ.สถานีฯ ถามว่าฝ่าบาทเห็นป้ายจุดไหน) เมื่อกี๊นี้ผมขับรถขึ้นมาเห็น ที่พอ ลงเขามา มาถึงที่ราบๆ หน่อยนึง ไอ้ที่มีสวนใหญ่ๆที่เป็นของใครที่เป็นบริษัทขายยาฆ่าแมลงมากเลยทางซ้ายมือคือเราก็ทำ อย่างนี้นะ แล้วคนเค้าก็จะช่วยเหลือ เราก็จะทำอะไรที่เสื่อมเสียนี่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ผลผลิตจากปศุสัตว์ในตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ใดกระหม่อม

มีไก่ฟ้านมแพะ(นัดดาเสริมนมความ)เฮ้ย!นมควายยังไม่มีมีแต่ความนมนิดเดียว(ม.ร.ว.ดัจฉราพิลและคุณสุทัศน์ช่วยตอบ กระต่าย และก็ปลาเทร้า อันนั้นคือประมง และก็มีพวกสมุนไพร หัตถกรรม) กระต่ายนี่ท่านไม่ทรงทราบ โดยมากเราจะ เงียบๆ เอามาก (หัวเราะ) (ท่านผู้หญิงดัชรีรัช เสริมว่า ท่านไม่โปรดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต) ใช่ท่านไม่โปรด

ถ้าหากให้ฝ่าบาทรับสั่งถึงผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดของตราสินค้าดอยคำน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใดกระหม่อม

ไม่รู้ (คุณสุทัศน์ ช่วยตอบ ของเราก็เด่นๆ นะ อย่างผักเราก็เด่นๆ นะกาแฟเราก็เด่น)เราเป็นคนเอากาแฟเข้ามาปลูก ในประเทศไทยกาแฟอะราบิกา ทีแรกไม่มีใครปลูกกัน

 

ก่อนที่จะทดลองปลูกพืชชนิดใด ต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลก่อนหรือเปล่ากระหม่อม

ครับเราก็ทูลท่านอย่างอะไรที่เป็นสัตว์ท่านไม่ค่อยโปรดเท่าไหร่ที่จะต้องไปฆ่ามันอย่างเลี้ยงแพะนี่ดีเพราเอานมมันนะ ครับ (น่าจะโค้ดคำพูดให้เด่นขึ้น หรือเอาล้อมกรอบ)

 

แต่ว่าผลผลิตที่เป็นไม้ดอกไม้ประดับท่านทรงอนุมัติเสมอใช่มั๊ยกระหม่อม

ท่านโปรดครับคือไม่ใช่ว่าเราต้องขออนุมัติท่านนะครับเราทำก่อนเรารู้ว่าอะไรดีเราก็ทำไปแล้วเราก็ไปทูลท่านไม่ใช่ว่าจะ ทำไอ้นี่ต้องขออนุมัติ ทำอันนั้นต้องขออนุมัติ ท่านให้ลดขั้นตอนไงครับ

 

มูลนิธิโครงการหลวงได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศอื่นบ้างมั๊ยกระหม่อม

ประเทศอื่นเราก็มีภูฏานภูฏานเราไปทำงานเรื่องเกี่ยวกับผลไม้เมืองหนาวคือเค้ามีปลูกอยู่แล้วแต่ว่าอย่างแอบเปิ้ลนี่พันธุ์ เค้าไม่ดีเราก็เอาพันธุ์ดีๆ ไป ภูฏานนี่ตอนนี้อัฟกานิสถานเค้ามาที่นี่ 2 ทีแล้ว และก็เค้าก็รู้ว่าเราทำอย่างนี้เค้าก็สนใจว่าจะ เชิญเราไป

 

ความแตกต่างระหว่าง 2 ประเทศนี้ภูฏาน กับอัฟกานิสถานอยู๋ตรงไหนกระหม่อม

อัฟกานิสถานฝิ่นมากที่สุดในโลกภูฏานนี่ไม่มีแต่ว่าเค้าเป็นประเทศที่ไม่ค่อยรวยเหมือนกันนะมีคนเท่าไหร่8แสนคน ได้ แล้วก็ถนนเค้าก็ไม่ค่อยมีนะ เค้าเป็นคนที่ดีมาก น่ารักภูฏาน อัฟกานิสถานนี้เรายังไม่เคยไป

 

ความร่วมมือที่เราได้มอบให้กับอัฟกานิสถานเป็นเวลากี่ปีแล้วกระหม่อม

กี่ปีแล้ว (ทรงหันไปถามคุณสุทัศน์ ได้รับคำตอบว่า 3-4 ปีแล้วกระหม่อม) พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเงินนะสำหรับที่ เรา เข้าไปช่วยภูฏานนี่

 

จากภาพข่าวที่เราได้ทราบกันคือมีพระราชวงศ์ของภูฏานได้เสด็จฯ มาที่นี่

ท่านเสด็จมาที่นี่กี่หนนะ (ทรงหันไปถาม ผอ.สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง) พระราชินี กับมกุฎราชกุมาร เจ้าหญิงด้วย

 

เมื่อพระองค์ท่านทอดพระเนตรแล้วมีรับสั่งใดเพื่อให้ฝ่าบาทเสนอเป็นแนวทางในการนำไปใช้กับ ภูฏานกระหม่อม

เราไป เราส่ง เรามีพวกพัฒนาที่ดินเค้าไป ที่เป็นที่ลาดชันนะแล้วก็เราก็ไปสำรวจที่ตรงนี้ควรจะทำอย่างนั้นเรื่องน้ำนี่ สำคัญ น้ำเค้าแยะนะครับ มันไหลมา(จากหิมะบนเทือกเขาหิมาลัย) เราก็แนะนำว่าบางแห่งนี่ควรจะสูบน้ำขึ้นไปใช้นำ เค้าแยะและไฟฟ้าเค้าก็ถูกมาก เค้ามีไฟฟ้าไฮโดรน้ำไหล ก็แนะนำ

เมื่อเทียบกับอัฟกานิสถานน่าจะพัฒนาไปในระดับใดได้บ้าง ทั้งความยากจนและปัญหาฝิ่น ยาเสพติด รวมถึงสงคราม
อัฟกานิสถานยังไม่เคยไปเลยอย่างฝิ่นนี่นะเราเห็นว่าปัญหาของอัฟกานิสถานนี่ใหญ่โตมโหฬารมากเลยเราจะเข้าไป บอกเราจะกำจัดฝิ่นเราทำไม่ได้ไม่ควรทำควรจะไปช่วยเหลือชาวบ้านคือไม่เกี่ยวกับฝิ่นไปช่วยที่ไม่ต้องใหญ่โตมากนะ ถ้ามันทำสำเร็จเรียบร้อยทำให้ตลาดมันดี มันครบมันขยายๆ ไปและในที่สุดมันจะเข้าไปอยู่ในเขตฝิ่นได้คิดว่าเราจะทำ อย่างนั้น

 

น่าจะยากกว่ามาเปลี่ยนแปลงของเราเองมั๊ยกระหม่อม

ยากกว่า เพราะพระเจ้าแผ่นดินเค้าไม่มี แต่ว่าถ้าเราไปทำๆ แล้วเงินเข้ากระเป๋าแล้วก็ให้เค้าทำต่อ ของเรานี่ง่ายกว่า แต่ว่าทำ มันจนสำเร็จให้ คนอื่นเค้าถึงได้อย่าง ก็แบบเดียวกับของเรานี่นะ ให้คนอื่นเค้าเอาอย่างไม่ใช่บังคับเค้า

จากความร่วมมือที่มูลนิธิโครงการหลวงมอบให้ที่เห็นได้ชัดอย่างราชอาณาจักภูฏานเรียกได้ว่าเสมือนการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่าง 2 ราชอาณาจักรให้แน่นแฟ้นขึ้นไหมกระหม่อมก็ภูฏานเค้าก็รู้สึกว่าเค้านิยมไทยนะ อย่างเช่นท่านภูฏานจะบินไป ต่างประเทศไปอเมริกา ไปยุโรปนะ แทนที่จะบินเข้าไปอินเดียนะ ก็จะบินมาที่กรุงเทพฯ (หัวเราะ)ส่วนมากและก็(ชาว)ภูฏาน เรียนหนังสืออยู่ในเมืองไทยก็จะมีอยู่เยอะมากเลย (ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล เสริมว่า อยู่ ม.รังสิต อยู่ ABAC เยอะเลย) และอย่าง เวลาเจ็บป่วยจะบินมาหาหมอ มาตรวจ เช็คร่างกายมาเมืองไทยแยะ

 

ตั้งแต่ไทยเปิด FTA กับต่างประเทศมีผลต่อผลผลิตต่างประเทศที่หลั่งไหลมาชนกับของเราอย่างไรกระหม่อม

เมืองจีนเหรอครับเมืองจีนนะบางอย่างเราก็สู้เค้าได้นะบร็อคโคลลี่นี่นะกว่าจะมาถึงเราก็เหี่ยวๆเหลืองๆของเราก็ดีกว่า แต่บางอย่างนี่แครอทเค้าถูกกว่าคืออากาศเค้าดีกว่าเรานะครับไม่ฝนตกมากเราก็สู้ไม่ได้เมื่อเราสู้ไม่ได้เราก็ไปปลูกอย่าง อื่นเพราะเรามีผักร้อยอย่าง ผักที่เรา...ของเค้าก็มีเท่าไหร่นะ 6 อย่าง (คุณสุทัศน์ เสริม ที่เยอะๆ ก็มีแครอทนี่ครับ)

 

FTA ก็แทบจะไม่เป็นปัญหาต่อเราเท่าใดนัก

ก็ไม่ค่อยเป็นเท่าไรนัก ปัญหาก็จะเป็นกับคนที่รับประทานมากกว่า

 

ฝ่าบาททรงงานอย่างนี้แต่ไม่ค่อยได้ออกสื่อมวลชน หรือออกแนว PRที่นิยมเรียกกันในปัจจุบันนี่เป็นเพราะโปรดที่จะ ทำงานแบบนี้หรือกระหม่อม

ไม่ใช่ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกคือผมนี่อาชีพโม้อาชีพโฆษณานะแล้วเดี๋ยวนี้ผมไม่ทำแล้วโฆษณาและอีกอันหนึ่งนะพระเจ้า อยู่หัวรับสั่งตั้งแต่ต้นเลยท่านบอก ปิดทองหลังพระ(ทรงเน้นเสียง ทำท่าทางปลาบปลื้ม)ท่านรับสั่งปิดทองฯสมัยนั้นถ้าเรา ทำแล้วไปอวด เราก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ เราก็ทำของเราไปเรื่อย

 

ทุกปีจะมีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ มาเยี่ยมอ่างขาง หรือศูนย์อื่นๆ ทุกปีใช่ไหมกระหม่อม

คือพระเจ้าอยู่หัวท่านไม่มาแล้ว แต่ว่าสมเด็จฯ ท่านเคยมาทุกปีเลยเมื่อปีก่อนนี้ท่านมาประทับอยู่2คืนแล้วท่านไปเก็บ สตรอเบอร์รี่ ท่านไม่ได้มาทำงานนะ ท่านมาพักผ่อนหย่อนใจ มาเที่ยว เพราะว่าท่านโปรดอากาศหนาวๆ ด้วย

 

ความภาคภูมิใจ ณ ปัจจุบันนี้ของฝ่าบาทคือสิ่งใด

ก็นี่ไง อย่างที่ว่า ไปเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัวแล้วท่านรับสั่งว่าดี นี่ภูมิใจ (พระเนตรเป็นประกาย)

 

+++++++++++++

 



เชิญทำข่าว / ฝากข่าวสังคมลงใน HI-CLASS ติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นิตยสารไฮ-คลาส
30 สุขุมวิท 85 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทร. 02-7426438-9__ โทรสาร 02-3311618
อีเมล์ : editor@hiclassmagazine.com


HI-CLASS MAGAZINE
30 Sukumwit 85 Bangjak Prakanong Bangkok 10260 Tel. 662-331-1610, 662-331-1618 _Fax. 662-331-1618
e-mail : editor@hiclassmagazine.com
Copyright 2004 www.hiclassmagazine.com All Rights Reserved