พรศักดิ์ รัตนเมธานนท์ พี่ชายคนโตของตระกูลบูทีคมอลล์ ณ ทองหล่อ
ต้นตำรับบูทีคมอลล์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ผู้สร้างความแปลกใหม่สำหรับนักช๊อปที่ต้องการเสพย์บรรยากาศอันร่มรื่นของศูนย์การค้า ฉีกกรอบห้องแอร์เดิมๆ ที่เคยมีมา แม้ว่าแนวคิดนี้จะไม่ใช่ไทยแท้ แต่อย่าลืมว่า ศูนย์การค้าตู้กระจกที่เกลื่อนเมืองอยู่นั้นก็ไม่ใช่ของไทยเช่นกัน
พรศักดิ์ รัตนเมธานนท์ ผู้ก่อตั้ง H 1 พูดถึงพื้นที่ร่มรื่นเกือบ 2 ไร่ ท้ายซอยทองหล่อที่กลายมาเป็น H 1 ในปัจจุบัน
จริงๆ H 1 จะเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ เป็นที่แรกสุดของที่เอ่ยมาทั้ง 3 ที่ คือ H 1 playground และ J avenue H 1 จะเป็นต้นแบบของการทำ concept สโตร์ ที่ไม่ใช่ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ มันจะเรียกว่าเป็นอินดีเพนเดนท์ ดีพาร์ทเมนท์ ที่จะเป็นมอลล์ขนาดกลาง ขนาดเล็ก คือแล้วแต่ว่าแต่ละที่จะมีจุดยืนสไตล์แต่ละคนเป็นอย่างไร จุดหลักๆ ของผมนี่ คือจะเป็นบริษัทนำเข้าชื่อบริษัท ออริซอนเต้ ที่นี่ก่อตั้งมา10 ปีแล้ว เป็นบริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์จากอิตาลี เราก็จะเป็นสินค้า high-end brand ทั้งหมด
หลังจากนั้นเราก็ก่อตั้งเป็นบริษัท H 1 ชื่อก็มาจากชื่อเล่นของตัวเอง เป็นโปรเจคท์ 1 ก็เป็นฮิม 1 เราเป็นเหมือนกับไลฟ์สไตล์สโตร์ นี่คือคอนเซปต์แรก ตั้งแต่ยังไม่มีที่อื่นมาทำในซอยทองหล่อ H 1 มีตั้งแต่ร้านเฟอร์นิเจอรที่เราเปิดขึ้นมาอีกร้านหนึ่ง ร้านหนังสือบาร์เชียที่เป็นร้านหนังสือกราฟฟิกดีไซน์อาร์ตบุ๊ค นำเข้าจากหลากประเทศ และก็ร้าน HAY เป็นโปรดัคท์มิกซ์ คือเป็นอิตาเลียนจาเลตโต เป็นไอศกรีมโฮมเมด คอฟฟี่เค้ก เราก็นำมารวมกันที่นี่
คำจำกัดความของ H 1 ไม่ใช่เพียงโครงการแรกของฮิมในรูปแบบศูนย์การค้าทางเลือกใหม่เท่านั้น
ที่ที่เป็น inspiration ในเรื่องของรูปแบบการใช้ชีวิตจริงๆ คือมาที่นี่เหมือนกับคุณไม่ต้องมาเจอคนเยอะ มันเหมือนกับเป็นที่มันส่วนตัวนิดหนึ่ง ไม่ใช่ commercial ที่มันมานั่งอวดโชว์ขับรถอ้อมไปอ้อมมา แต่ละร้านคือ concept store เป็นลักษณะ L Shape ทุกร้านเลย เพราะว่าการทำร้านลักษณะที่เป็น retail store ที่เป็น flat หน้าเดียวนี่มันเป็นอะไรที่มันหาได้ง่ายๆ
เราอยากให้ทุกที่เป็นคอร์ท 3 คอร์ท ตั้งแต่ด้านหน้า ตรงกลาง ด้านหลัง เพราะว่าผมคิดว่าเดี๋ยวนี้คนต้อง back to be natural มากขึ้น เป็นอะไรที่มันต้องเกี่ยวกับธรรมชาติ ที่ต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตตัวเองมากขึ้น และผมว่าคนเดี๋ยวนี้มันมีข้อจำกัดเพิ่มมากขึ้น บางทีเรา..ผมไม่ได้บอกว่าจะสนับสนุนให้คนสูบบุหรี่นะ แต่บางทีมันเป็นในเรื่องของสิทธิเสรี บางทีในร้านอาหาร เราสูบไม่ได้ แต่เราก็มีพื้นที่ข้างนอกให้ มันก็เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าเราส่งเสริม แต่ขณะเดียวกันในสังคมเราคงให้คนมาทำอะไรเหมือนกันไม่ได้
มุมมองของคนทั่วไปมองว่า H 1 เป็นที่สำหรับกลุ่มไฮโซสุดฮิป จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่
จริงๆ แล้ว ณ วันนี้ผมต้องบอกว่าเราคงปิด wording ไม่ได้แล้ว เพราะว่าเราอยากจะ สื่อออกมาเป็นอย่างไร แต่ว่าการเสนอข่าว หรือ การรับรู้ของคนจะเป็นอีกแบบ ด้วยสถานที่ คือคำว่าหรูนี่ ผมก็..ถามว่าหรูไหม ผมว่ามันก็โอเคนะ มันไม่ได้ใช้ material อะไรที่มันดู crazy มันอลังการนะ เป็นแบบทุ่มทุนสร้าง มันก็คือร้านปกติที่เป็นกระจก แต่เพียงแต่ว่าการจัดสรรปั้นแต่งในแต่ละส่วนให้มันได้อัตราส่วนที่ดี แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึง classify ว่าที่นี่เป็นที่ไฮโซนะ ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ถ้าคนจะให้เป็นไฮโซ ผมก็โอเค...ถ้ามันจะเป็นไปอย่างนั้น
มนต์ขลังที่สะกดลูกค้าไม่เสื่อมคลายในสายตาของผู้ให้กำเนิดคือพื้นฐานของความเป็นบ้านและสมาชิกของบ้านที่มีเพื่อนฝูงไปมาหาสู่ระหว่างกัน นี่คือจุดเด่นของพี่คนโตของตระกูลบูติคมอลล์ ณ ทองหล่อ
เรารู้อยู่แล้วว่าที่นี่มันไม่ได้เป็น commercial คือมันเป็นกลุ่มเฉพาะ แต่มันก็ไม่ได้ niche มาก การทำธุรกิจของแต่ละคน เค้าจะมีธุรกิจของเค้าเอง เค้าจะมีแฟนของเค้าเอง คุณดูสิ เมื่อคืนนี้ฝนตก แต่มีเข้ามานั่งร้าน to die for เต็มเลย ร้านชิ วันธรรมดาคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ผู้หญิงเข้ามากันเต็มเลย
คนไม่ได้ชอบอะไรอย่างเดียวกัน ไม่อย่างนั้นทุกคนก็ไปเที่ยวอาร์ซีเอกันหมดทุกคน ถ้าต้องการคนเยอะ มันก็มีกลุ่มที่ต้องการความเงียบขึ้นมาอีกหน่อย ต้องการความสนุกสนาน เป็นเพื่อนกันเอง คงเหมือนอยากอยู่บ้าน อยากเดินร้านนั้น ก็เดินข้ามไป สูบบุหรี่ก็ได้ จุดขายมันไม่เหมือนกันไง ที่นี่เป็นเหมือน neighborhood concept จุดดีของแต่ละที่กับจุดขายมันไม่เหมือนกัน |