มาริสา มหาวงศ์ตระกูล ' ศิลปะสร้างสุข '
เอาความเป็นศิลปะนี่มาใช้ในทางธุรกิจ ศิลปะเป็นตัวช่วยพยุง ทำให้งานของเราสมบูรณ์ขึ้น
กลายเป็นความเคยชินที่แสนจะธรรมดาไปแล้ว เมื่อตะวันตกดินเกือบทุกวัน ไฮโซทั่วฟ้าเมืองกรุงก็ตบเท้าแต่งหรูเข้าร่วมประชันกันในงานสังคมที่เห็นได้บ่อยพอๆ กับการเดินสายเป็นเกียรติตามงานของเหล่าสมาชิกผู้แทนฯ ทั้งหลาย หากเพียงจุดประสงค์อาจแตกต่างกันบ้างตามเหตุและผลของตน เมื่องานเลี้ยงจบแต่ความสัมพันธ์ของผู้ร่วมงานไม่จบตาม หลายคนรู้จักกันตามงานสังคม ความสัมพันธ์แนบแน่น กลายเป็นความคุ้นเคยในที่สุด
คุณเมย์ มาริสา มหาวงศ์ตระกูล สาวสังคมที่ชื่อเสียงเรียงนามคุ้นหูกันดีนั้นคือผู้นำศิลปะมาผสมผสานกับงานธุรกิจ สะสมประสบการณ์ออกแบบเสื้อผ้าจากบริษัทต่างๆ กระทั่งมีโอกาสจึงสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง ถึงตอนนี้สินค้าของเธอเป็นที่ยอมรับในแวดวงแฟชั่นทั้งในและก้าวไกลไปต่างประเทศแล้ว
ด้วยความที่เป็นคนไม่หยุดนิ่งชอบทำงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับศิลปะมาตั้งแต่วัยเยาว์ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในงาน มาริสา มหาวงศ์ตระกูล หอบหิ้วความรู้ด้านจิตรกรรม ภาพพิมพ์ มัณฑณศิลป์ อินทีเรีย ที่ร่ำเรียนจากวิทยาลัยช่างศิลป์ มาประยุกต์ใช้กับงานดีไซน์เนอร์ ประกอบกับการแสวงหา ประชาสัมพันธ์ สร้างแบรนด์ของตัวเองจนฮิตติดตลาด เนื่องด้วยมนุษย์กับศิลปะเป็นของคู่กัน เธอจึงเลือกประยุกต์ศิลปะให้เขากับธุรกิจที่เธอรัก
ชีวิตประจำวันของเราประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง เราต้องมีสังคม เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามนุษย์นับถือเงินตรา เราไม่สามารถเป็นศิลปินไส้แห้งได้ ชีวิตต้องเดินไปท่ามกลางจุดที่ดูดี เราจะทำตัวมอมแมม สะพายเป้ใบหนึ่ง เป็น real artist เลยก็ไม่ใช่ พี่เองเอาความเป็นศิลปะนี่มาใช้ในทางธุรกิจ แต่ศิลปะจะเป็นตัวช่วยในการพยุง ทำให้งานของเราสมบูรณ์ขึ้น มันใช้ได้ในชีวิตประจำวันทุกอย่าง
สำหรับแรงจูงใจในการทำงานนอกเหนือจากความชอบและพรสวรรค์ส่วนตัวของสาวมั่นคนนี้ ประกอบกับบุคลิกส่วนตัว และแรงสนับสนุนที่ประคับประคองร่วมกันมา ทำให้เธอขึ้นมายืน ณ จุดนี้เป็นที่ยอมรับในสังคม
เป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง เป็นคนที่ชอบทำงาน แต่ว่างานทุกอย่างต้องเกี่ยวกับศิลปะ ถึงจะชอบและอยากจะทำ แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเลข เราจะไม่ดู จะไม่ทำเลย ตรงนั้นจะให้สามีดู แต่ถ้างานไหนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน อย่างนี้ก็จะชอบ เพราะเป็นอะไรที่เราชอบมาตั้งแต่เด็ก และเราถนัดและเรียนมาด้วย
ถึงตอนนี้คุณเมย์ มีความสุขกับการทำธุรกิจเสื้อผ้ากับงานศิลปะที่เธอรักและยังมีเวลาปรากฏกายในงานสังคมไฮโซกว่า 5 ปีแล้ว จากคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำธุรกิจ กระทั่งสิ่งต่างๆ นำเธอเข้ามาพานพบและก้าวเข้าสู่แวดวงนี้ ถือว่าธุรกิจไปได้สวย แถมการออกงานยังช่วยให้ความสัมพันธ์ในแวดวงแนบเน่นยิ่งขึ้น
เข้ามาตรงนี้ก็ไม่ทราบว่าเรียกว่าอะไร ความหมายจริงๆ ขึ้นอยู่กับปัจจัยรอบด้าน ตอนแรกที่เข้ามาสังคมตรงนี้ก็จะเป็นลูกท่านหลานเธอ มาจากไหนอะไรยังไง เราก็มักจะโดนคำถามว่าเป็นลูกใครคะ แต่พอช่วงหลังตรงนี้ก็เป็นเรื่องของทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างการเปิดตัวสินค้า ฉะนั้นการเข้ามาในสังคมตรงนี้ก็ไม่ได้มีการปิดกั้นว่าเป็นลูกใครหรือว่าหลานใคร เป็นเรื่องของกลุ่มลูกค้าของงานนั้นๆ เป็นใครก็ได้ที่เข้ามาตรงนี้ คุณดูดี บุคคลิกดี ดูโดดเด่น มันก็เป็นกลุ่มเหมือนเพื่อนฝูงชวนกันมา
นิยามคำว่า ไฮโซ ที่หลายคนมองเธอนั้น ในความคิดของสาวทำงานคนนี้ เธอกลับมองต่างออกไปจากการกระทำ และความถี่ที่ได้รับเชิญเข้ามาทุกวันจากคนรู้จัก เจ้าของงาน รวมถึงออแกไนเซอร์ที่จัดงาน โดยส่วนใหญ่ที่ได้พบเห็นสาวคนนี้ปรากฏกายเกือบทุกครั้งก็คืองานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ อันนำมาสู่ความคุ้นเคยในวงสังคม
สำหรับตัวเองไม่ได้คิดว่าตรงนี้ไฮโซหรืออะไร เพราะว่าชีวิตปกติก็ปกติ ติดดินธรรมดา วันไหนมีตลาดนัดก็ชอบเข้าไปเดินดู แต่ที่เห็นว่าออกงานสังคมบ่อยๆ เพราะเป็นคนที่ชอบงานสังสรรค์และเป็นคนที่ชอบไปหาข้อมูลอะไรต่างๆ แล้วเราก็เป็นคนชอบแต่งตัว มันเหมือนกับงานศิลปะอย่างหนึ่งที่เราทำ
ไฮโซ กับ แบรนด์เนม ของคู่กัน ' คุณมาริสาไม่ปฏิเสธสิ่งนี้ หากแต่เธอได้ให้แง่คิดถึงการแต่งตัวที่มีสไตล์และนำศิลปะที่มีอยู่ในทุกอณูของความคิดมาเป็นเครื่องแต่งกายที่มีสไตล์ไม่ตกยุค
ถ้าเป็นการแต่งตัวจะมีเฉพาะกระเป๋ากับผ้าพันคอที่เป็นแบรนด์เนมจริงๆ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าจะไม่ค่อยแบรนด์มากเพราะว่าอย่างเราจะไม่ใส่เสื้อผ้าซ้ำอยู่แล้ว บางตัวเราใส่แค่ครั้งเดียว ฉะนั้นซื้อแบรนด์แพงๆ ก็ไม่ค่อยคุ้ม โดยมากที่ซื้อจะเป็นผ้าพันคอ เพราะสะสมผ้าพันคอ หรือว่ากระเป๋าบางครั้งเสื้อผ้าก็ทำเอง เพราะชอบประดิษฐ์ประดอย ชอบแต่งตัวตั้งแต่เด็กๆ แล้วเราเป็นดีไซเนอร์ด้วย เราก็สามารถ Mix & Match ได้ทันทีเลย เรียนศิลปะมาช่วยเราได้มาก เราเรียนมาทางด้านสีสัน เรื่องโครงสร้าง เรื่องอะไรรวมกับอะไรถึงจะออกมาดูดี ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราถนัด
เมื่อมองจากคนอีกกลุ่มหนึ่งถึงไฮโซ อาจเป็นภาพของความพรั่งพร้อมทั้งในด้านชีวิตการงาน สังคม ความเป็นอยู่ แต่แนวคิดของไฮโซผู้นี้เธอกลับมองถึงสิ่งที่ขาดของตัวเองและสิ่งที่มีทำให้เธอมีความสุขกับสิ่งที่มีที่เป็นอยู่และความสุขกับการได้ให้
จริงๆ ตอนนี้ก็ถือว่าพอใจในระดับหนึ่ง เพราะว่าหลักในการดำเนินชีวิตทุกวันคือ คิดดี พูดดีทำดี มองโลกในแง่ดี ในเมื่อเราเดินไปในแนวทางแบบนี้ทุกวัน ก็จะเจอแต่สิ่งที่ดีๆ เราก็ไม่ได้เป็นคนที่แบบว่าต้องไขว่คว้าหาอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ ทุกวันนี้ก็พอใจ แต่จุดที่ยังไม่พอใจและอยากจะทำต่อไปก็คือเรื่องของงานศิลปะ ก็จะทำเพื่อสังคม
ผลงานล่าสุดที่เธอทำคืองานศิลปะเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ Art From Me Part 1 ที่ขนเอาภาพกว่า 24 ภาพมาแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ถือได้ว่าเป็นพรสวรรค์ของเธอที่ได้นำมาช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจังอีกงานหนึ่ง
อยากจะสอนเด็กๆ ให้เขาเรียนศิลปะซึ่งสามารถกล่อมเกลาจิตใจ เขาสามารถถ่ายทอดระบายอะไรต่างๆ ออกมาได้ บางครั้งคำพูดไม่สามารถถ่ายทอดได้ แต่เขาสามารถถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นลงมาในงานศิลปะได้ ก็อยากจะทำโรงเรียนสอน แต่ที่คิดไว้อีกอย่างคือ Art for Charity เราไปตามเด็กยากไร้ เราไปพร้อมเฟรมวาดรูปและไปสอนเขา นั่นคือสิ่งที่อยากจะทำ
จากสถานภาพทางสังคมในปัจจุบัน ทำให้เธออยากจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองเพื่อช่วยขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ควรจะเป็น ตามความถนัดของเธอ
ตัวเองถนัดในเรื่องศิลปะ ก็น่าจะใช้ความสามารถตรงนี้ในการช่วยเหลือสังคม ก็คือพยายามใช้งานศิลปะเป็นตัวขับเคลื่อนสังคม แต่ไม่ใช่ว่าเราไป push เขานะ สังคมก็เป็นไปตามวงจรของมันอยู่แล้ว เราคนเดียวคงไม่สามารถไปขับเคลื่อนไรได้มาก แต่ว่าอะไรที่เราช่วยได้ก็พยายามส่งแรงไปขับเคลื่อน
ออกจะเป็นนางงามไปหน่อย แต่ก็ไม่ผิดที่ทุกคนจะคิดและทำ แม้ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ความสุขอยู่ที่การให้ เมื่อตัวเองมีแล้วรู้จักให้นั่นคือคุณสมบัติที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะ หลายคนก็ได้แต่หวังว่าการให้เหล่านี้จะหลั่งไหลไม่มีหยุด ดั่งน้ำฝนที่วนเวียนอยู่ในวัฏจักรธรรมชาติ อาจจะมากเกินความจำเป็นจนท่วมท้น หรือน้อยเกินไปจนแห้งแล้ง แต่เชื่อเถอะว่าจะไม่เหือดหายไปอย่างถาวรตราบใดที่ศิลปะยังอยู่คู่กับโลกและจิตใจมนุษย์
|