Untitled Document
 
 
 
 
 
   
 
    หน้าแรก  >  HI-CLASS-238   >  กิ๊กกับจิ๊บ : สองชายขี้หักหลัง

   

ในประเทศที่เชื่อกันว่าประชากรส่วนใหญ่อ่านหนังสือกันปีละสามถึงสี่บรรทัดอย่างบ้านเรา ผมเชื่ออย่างแรงว่า การที่
ใครคนหนึ่งกล้าหาญชาญชัยถึงขั้นควักกระเป๋าลงทุนเปิดสำนักพิมพ์เป็นของตนเองต้องใช้ทั้งความกล้าและ บ้าบิ่น
อย่างมาก เพราะมีต้นทุนทั้งที่มองเห็นและ มองไม่เห็นมากมายให้คิดคำนึงถึง ไหนจะเรื่องยอดขายที่เอาแน่ไม่ได้อีก
ยิ่งถ้าลงมือเขียนเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องด้วยแล้ว การจะประสบความสำเร็จนั้นยากยิ่งกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก
กระนั้นก็ยังมีสองกระทาชายที่ก้าวผ่านความบ้าบิ่นนั่น มิหนำซ้ำยังทำเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่อง จนยอดขายถล่ม
ทลายถึงขั้นเบสเซลล์เลอร์ (นับถึงปัจจุบัน 120,000 เล่ม) หนังสือที่หยิบประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของหญิงชายและ
ความรักมาหยิกกัดชนิดมันปากอย่าง “หักหลังผู้ชาย” จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ท้าทายความคิดความอ่านเกี่ยวกับการทำ
หนังสือรวมทั้งฉายภาพบางอย่างของคนในสังคมเมืองอย่างกรุงเทพฯได้เป็นอย่างดี

“มันเกิดจากความไม่ได้ตั้งใจ คือเรานั่งชิวๆ ไม่ได้กินเหล้า (แต่ดูดบุหรี่) คุยกันเล่นๆว่า เวลาไปเที่ยวที่ไหน มีคนเข้า
มาปรึกษาเราบ่อยๆ ว่าแฟนเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แล้วมันก็มีหลายๆ เรื่องที่เราคิดว่า เฮ้ย! ผู้หญิงไม่รู้จริงๆเหรอวะ
แล้วมึงหลงโง่ไปรักมันเนี่ยนะ ก็เลยมาลิสต์มาเป็นข้อๆ ตอนแรกจิ๊บ (อติกานต์ หนุนภักดี) จะทำเป็นละคร แต่มันค่อน
ข้างวุ่นวาย เลยเปลี่ยนมาทำเป็นหนังสือดีกว่าง่ายดี ก็เริ่มอัดเทปแล้วคุยกันโดยเราหาตัวแสบๆมาเป็นตัวละครในแต่
ละบท” ” อนิศ โอสถานุเคราะห์ (กิ๊ก) หนึ่งในสองผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์อนิศอติกานต์ เปิดปากเล่าถึงที่มาที่ไปของ
หนังสือหลังจากที่ออกหาประสบการณ์ชีวิตมาร่วม 6 – 7 ปี โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่า งานปั้นหม้อจะทำให้ทั้งคู่ได้ดี

ด้วยความที่เป็นคนเขียนที่ไม่รักการอ่านฉะนั้นการทำหนังสือแบบไม่อ่านของเขาจึงต้องการความชัดในระดับหนึ่ง
“เรื่องของเรื่องคือผม (จิ๊บ) เป็นคนไม่อ่านหนังสือเลย ไอ้นี่ (กิ๊ก) มันอ่าน ผมก็เลยอยากทำเป็นหนังสือที่ผมอ่านได้
ไอ้นี่อ่านได้ เลยเป็นหนังสือ “หักหลังผู้ชาย” ที่เน้นบทสนทนาของผู้ชายปากหมากลุ่มหนึ่งที่อ่านสนุกจบได้ใน
วันเดียว เหมือนไปนั่งล้อมวงคุยอยู่ในกลุ่มผู้ชาย ไปนั่งฟังผู้ชายเมาท์กัน เสนอว่าผู้ชายเวลาแย่นะ แย่ขนาดไหน
แต่เป็นด้านเจ้าชู้นะ ไม่ใช่ตบเมียอะไรนะครับ เรามันเป็นพวก ปัญญาชน พวกนั้นเป็นกรรมกร เราเป็นคน
ฉลาดมีความรู้ เราไม่ตบ แต่เราเขย่าจะทำอีกไหม (หัวเราะ)”

จำนวนยอดพิมพ์ที่เข้าขั้นมหาศาลดูเหมือนว่าจะเป็นกระแสเพียงด้านเดียว แล้วกระแสด้านลบล่ะ

“อย่างผู้ชายจะวิ่งเข้ามาแล้วบอกว่า เจ๋งมากพี่ เป็นไบเบิลของผมเลย ผู้หญิงก็ชอบแต่ว่าจะไม่เข้ามาทัก ส่วนกระแส
ด้านลบมันก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่สำหรับงานแบบนี้ถือว่าลบน้อยมาก เต็มที่ก็ด่าตามเว็ป”

“เคยมีน้องที่เจอกันตอนมาเที่ยว เขาเข้ามาปรึกษาเรา ประมาณว่า พี่หนูคบผู้ชายคนหนึ่ง หนูให้เค้าเอาไปแล้ว
เค้าไม่รับสายหนูอีกเลย แล้วพี่ว่าไง เราเลยบอกว่า น้องโดนหลอกฟันค่ะ หรือแบบ พี่ค่ะหนูพึ่งเสียตัวให้กับคน ๆนี้
เมื่อเจ็ดวันที่แล้ว เราก็หันไปมอง (ผู้ชายคนที่น้องเขากล่าวถึง) และเค้าก็เล่าอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็น้องโดนหลอกฟัน
แล้วครับ คือเราสามารถล้วงลึกถึงว่าคุณโดนเอามาเมื่อไรได้โดยที่ผู้ชายทั่วไปไม่ทำได้ โดนเอาครั้งสุดท้ายเมื่อไร
เราก็รู้“ การจู่โจมด้วยคำถามแบบถึงลูกถึงคนจากแฟนนานุแฟนของหนังสือนี่เองน่าจะยืนยันกระแสการตอบรับและ
ลักษณะทางสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างเห็นภาพพจน์ทีเดียว

ถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่า กิ๊กกับจิ๊บ เป็นดารา เป็นนักเขียน เป็นกูรูเมื่อพูดถึงทอปปิกที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์
หลังขึ้นเตียง และพิธีกรรายการทีวี (หักหลังผู้ชายออนทีวีที่จะออนแอร์ช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้) แต่ทั้งคู่ก็ยืนยัน
เสียงแข็งว่า ไม่ใช่ วันนี้ กิ๊กยังเป็นกิ๊ก ส่วนจิ๊บก็ยังเป็นจิ๊บ

“ผมเป็นตัวเอง มีคนมาถามว่าเป็นดาราหรือเปล่า ไม่ผมเป็นดาราไม่ได้ ผมเล่นเป็นคนอื่นไม่ได้ จริงๆแล้วเราทำ
ธุรกิจเกี่ยวกับเอนเตอร์เทนเมนท์ ภาพรวมเราเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ เราไม่ได้เป็นนักเขียนอย่างเดียว คือเรา
คิดอะไรใหม่ ๆ คิดอะไรสนุกได้ เป็นครีเอทีฟด้วย”

ตัวเลข 120,00 เล่มอาจจะสื่อหรือว่าอธิบายมิติทางสังคมอะไรบางอย่าง แต่ผมกลับนึกไม่อออกจริงๆว่าจะจารไน
เหตุและปัจจัยอย่างไรให้ครบถ้วนกระบวนความ แต่ที่ผมมั่นใจมากๆคือบทสนทนาจากปากของสองหนุ่ม
ที่แฟนนานุแฟนยกให้เป็นกูรูในเรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงน่าจะพูดหรือว่าอธิบายอะไรต่อมิอะไรเป็นอย่างดี
โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องขยายความใดๆอีก


Share
 
 
นิตยสาร GreenscapeAsia และเว็บไซต์ www.Greenscapeasia.com เป็นสื่อน้องใหม่ในเครือ HI-CLASS นำเสนอเรื่องราวด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ในแนวคิด ECO Living ในรูปแบบสองภาษา ไทย-อังกฤษ วางแผงฉบับแรกในเดือนธันวามคม 2554 และบริการผู้อ่านประจำสายการบิน โอเรียนท์ไทย - ติดต่อโฆษณาในนิตยสารและเว็บไซต์ ได้ที่ คุณรมมี่ : 02-7426438-9 หรือ 089-1132305
 
 
 
 
 
 
 
hi-class , magazine , high society , hiso , executive , politician , thailand , artist , leader , celebrity
 
hi-class , magazine , high society , hiso , executive , politician , thailand , artist , leader , celebrity
 
 
 
 

 

 

Untitled Document
เชิญทำข่าว / ฝากข่าวลงใน HI-CLASS SOCIETY ติดต่อ
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร HI-CLASS
32 สุขุมวิท 85 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 โทร 02-7426439 โทรสาร 02-3311618 อีเมล์ : editor@hiclassmagazine.com
Copyright 2004 www.hiclasssociety.com All Rights Reserved