Untitled Document
 
 
 
 
 
   
 
    หน้าแรก  >  HI-CLASS-238   >  ปมุข อัจฉริยะฉาย...ความสำเร็จของไข่มุกอันดามัน

   

ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน สวรรค์ของนักเดินทาง เมืองท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง พลันเงียบเหงาไปถนัดตา หลังคลื่นยักษ์โถมใส่ 6 จังหวัดภาคใต้ กว่า 5 พันคนต้องสังเวยภัยพิบัติครั้งนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวดิ่งลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลายต่อหลายรายต้องหมดตัวหรือปิดกิจการไปในที่สุด แต่ก็มีอีกหลายรายที่ไม่พังครืนไปกับกระแสน้ำ ปมุข อัจฉริยะฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และเจ้าของโรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป คืออีกผู้หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่ได้แม้คลื่นลมจะโถมซัดเขาอย่างไม่ปราณี

อะไรทำให้ ปมุข อัจฉริยะฉาย เจ้าของธุรกิจโรงแรมเครือกะตะกรุ๊ป เข้มแข็งจนสามารถยืนอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้ HI-CLASS พาไปค้นเรื่องราวชีวิตเด็กหนุ่มเมืองนครฯที่เตลิดไปอยู่เมืองกรุง แล้วพลัดไปอยู่เมืองนอกก่อนกลับมายิ่งใหญ่ที่เมืองภูเก็ต และที่สำคัญคำกล่าวนี้คงไม่เกินเลยหากจะพูดว่า ปมุข อัจฉริยะฉาย คือ บุคคลผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญคนหนึ่งที่ร่วมสร้างให้ภูเก็ตเป็นไข่มุกเม็ดงามแห่งอันดามัน

เขาเกิดและเติบโตที่จังหวัดนครศรีธรราช ครอบครัวมีอาชีพเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง ก่อนจะเดินทางมาใช้ชีวิตวัยหนุ่มที่กรุงเทพฯมหานครด้วยการเรียน พาณิชย์สันติราษฎร์ จากนั้นก็สอบเข้าวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สาขาบริหารจัดการ การตลาด หลังจากนั้นเขาสมัครเข้าทำงานที่ธนาคารศรีนครอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะบินไปเรียนต่อปริญญาตรีและโทที่ประเทศฟิลิปินส์ ปมุข มีบางอย่างที่แตกต่างจากเด็กหนุ่มทั่วไปตรงที่ความคิด เขาไม่เคยหยุดนิ่ง พยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

" ผมเป็นคนที่คิดจะเดินหน้าไปตลอด ไม่คิดที่จะมองข้างหลัง พูดง่ายๆ ว่าเป็นคนที่ทะเยอทะยานพอสมควร พอผมเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ สังคมเก่าๆ ผมไม่ได้สัมผัสเลย จะเป็นคนที่สาปสูญไปเลย ผมเป็นคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและสภาพแวดล้อมได้เร็วมาก ช่วงที่มาอยู่กรุงเทพฯใหม่ๆ กลัวว่าตัวเองจะพูดทองแดงก็เข้าไปฝึกพูดในห้องน้ำ เอาหนังสือพิมพ์เข้าไปหัดอ่าน เคยไปฝึกที่สมาคมฝึกพูดแห่งประเทศไทย ลักษณะเหล่านี้ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไม่เห็นว่าสำคัญ แต่ผมคิดว่าบุคลิกภาพเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้อิมเมจของตัวเราดูดีหรือดูไม่ดี"

ประสบการณ์จากการทำงานในธนาคารศรีนครเป็นบทเรียนชีวิตชั้นยอดที่เป็นเครื่องหล่อหลอมอย่างหนึ่งให้เขาประสบความสำเร็จ

" การทำงานธนาคารก็สอนผมตั้งหลายอย่าง เช่นเรื่องความตรงต่อเวลา กฎระเบียบ ความอดทน การปรับตัวตัวเข้ากับผู้อื่น บางครั้งบางคราวการพูดการจา ก็ทำให้เรามีความอดกลั้นอดทน ทำให้ผมมีความแกร่ง และรู้จักปรับตัวให้รู้ว่าทำอย่างไรจะมีความสุข ทำงานให้มีความสุขเราควรจะเป็นอย่างไร เราควรจะเสียสละยังไง เราควรจะเข้ากับเขาอย่างไร จุดอ่อนของเขาอยู่ที่ตรงไหน เขาชอบอะไร เพราะฉะนั้นในที่สุดผมสามารถที่จะควบคุมได้เลยว่าเราจะทุกข์จะสุขมันอยู่ที่ตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนดขึ้นมา เป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลเลยในการนำมาปรับใช้กับวิชาชีพปัจจุบันที่เราทำอยู่"

สมัยก่อนอาชีพที่คนทั่วไปใฝ่ฝันอยากจะทำ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าหนึ่งในนั้นคืออาชีพนายธนาคาร เพราะต้องถือว่าเป็นอาชีพที่รายได้ดีมีความมั่นคง อีกทั้งเป็นค่านิยมด้วยหากใครได้ทำงานธนาคารก็จะได้รับการยอมรับนับถือ ยิ่งเป็นเด็กบ้านนอกคอกนาคนหนึ่งจับพลัดจับผลูเข้ามาทำงานธนาคารยิ่งเป็นเรื่องที่พูดกันในหมู่สังคมชนบทว่าไม่เสียทีที่ไปอยู่เมืองกรุง แต่คนอย่าง 'ปมุข' ไม่ได้หยุดตัวเองไว้เพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่เล็กๆในธนาคารเขาตัดสินใจลาออกมาเพื่อสร้างที่อยู่ที่ยืนของตัวเองที่ภูเก็ตด้วยเงินติดตัวเพียงไม่กี่หมื่นบาท

" ผมตัดสินใจมาเช่าที่ปลูกบังกาโลว์เล็กๆ แบบราคาถูก ให้พวกพวกฮิปปี้เช่า ไม่มีห้องน้ำ คืนละ 40 บาท 60 บาทอะไรอย่างนั้น ต้องขอบอกตรงๆ ว่าช่วงแรกเราก็สะเปะสะปะเหมือนกัน เราจะต้องทำงาน ทุกอย่างทำเองทั้งหมด ตั้งแต่ซื้อกับข้าวไม่เป็นก็ต้องเป็น เพราะว่าสมัยก่อนเราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าสเต๊กมันทำอย่างไร เราพยายามศึกษาจากฝรั่งว่า สเต๊กมันทำอย่างไร ให้มันทำให้เราดู เราถึงทำให้มันกิน ใช้ซอสใช้อะไร ตอนนั้นเริ่มต้นก็ไม่กี่คน 4-5 คน ก็มีผมเป็นแกน แล้วก็มีแม่ครัว คนทำความสะอาด แล้วก็มีน้องมาช่วย แล้วก็วิ่งกัน ต้องช่วยกัน

บังกาโลว์กะตะอินน์ จากที่เคยเป็นกระต๊อบเล็กๆ ก็พัฒนาปรับปรุงให้สภาพดีขึ้นดีขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเกตช่วงปี 2530 เป็นช่วงที่บูมสุดขีด นักท่องเที่ยวพากันมาเที่ยวที่แห่งนี้เป็นจำนวนมากทำให้ บังกาโลว์กะตะอินน์ เป็นบังกโลว์ที่มีนักท่องเที่ยวมาพักมากที่สุดแห่งหนึ่งและยังเป็นบังกโลว์ที่แพงที่สุดในประเทศไทย เพียงไม่นานจากนายแบงค์ที่ไม่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมที่พัก วันนี้เขาเป็นเจ้าของโรงแรม 3 แห่งที่ห้องพักกว่า 800 ห้อง และยังมีโครงการอีก 2-3 แห่งที่กำลังเริ่มทำอยู่

" ผมไม่ได้วางเป้าว่าจะต้องสร้างให้มากที่สุด ความเป็นจริงแล้ว 1 แห่งผมก็กินไม่หมดแล้ว แต่ผมคิดว่าในเมื่อทำธุรกิจแล้วมันประสบความสำเร็จและยังสามารถที่จะขยายได้ก็ขยายออกไป แต่สิ่งที่ผมภูมิใจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณโรงแรมที่เพิ่มมากขึ้น ความภาคภูมิใจมันอยู่ตรงที่เราสามารถสร้างงานให้คนอีกหลายร้อยคนซึ่งอาจจะไปเลี้ยงครอบครัวอีกเป็นพันคน ให้เขามีงานทำ มีรายได้ขึ้นมา เรื่องนี้ต่างหากที่ผมถือว่าสุดยอดของชีวิต"

การก่อสร้างโรงแรมรีสอร์ทตามชายฝั่งทะเลมักมีข่าวอยู่เนืองๆเรื่องการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ หรือรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน เพราะโดยธรรมชาติของนายทุนมักคิดถึงเรื่องกำไรขาดทุน ต้องการหาช่องทางแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ แต่สำหรับกะตะกรู๊ปเขาประกาศชัดเจนว่า ทุกแห่งที่ปลูกสร้างต้องตรงไปตรงมา

" ผมไม่ได้ปฏิเสธว่า มันก็มีนายทุนที่น่ารังเกียจ ที่คอยบุกรุกหรือว่ามีเจตนาที่อยากจะได้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ควรจะได้ มันก็มีแน่นอน แต่ผมคงไม่อยู่ในลักษณะเช่นนั้น เพราะที่ผมแต่ละแห่งมันเป็นโฉนดหมด ผมถือว่าทำไมคุณต้องไปบุกรุกที่สาธารณะ ทำไมต้องไปบุกรุกที่สปก. ทั้งๆ ที่มีพื้นที่ตั้งเยอะตั้งแยะที่ถูกต้องทำไมคุณไม่ไปทำ ผมปฏิญาณกับตัวเองเลยว่า สิ่งที่ไม่ถูกต้องผมจะไม่ทำไม่เอามาเป็นของตัวเอง"

24 ปีของ ปมุข อัจฉริยะฉาย ที่เดินหน้าฟันฝ่าอุปสรรคจากความไม่มีจนถึงวันนี้คนทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ตไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา นอกจากเป็นเจ้าของโรงแรม รีสอร์ท ที่มีชื่อเสียงในเกาะภูเก็ตแล้ว ปมุข ยังได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมการท่องเที่ยว และประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ตเพราะด้วยความที่เขาอุทิศตัวทำงานให้กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นคนต่างถิ่นที่เข้ามาหากินอยู่ในภูเก็ตก็ตาม

" ผมพยายามช่วยเหลือจังหวัดทุกเรื่อง ซึ่งบางครั้งมันก็เหนื่อย ทุ่มทั้งเวลา ทุ่มทั้งเงิน ผมรำลึกอยู่เสมอว่าเรามีโอกาสเข้ามาทำมาหากินในจังหวัดภูเก็ต และสามารถจะมาเจริญเติบโตได้ในภูเก็ต ผมก็อยากมอบอะไรตอบแทนคืนไปให้จังหวัดภูเก็ตบ้าง ผมจะไม่นิ่งดูดายช่วยเหลือตรงส่วนไหนได้ผมจะเข้าไปช่วยทันที"

นักธุรกิจผู้ก่อร่างสร้างตัวด้วยหนึ่งสมองสองมือจนวันนี้เขาก้าวขึ้นมายืนมองความสำเร็จของตัวเองอย่างภาคภูมิ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ช่วงชีวิตของใครบางคนจะมาได้ถึงตรงจุดนี้ แต่สำหรับเขาเคล็ดลับที่จำนำเราไปสู่ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องที่เอื้อมไม่ถึง หากต้องโอกาส รู้จังหวะเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ยากเกินความตั้งใจ

" เรื่องการแสวงหาความรู้ มีความขยันอดทน มีคุณธรรมในการปกครองคน เพราะเราจะเจริญเติบโตคนเดียวไม่ได้ คนที่อยู่รอบข้างมีส่วนในการอุ้มชูเราขึ้นมา แต่เรื่องสำคัญคือเราต้องพยายามดิ้นรนให้ตัวเองไปสู่แสงสว่างที่ตั้งไว้ เชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำได้ รับฟังสถานการณ์รอบข้าง รอคอยเมื่อโอกาสมาถึงเราต้องวิ่งไปคว้ามัน"

แม้คลื่นยักษ์จะม้วนตัวกลับสู่ท้องทะเลไปนานแล้ว แต่ห้วงคำนึงในวันนั้น วันที่อันดามมันเกรี้ยวกราดยังติดตรึงยากลบเลือน หลายพันชีวิตต้องมาฝังร่างไว้ ณ ที่แห่งนี้ น้ำตาแห่งความจำพรากอาบแก้มผู้สูญเสีย ไม่มีภัยพิบัติครั้งไหนรุนแรงใหญ่หลวงเท่าครั้งนี้ เหมือนชีวิตต้องล้มทั้งยืนเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างทำมาตลอดช่วงชีวิตมลายไปกับกระแสน้ำในชั่วพริบตา นั่นคือข้อเท็จจริง แต่เมื่อใดที่ชีวิตต้องล้มลง เราจะเลือกจมอยู่กับความสูญเสียหรือจะลุกขึ้นมากอบกู้สิ่งนั้นคืนมา ผมเชื่อว่าคนอย่าง ปมุข อัจฉริยะฉาย เลือกอย่างหลัง


Share
 
 
นิตยสาร GreenscapeAsia และเว็บไซต์ www.Greenscapeasia.com เป็นสื่อน้องใหม่ในเครือ HI-CLASS นำเสนอเรื่องราวด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ในแนวคิด ECO Living ในรูปแบบสองภาษา ไทย-อังกฤษ วางแผงฉบับแรกในเดือนธันวามคม 2554 และบริการผู้อ่านประจำสายการบิน โอเรียนท์ไทย - ติดต่อโฆษณาในนิตยสารและเว็บไซต์ ได้ที่ คุณรมมี่ : 02-7426438-9 หรือ 089-1132305
 
 
 
 
 
 
 
hi-class , magazine , high society , hiso , executive , politician , thailand , artist , leader , celebrity
 
hi-class , magazine , high society , hiso , executive , politician , thailand , artist , leader , celebrity
 
 
 
 

 

 

Untitled Document
เชิญทำข่าว / ฝากข่าวลงใน HI-CLASS SOCIETY ติดต่อ
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร HI-CLASS
32 สุขุมวิท 85 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 โทร 02-7426439 โทรสาร 02-3311618 อีเมล์ : editor@hiclassmagazine.com
Copyright 2004 www.hiclasssociety.com All Rights Reserved