Untitled Document
 
 
 
 
 
   
 
    หน้าแรก  >  HI-CLASS-251   >  ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน - วีณารัตน์ เลาหภคกุล

   

" ยิ่งสนิทมันก็ยิ่งเห็น ไม่ได้เห็นแค่นิสัยแต่มันเห็นสันดานด้วย มันติดกับเรามาทุกคน เราต้องเปิดใจว่ายินดีที่จะฟังและยินดีที่จะแก้ไข ถ้าเขาบอกว่าตรงนี้มันไม่ดี "

บันทึกรักฉบับนักข่าว จากจุดเริ่มต้นของนกน้อยในไร่ส้มจากเครือเนชั่นระหว่าง ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน และ คุณเผย วีณารัตน์ เลาหภคกุล ก่อนที่ฝ่ายชายจะโบยบินมาสู่บ้านใหม่ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ในขณะที่ฝ่ายหญิงเหินฟ้าไปศึกษาต่อยังสหรัฐอเมริกาโดยทุนฟูลไบรท์ ฝึกปรือวิทยายุทธ์เป็นสื่อสารมวลชนระดับหัวกะทิถึงขั้นที่สามารถทำรายการคู่ สุทธิชัย หยุ่น ใน ‘ชีพจรโลกฯ’, ‘เก็บตกจากเนชั่น’ รายการข่าวสาระดีของเครือเนชั่น และคอลัมน์นิสต์ ‘หยิบข่าวมาคุย’ ในเนชั่นสุดสัปดาห์

“เราเจอกันที่เนชั่นค่ะ ตั้งแต่ปี 2543 คือพี่วิทย์ทำอยู่ก่อนแล้วเผยก็เข้าไปทำภายหลัง”

สาวเผยผู้ปราดเปรียวย้อนถึงวันแรก ก่อนที่คุณสามีจะเล่าถึงสาเหตุที่พัฒนาจากเพื่อนรุ่นพี่ไปสู่การเป็น ‘แฟนฉัน’ ในที่สุด

“ออกจากเนชั่นผมมาอยู่บีเอ็มฯ แล้วมีวันหนึ่งทางบริษัทบอกว่าเราไปสนับสนุนงานเต้นรำงานหนึ่ง ในวันนั้นไม่มีใครอยู่เลย วิทย์คุณต้องไปงานนี้นะ และคุณจะต้องหาคนไปด้วย ก็ไม่รู้จะทำยังไง หันรีหันขวางอยู่ เฮ้ย...คนนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดที่จะไปด้วย แค่นั้นนะครับ เผยไปด้วยกันมั้ย เขาตอบว่า...เมื่อไหร่พี่”

“ตอนนั้นปิ๊งเผยแล้วล่ะสิ คือเราไม่ได้ชอบนะ แต่เราเห็นว่างานอย่างนี้ไม่เคยไป อยากไป ไปๆๆ แปลกใหม่ไม่คิดมาก”

นั่นคือเหตุผลของเธอซึ่งอาจจะเป็นฤทธิ์จากศรของกามเทพตัวน้อยก็เป็นได้ ในขณะที่เขาก็เริ่มประทับใจในหลายๆ สิ่งที่เธอเป็น

“จากนั้นเริ่มคิดว่า เฮ้ย...เผยก็น่ารักนะ เริ่มคิดหลังจากที่ชวนแล้วนะครับ และก็มีความรู้สึกนับวันอยากเจอ และเพราะงานนั้นทำให้เป็นความจริง เราก็มีความรู้สึกว่ากลมกลืนเข้ากันได้รวดเร็วมาก เสร็จแล้วก็รู้สึกว่าอยากแต่งงานกับคนนี้ เพราะรู้สึกใช่เลย เข้ากันได้โดยง่าย พอดีเผยเขาบอกว่าได้ทุนฟูลไบรท์ก็รู้สึกว่าอะไรวะ รู้จักกันแป๊บเดียวต้องแยกกันแล้ว เขาวางแผนว่าไปเรียน 2 ปี แล้วอยากจะทำงานที่นู่น เราก็โอ้โห เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก เผยไปหลังจากเป็นแฟนกันแค่ 5 เดือน คิดดูแล้วกันจะได้เจอกันทีก็คือไปเยี่ยมเขาตอนคริสต์มาส ตอนที่เขาปิดเทอมก็กลับมาเจอกัน ในช่วง 2 ปีกว่า เป็น 2 ปีที่ต่างคนต่างไว้ใจกันมากที่สุด”

หากเพียงประโยคที่ล่ำลือกันต่างๆ นานา รักแท้แพ้ใกล้ชิด หรือ รักแท้แพ้ระยะทาง กลับเป็นเครื่องพิสูจน์ความมั่นคงของกันและกัน

“เผยว่าแล้วแต่คู่นะคะ แต่คู่ของเราก็คือต่างคนต่างรักในสิ่งที่ตัวเองทำ และต่างคนก็เคารพซึ่งกันและกัน เขาจะรุ่งเรืองรุ่งโรจน์อย่างไรเราก็ยินดีกับเขาให้กำลังใจเขา และก็เหมือนกันถ้าเราเจริญก้าวหน้าเขาก็ยินดีกับเรา มีอะไรเราก็ปรึกษาซึ่งกันและกัน มันก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เราไม่ได้มองว่ามีความจำเป็นที่คนหนึ่งต้องมา Support หรือว่าคนหนึ่งจะต้องหยุดทำงานแล้วเธอจะต้องมาอยู่กับฉัน เธอจะต้องทำกับข้าวเท่านั้น เธอจะต้องออกงานสังคมกับฉันทุกงาน ก็ไม่ใช่เขา หรือถ้าเขาต้องการคนอย่างนั้นเขาก็คงจะไม่มาหาคนอย่างเผยตั้งแต่แรก เพราะเผยก็จะไม่โอนอ่อนผ่อนตามไปอยู่แล้ว”

“ผมคิดถึงภาษาฝรั่งที่บอกว่า Opposite attraction ต้องไม่เหมือนกันจึงอยู่กันได้ แต่ไม่ใช่นะครับ ของผมก็คือเราทำงานไป สิ่งที่เราไม่อยากจะให้เกิดขึ้นคือผู้หญิงบอกว่า พี่ทำไมให้เวลาหนูน้อยจังเลย อย่างนี้แหละครับจะอึดอัดมากกว่า เพราะฉะนั้นคนที่มีเป้าหมายเหมือนกัน คุยกันได้ เข้าใจง่ายกว่า ตรงนี้เป็นการสนับสนุนอีกแบบหนึ่งนะครับ เวลาตรงกันไม่ได้ง่ายๆ ครับ ส่วนใหญ่ที่เคยเจอหลายๆ คนที่มีปัญหา คือจินตนาการไปก่อนแล้ว ถ้าไม่รับสายแสดงว่าอยู่กับคนอื่นรึเปล่า นั่นแหละถ้าไม่จินตนาการไม่คิดมากมันก็จะดีขึ้น”

เหนือสิ่งอื่นใดการมีกันและกันเสมอ เธอจึงเป็นได้ทั้งสาวมั่นในการทำงาน และเป็นที่พักใจให้ไออุ่นแก่สามีได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับที่เธอได้รับจากเขา

“ชีวิตคู่เผยว่ามันไม่มีอะไรมาแล้วลงตัวเลย มันต้องปรับ ยังไงต้องยินดีรับฟัง เพราะว่าบางทียิ่งสนิทมันก็ยิ่งเห็น มันไม่ได้เห็นแค่นิสัยแต่มันเห็นสันดานด้วย สันดานมันติดกับเรามา ทุกคนก็ต้องมีสันดานไม่ดี เราก็ต้องเปิดใจว่ายินดีที่จะฟังและยินดีที่จะแก้ไข เขาบอกว่าตรงนี้มันไม่ดี เราก็ต้องมานั่งคิดว่ามันไม่ดี เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว”

“พี่วิทย์เป็นเหมือนทุกๆ อย่าง เป็นทั้งพี่ ทั้งเพื่อน เป็นทั้ง..(วิทย์เสริม เป็นทั้งผัว) อืม...ผัว อยู่กับเขาแล้วทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ถ้าไม่ดีขึ้นสำหรับเผยนั้นคิดว่าผู้หญิงปัจจุบันไม่จำเป็นจะต้องมีสามี เรามีงาน เรามีเงิน เรามีคุณพ่อคุณแม่ที่สามารถจะพึ่งพิงได้ ผู้หญิงวันนี้บริบทมันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าจะแต่งงานก็จะต้องทำให้อะไรๆ มันดีขึ้น และก็ดีอย่างที่เราก็คิดว่ามันน่าจะดี ถ้ามันไม่ดีก็ไม่จำเป็น ทุกวันนี้มันไม่จำเป็นที่จะต้องเอาผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต มาข่มเหงเรา คิดว่าเราเป็นอีแจ๋วนั่งล้างแก้วล้างจานตลอด ไม่ต้อง ฉันอยู่บ้านฉันได้”


Share
 
 
 
นิตยสาร GreenscapeAsia และเว็บไซต์ www.Greenscapeasia.com เป็นสื่อน้องใหม่ในเครือ HI-CLASS นำเสนอเรื่องราวด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ในแนวคิด ECO Living ในรูปแบบสองภาษา ไทย-อังกฤษ วางแผงฉบับแรกในเดือนธันวามคม 2554 และบริการผู้อ่านประจำสายการบิน โอเรียนท์ไทย - ติดต่อโฆษณาในนิตยสารและเว็บไซต์ ได้ที่ คุณรมมี่ : 02-7426438-9 หรือ 089-1132305
 
 
 
 
 
 
hi-class , magazine , high society , hiso , executive , politician , thailand , artist , leader , celebrity
 
hi-class , magazine , high society , hiso , executive , politician , thailand , artist , leader , celebrity
 
 
 
 

 

 

Untitled Document
เชิญทำข่าว / ฝากข่าวลงใน HI-CLASS SOCIETY ติดต่อ
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร HI-CLASS
32 สุขุมวิท 85 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 โทร 02-7426439 โทรสาร 02-3311618 อีเมล์ : editor@hiclassmagazine.com
Copyright 2004 www.hiclasssociety.com All Rights Reserved