Mystique Bangkok :คลับลึกลับสำหรับคนมีสไตล์
เพราะเติบโตมากับแวดวงของคนทำไนท์คลับที่ดังที่สุดในนิวยอร์ค (1965-1980) บวกกับความชอบส่วนตัว วันนี้ ดารีล สก๊อต จึงทำ Mystique Bangkok คลับมีสไตล์สำหรับคนขี้เบื่อทั้งหลาย ด้วยความหลากหลายของบรรยากาศ การตกแต่ง ตลอดไปจนถึงเมนูค็อกเทลที่มีมากมายจากทุกมุมโลก
โลกแห่งความลึกลับนาม Mystique ถูกห่อหุ้มด้วยผนังเหล็กซิกแซกสูง 4 เมตร น้ำพุสีม่วง และแสงไฟของทางเข้ารูปงูเลื้อยจะนำทางเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง
ก่อนที่จะออกลวดลายการเต้นบนฟลอร์กระจกเรซิ่นสีดำ สายตาของผู้มาเยือนจะต้องสะดุดอยู่ที่ตู้ปลาขนาดมหึมา ซึ่งอยู่ด้านหลังเคาท์เตอร์บาร์ แต่พยายามเพ่งดูเท่าไรก็เห็นแต่แมงกระพรุนว่ายไปมาหาพบปลาสักตัวไม่ ซึ่งการตกแต่งแบบนี้เป็นรูปแบบเดิมของ Mystique NYC หลังจากเพลินตากับบรรดากระพรุนน้อยๆ แล้วก็มาถึงเวลาของการจับจองพื้นที่ ซึ่งที่นี่ได้แบ่งออกเป็น 3 ชั้น 5 บรรยากาศด้วยกัน
The Exclusive VIP Leopard Lounge เป็นส่วนแรกที่จะกล่าวถึง ส่วนนี้สามารถรองรับแขกผู้มาเยือนได้กว่า 50 ท่าน โดยแต่ละโต๊ะจะมีฟลอร์เต้นรำยกระดับ ให้ความเป็นส่วนตัว
ความโดดเด่นของส่วนนี้เห็นจะเป็นการตกแต่งที่หรูหราด้วยโคมไฟแชนเดอเลียสีแดงจาก FENDI แต่ถ้าชอบบรรยากาศแบบดิสโก้ ก็ต้องไปที่โซน The Disco Area ที่ตกแต่งด้วยผ้าสีแดง ดำ มันระยับห้อยระย้าจากผนังลงมาถึงโซดาสีดำ และเก้าอี้ทรงลูกบอลที่ดีไซน์สไตล์อิตาเลียน ปิดท้ายบรรยากาศของชั้น 1 ด้วยมุม The Mystique Silver Spirit เป็นการนำหน้ากากโบราณของญี่ปุ่น ซึ่งใช้สำหรับการเล่น "ละครโนห์" มาใช้ในการตกแต่ง
ความน่าสนใจของ Mystique Bangkok ยังมีให้ค้นหาต่อในชั้นที่ 2 ด้วยบันไดที่ตกแต่งด้วยน็อตเหล็กแบบแฟรงเกนสไตน์ มีต้นไม้เหล็กเลื้อยตามผนัง เสมือนผู้นำทางสู่ The Purple Room ห้องนี้จะเน้นที่สีม่วง ซึ่งเป็นสีโปรดของคุณดารีล บรรยากาศ และเฟอร์นิเจอร์ถูกออกแบบให้แขกที่เลือกนั่งโซนนี้ดูเหมือนเหล่าแวมไพม์ สำหรับผู้ที่ต้องการความสงบ นั่งฟังเพลงสบายๆ แนวชิลเอ้าท์ โซล ดาวน์เทมโป หรือเวิร์ลบีท คงต้องเชิญชั้น 3 ซึ่งตกแต่งดาดฟ้าในสไตล์โมร็อคกัน
ที่นี่ทุกอย่างได้รับการออกแบบอย่างตั้งใจ ผ้าทุกผืนที่ใช้ห่อหุ้มบนเฟอร์นิเจอร์ ได้รับการออกแบบจากจิม ทอมสัน ชุดพนักงานผู้ให้บริการ แม้กระทั่งห้องน้ำก็ไม่ถูกยกเว้น มีการตกแต่งโถปัสสาวะชายด้วยรูปปากอันอวบอิ่ม หรือจะเป็นอ่างล้างมือที่เป็นน้ำไหลลงมาจากกระจก ถ้าไม่สังเกตรับรองได้ว่าไม่มีทางรู้
หลังเดินชมบรรยากาศของร้านพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็ตกลงใจที่จะนั่งปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมเอื่อยๆ ที่ชั้น 3 พักเดียวน้องๆ ชุดดำซึ่งได้รับการออกแบบโดย Kitsch โดยคุณชุมพล เสรีมนต์ เป็นหนึ่งในดีไซน์เนอร์ที่ได้ร่วมแสดงในงาน Bangkok Fashion City 2004 ก็นำอาหารจานพิเศษมาให้ชิมกัน 3 อย่างด้วยกัน คือ Duck Ravioli al'orange, Italian Sping Rolls และ Lobster Burger ซึ่งเป็นเมนูที่อร่อยมากๆ ถึงขนาดอยากจะบอกว่าถ้ามาที่ Mystique Bangkok แล้วไม่ได้ลองชิม Lobster Burger แล้วล่ะก็ เห็นทีว่าจะมาไม่ถึง รองท้องกันไปพอประมาณ น้องๆ ชุดเดิมก็นำค็อกเทลสีสวยมาให้ลองลิ้มกันบ้าง ที่นี่มีเมนูท็อกเทลเยอะมากๆ สำหรับผู้ที่ชอบลองคงต้องมากันหลายครั้งหน่อย แต่ถ้ามาครั้งแรกอยากให้ลองชิม Dirty Disco Daryl ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของที่นี่ ก็จะไม่ให้เฉพาะได้ไงในเมื่อคุณดารีล เจ้าของเขาคิดของเขาเอง และก็ยังมีอีกหลายเมนูบรรยายไม่ไหว ไปลองชิมกันเองแล้วกัน
*****ร้าน Mystiqe Bangkok สุขุมวิท 31สำรองที่นั่ง โทร.02 662 2374***** |