Cafe Buongiorno: The Private Garden
ถนนสุขุมวิทชั่วโมงเร่งด่วนคลาคล่ำด้วยผู้คนและรถที่ติดเป็นแถวยาว แต่หากเลี้ยวรถเข้าไปในซอยสุขุมวิท 33 เลย โรงแรมโนโวเทล โลตัสไปเล็กน้อยก่อนจะเลี้ยวขวาเข้าซอยไปไม่ถึงห้าสิบเมตร เราจะพบกับร้านอาหารอิตาเลียนซึ่งตั้งอยู่บนหัวมุมถนนอย่างสงบและเรียบง่าย ร้านอาหารแห่งนั้นคือ Cafe Buongiorno นั่นเอง
ช่วงเวลาที่ผมไปถึงเป็นช่วงเวลาโพล้เพล้ แสงอาทิตย์รำไรกำลังลับขอบฟ้าอยู่อีกไม่กี่นาที ผสมกับแสงไฟในร้านซึ่งถูกจัดในโทนอุ่นนุ่มนวล ยิ่งทำให้บรรยากาศของ Cafe Buongiorno ดูสงบเหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้ออาหารที่ไม่ต้องการความพลุกพล่านของผู้คน โต๊ะอาหารถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนที่อยู่ในสวน จะเป็นแบบ Open Air และส่วนที่อยู่ในบ้าน บรรยากาศทั้งสองส่วนตกแต่งแบบสบาย คล้ายชนบทในอิตาลีผสมกับความโมเดิร์นอย่างมีสไตล์
เมื่อเดินเข้าไปในร้าน คุณ Enzo Peroni และภรรยา ได้ออกมาต้อนรับพร้อมกับคุณพริม ซึ่งเป็นผู้จัดรายการอาหารแบบ Full Course ให้พวกเราได้ชิมกัน ก่อนที่อาหารจะถูกจัดขึ้นโต๊ะ คุณEnzo เล่าคอนเซ็ปต์ของร้าน Cafe Buongiorno ให้เราฟังอย่างละเอียด จุดเริ่มต้นของ Cafe Buongiorno เกิดขึ้นจากการที่คุณ Enzo ต้องเดินทางไปมาหลายประเทศ วันหนึ่งเกิดความคิดถึงอาหารที่อิตลี จึงตัดสินใจหาสถานที่เพื่อทำร้านอาหารที่จะทำอาหารให้เหมือนอาหารอิตาลีแท้ ๆ ดังนั้นการตกแต่งร้าน จนถึงอาหารทุกเมนู จึงมีจิตวิญญาณของความเป็นอิตาลีพื้นบ้านอย่างเต็มเปี่ยม เขาและภรรยาพยายามที่จะรักษาขนบธรรมเนียมของอิตลีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ร้านอาหารนี้จะเปิดที่กรุงเทพฯก็ตาม จึงไม่แปลกเมื่อเราเข้ามานั่งใน Cafe Buongiorno เราจะพบกับบรรยากาศที่สบาย ๆ ไม่เคร่งเครียดและเคร่งขรึมจนเกินไป
สำหรับอาหารมื้อนี้เราเริ่มด้วยอาหารกินเล่นอย่าง Biscotti รุ่น Francesco ที่มีส่วนผสมของพิสทาชิโอกับลูกเกด ที่สามารถจุ่มลงไปในสปาร์คกลิ้งไวน์ รายการแรกเป็นการเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี โดยเฉพาะสปาร์คกลิ้งไวน์ที่สดชื่นทำให้อาการเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางผ่อนคลายขึ้น
จานต่อมาเป็น Appertizers ที่เรียกว่า Antipasto Italiano ประกอบไปด้วย ปาร์มาแฮมกับแตงเมลอน, ซาลามี่, แซลมอนรมควัน, Mortadella ลักสลัดราดด้วยเวเนก้า ต้องบอกว่าจานนี้จานเดียวก็อร่อยมากครับ เท่าที่กินซาลามี่มา ของที่นี่ถูกลิ้นของผมมากที่สุดเลยทีเดียว กินแกล้มกับมะเขือเทศกับชีสมอสซาเรลล่าเนื้อนุ่มเข้ากันเหลือเกิน
ถ้าหากเราต้องการทานอาหารอิตเลียนแบบที่คนอิตเลียนกินกันก็ต้องกินพาสต้า ซึ่งวันนี้เราได้ชิมพาสต้าถึงสามจานด้วยกัน สามจานแม้จะมีพื้นฐานเดียวกันคือความเป็น original และเครื่องปรุงที่สดใหม่ ทำให้พาสต้ากลายเป็นพระเอกโดยไม่ต้องแต่งแต้มความเข้มข้นของเครื่องเทศหรือรสชาติในแบบฟิวชั่น ผมมองว่าอาหารของ Cafe Buongiorno นั้นมีความเป็นธรรมชาติสูง พาสต้าจานแรกคือ Penne กับ Black Olive กุ้ง และชี๊ส เป็นจานที่เด็ดมาก ผมชอบชี๊สที่หั่นชิ้นใหญ่เต็มคำ ขณะที่เบค่อนทอดกรอบทำให้เกิดรสสัมผัสที่ลงตัวมาก จานที่สองเป็น Spaghetti Al Mare ซ๊อสมะเขือเทศกับกุ้งแม่น้ำ จานนี้ให้ความสดชื่น เหมาะกับเป็นอาหารจานแรก ๆ ความชุ่มฉ่ำของซ๊อสมะเขือเทศทำให้ไม่อาจลืมอาหารจานนี้ไปได้ และจานสุดท้ายภรรยาคุณ Enzo สั่งมาเป้นพิเศษ Penne Arrabiata ซึ่งมีส่วนผสมของซ๊อสมะเขือเทศ กระเทียม หัวหอมใหญ่ และพริก จานนี้มีรสเผ็ดร้อนเหมาะกับหน้าร้อน ทานแล้วสดชื่น
ในที่สุดก็มาถึงพระเอกของเราคือ Lamb Cutlet ซึ่งคุณ Enzo รับประกันว่าไม่มีกลิ่นสาปแรงแบบร้านอื่น ด้วยกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาจากครอบครัว ซึ่งก็เป็นแบบนั้นครับ เนื้อแกะปรุงไม่สุกมากกำลังน่าทานเนื้อนุ่มกลิ่นหอม ทานพร้อมกับไวน์แดงเข้ากันเป็นอย่างมาก
ตบท้ายอาหารมื้อนี้ด้วยของหวานเรียกความสดชื่นด้วย Granita นานารสให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นรสกีวี มะนาว มะละกอ หรือมะม่วง ทำให้มื้ออาหารในวันนี้เปี่ยมสุขโดยมิต้องเดินทางไปถึงอิตเลียน
สำหรับท่านที่ต้องไปทานอาหารที่ Cafe Buongiorno น่าจะโทรศัพท์ไปจองที่นั่งล่วงหน้าที่เบอร์โทร.02-662-3766-8 รับรองว่าไม่ผิดหวัง
|