รุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายใน ALFA VELOCE SPIDER 2000cc. รุ่นสุดท้ายที่เขาทำอย่างนี้
ก็ประมาณปี 1993 รู้สึกจะเป็นตอนก่อนจะเกษียณ ก็ไม่ใช่อะไร
คุณรจนากับผมอาจจะพูดถึงหนังเก่าๆ ตอนเจอกัน สมัยแรกๆ ก็จะมีหนัง
The Graduate ซึ่งพระเอกขับอัลฟ่าฯ
เนื่องจากเป็นรถเปิดประทุน เมื่อปลายปีที่แล้วจังหวะดีก็จะเห็นว่าเราน่าจะเอาออกมาขับวันเฉลิมฯ
ของในหลวง เพราะสีเหลือง ก็จะเอาไปวนแถวสนามหลวง วัดพระแก้ว
พระบรมมหาราชวัง หรือ สวนจิตรลดา คนก็มองแล้วก็ตะโกนดูตากับยาย(หัวเราะ)
ทีแรกเขาคงมองว่ารถสวย แต่พอเข้ามาใกล้ๆ เขาบอกว่าตากับยาย(หัวเราะ)
เราก็ไม่โวยวายตากับยายก็ไม่เป็นไร วันนั้นไปขับวันที่ 5
ธันวาคม วันเฉลิม สีเข้ากันพอดี
รถรุ่นเดียวกันนี้ที่ซื้อพร้อมๆ มีเยอะ แต่เท่าที่รู้นั้นขายกันไปหมดแล้ว
อัลฟ่าฯ มันดูแลลำบาก เสียง่าย เดี๋ยวนู่นนี่ก็หมดอายุ แต่ไม่เป็นไรยังไงมันก็วิ่งได้
อยู่ที่ว่าอยู่กับคนที่อดทนหรือเปล่าซึ่งผมอดทนได้ และผมซ่อมได้
จะเห็นว่ารถของผมไม่มีอะไรแต่งเลย ของจริง คงเดิมไว้ เวลาขับไปสองคนกับภรรยาเราคุยไม่ค่อยได้
เพราะเป็นรถเปิดประทุน ขนาดวิทยุยังฟังไม่ค่อยได้ยินเลย(หัวเราะ)
แต่เดี๋ยวนี้มันพัฒนาไปแล้ว เครื่องก็กลายเป็นเครื่องอินเจ็คชั่นแล้ว
ไอ้เจ้านี่เหมาะสำหรับวิ่งในเมือง แต่ถ้าไปต่างจังหวัดต้องเอารถเร็ว
คือโตโยต้า Fortuner แทน เพราะว่าตอนนี้อายุมากแล้วจะโหดเหมืนเดิมไม่ได้แล้ว
มันมีหลายสีตอนที่เอาเข้ามาขายผมเลือกสีเหลือง คนอื่นก็เลือกสีอื่นกันไป
สีแดง สีฟ้า ไปกับคุณแม่(ภรรยา) บางทีขับไปฝนตกคุณแม่เขาก็ไปโวยวายใหญ่
ก็เมื่อวันเฉลิมฯ นั่นแหละพอขับไปถึงสนามหลวงรถติดเราก็เลยเลี่ยงออกไปบางลำพู
พอถึงบางลำพูแค่นั้นฝนตก ก็โชคดี ผมก็เลี้ยวเข้าไปจอดในซอยแล้วก็ดึงหลังคาขึ้นไม่ยาก
แต่มันก็อย่างว่าไม่เหมือนรถใหม่นะ รถใหม่แค่กดปุ่ม(หัวเราะ)
คุณศิวะพร เล่าให้ฟังว่าทำไมถึงชอบขับรถเป็นชีวิตจิตใจ และทำไมรถของเขานั้นล้วนอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมทุกคัน
ชนิดที่เรียกว่าเจ้าของรถใหม่หลายคนยังดูแลได้ดีไม่เท่าเขาซึ่งมีรถจำนวนมาก
และอายุอานามของรถแต่ละคันก็ต้องใช้การเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด
สมัยหลังสงครามโลก เขายังไม่ไห้ผู้หญิงขับรถ รถมันเป็นเรื่องของผู้ชาย
ต้องดูแลเป็น ต้องขับเป็น เปลี่ยนเกียร์เป็น ต้องเหยียบเบรกเป็น
ต้องเข้าโค้งเป็น เขาเรียกว่าศิลปะในการขับรถมากๆ ในการขับรถมันเป็นเรื่องที่สำคัญ
ผมขับรถเป็นตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อให้ผมขับให้ท่าน