เริ่มต้นผลิตในช่วงกลางปี 50 ในยุคเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (โดยมีคู่แข่งสำคัญตอนนั้นเป็นเชฟโรเล็ต คอร์เวตต์ที่เป็นรถยนต์ขนาด 2 ที่นั่งที่ผลิตออกมาตีตลาด-กองบก.)
นอกเหนือจากความเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ทศวรรษที่ 50 นี้ยังถือเป็นยุครุ่งโรจน์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน คุณจะได้เห็นรถธันเดอร์เบิร์ดไปปรากฏอยู่ในหนังอเมริกันหลายต่อหลายเรื่อง (ในฐานะรถของพระเอก) พูดง่ายๆ ว่า รถคันนี้เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย ที่ยังไม่เชยตกยุคไป เพราะมันเป็นรถคู่ใจของเอลวิส เพรสลี่ย์, มาลิรีน มอนโร หรือดาราฮอลลีวูดอมตะอีกหลายต่อหลายคน ฟอร์ด ธันเดอร์เบิร์ด จึงเป็นรถที่มีสถานภาพไม่ต่างไปจากดาราผู้มีชื่อเสียง ซึ่งนักขับหลายคนต่างใฝ่ปองหมายเป็นเจ้าของ
ชื่อธันเดอร์เบิร์ดเองก็มีความน่าสนใจให้ได้กล่าวถึงตรงที่เป็นชื่อของนกยักษ์ที่ทรงพลังในตำนานของชาวอินเดียนแดง (รวมไปถึงชาวยุโรปเหนือ) ซึ่งก็เข้ากันได้ดีกับสมรรถนะของเธอ ตรงที่เป็นรถขนาดเครื่องยนต์ V 8 3200 cc ที่ผลิตเพียงแค่สามปีเท่านั้นคือในปี 55, 56 และ 57 รายละเอียดที่แตกต่างก็คือ ธันเดอร์เบิร์ด ปี 55 มีเครื่องยนต์ขนาด 193-212 แรงม้า ขณะที่ปี 56 และ 57 เครื่องยนต์เพิ่มสมรรถนะขึ้นเป็น 215-340 แรงม้า ในอเมริกาเรียกรถรุ่นนี้ว่า ลิตเติ้ลเบิร์ด ' โดยฉายาได้มาจากมีตัวถังขนาดย่อมลงมา (แต่หากคุณเปรียบกับขนาดของรถยนต์โดยทั่วไปที่วิ่งอยู่ในกรุงเทพแล้ว นกสาวตัวนี้ก็ไม่เล็กสักเท่าไร)
ธันเดอร์เบิร์ดเป็นรถที่ถือว่าผลิตออกมาจำนวนจำกัด รุ่นที่จัดว่ามีความสวยงามและมีการออกแบบที่ลงตัวที่สุดก็คือปี 57 คือทั่วโลกจะมีรถรุ่นเดียวกันนี้เพียงแค่ 21,000 คันเท่านั้น ธันเดอร์เบิร์ดปี 57 จึงนับเป็นรถรุ่นสุดท้ายของซีรี่ย์นี้ เพราะตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมาฟอร์ดก็ได้ออกรถรุ่นใหญ่ออกมา ที่ต่อมาเรียกกันว่า บิ๊กเบิร์ด ' ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ จนเรียกได้ว่าแตกต่างจากลิตเติ้ลเบิร์ดอย่างสิ้นเชิง ทั้งห้องโดยสารที่เพิ่มเป็น 4 ที่นั่ง และมีความเป็นเหลี่ยมเป็นกล่องมากขึ้น ที่สำคัญก็คือ บิ๊กเบิร์ด ' ไม่ได้รับความนิยมมากเท่ากับ ลิตเติ้ลเบิร์ด '
กล่าวรวมๆ ก็คือ ฟอร์ด ธันเดอร์เบิร์ดจัดเป็นรถที่ก้าวหน้าทางนวัตกรรมความคิดอย่างมากมายสำหรับยุคนั้น ใช้ระบบเกียร์ออโต้ หลังคาเปิดประทุน อุปกรณ์ต่างๆ ภายในที่เป็นระบบไฟฟ้าควบคุมเสียส่วนใหญ่ และรูปทรงภายนอกที่ใช้หลักของแอร์โรว์ไดนามิคส์ คือมีความโค้งมน คล้ายคลึงกับรูปทรงของจรวด
คุณประวุฒิเล่าว่า ในยุคนั้นยังไม่มีการส่งจรวดขึ้นไปในอวกาศ ยังไม่มีนักบินอวกาศที่ไปดวงจันทร์ ฉะนั้นความก้าวหน้าทางด้านอวกาศจึงสะท้อนออกมาให้เห็นในงานออกแบบรถยนต์ที่ฉูดฉาดและท้าทายเหมือนที่เราเห็นอยู่เบื้องหน้านี้ |