"มินินั้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ของความเป็นคนเมือง
เพราะมินินั้นเป็นรถที่ขับสะดวก เข้าซอยก็ง่าย หาที่จอดรถตามห้าง
หรือที่ไหนก็ง่าย ด้วยความที่รถมินินั้นมีขนาดที่พอเหมาะไม่ใหญ่มาก
อย่างเช่นที่หน้า โรงแรมโอเรียลเต็ลตรงหน้าป้อมยามที่มีเฉพาะมินิที่จอดได้เพราะคันอื่นหน้ามันจะเลย"
เห็นคันเล็กอย่างนี้ แต่ก็เล็กพริกขี้หนู เผ็ดร้อนไม่เบาทีเดียว
จากน้ำเสียงปนอาการหัวเราะของหนุ่ม บีเวอร์ในฐานะคนขับ ทำให้พอทราบความรู้สึกของผู้ที่ถูกมองซึ่งต่างจากการคาดเดา
ของผู้ที่มองเห็นจาก ภายนอกว่าเวลาขับถึงแม้จะขับเร็วก็ไม่รู้สึกว่าเร็วเพราะความที่มินิมีฐานล้อที่กว้าง
การเข้าโค้ง หรือเวลาที่ ฝนตกก็จะให้ความรู้สึกที่มั่นใจ เทียบได้กับเวลาที่เรายืนกางขาแคบๆ
เมื่อโดนเพื่อนผลักก็จะโยกเยก แต่ในทางกลับกันหากเรายืนกางขากว้างๆ
มันจะมั่นคงมากกว่า ซึ่งนั่นคือหลักการทางฟิสิกส์ของรถมินิ
"Mini Cooper Convertibles 1,600 ซีซี 115 แรงม้า คันนี้ผมเลือกเองทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น
Option หรือ สีที่เรียกว่า Hot Orange"
ส่วนหนึ่งในความประทับใจของGM หนุ่มผู้นี้อาจรวมถึงสีสันที่เป็น
exclusive ของรุ่นเปิดประทุน ยอดฮิตที่มีอยู่เพียง 2 สี คือ
Hot Orange ที่มีความร้อนแรงอยู่ในตัว เพื่อดึงดูดความสนใจจากทุกสายตา
และสี Cool Blue ซึ่งเป็นสีฟ้าครามๆ ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลายทั้งผู้ขับและคนนั่งข้างๆ
"เป็นรถที่ขับสนุก แม้ไม่ใช่รถที่เร็วที่สุด ไม่ใช่รถที่แรงที่สุด
ถ้าเปรียบเป็นอาหารคงเป็นอาหาร ที่มีรสชาดกลมกล่อม คือว่า มันแรงพอตัว
แล้วก็ handling มันจะดีมากครับ เวลาเข้าโค้งจะมั่นใจ โดยเฉพาะ
เวลาที่ฝนตกก็จะรู้สึกว่ามั่นใจ เราจะเรียกว่า โกคาร์ท ฟีลลิ่ง
คือขับแล้วเหมือนโกคาร์ท มันจะปราดเปรียวมาก สั่งซ้ายเป็นซ้าย
สั่งขวาเป็นขวา"
"ถ้าเปรียบกับหญิงสาวคงเป็นหญิงสาวที่มีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง
เป็นคนที่เซ็กซี่ แบบเรียบร้อย คือไม่ต้องโป๊ก็เซ็กซี่ได้"
และเมื่อถามถึงคนที่ได้ลองนั่งรถคันโปรดนี้เป็นคนแรก ก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิ๊กๆ
กลับมาพร้อมกับ คำตอบว่า อันนี้เป็นความลับครับ ยิ่งทำให้อดที่จะถามถึงความโรแมนติก
กุ๊กกิ๊ก ในชีวิตรักของเขาโดย มีรถเป็นสื่อกลางไม่ได้
"ก็มีนะ กุ๊กกิ๊กแบบ เหมือนกับว่าขับไปเที่ยวกัน ไปอะไรกันตามปกติ
โดยเฉพาะวันที่ถ้าเกิดว่าอากาศดีๆ แล้วเปิดหลังคาออกมาก็โรแมนติกใช้ได้
บางทีขับผ่านไปทางมหาวิทยาลัยจะเห็นนักเรียนเราจะรู้ว่าโสด นั่งคนเดียว
มีแฟนก็นั่ง 2 คน คงไม่มีแฟน 2 คนนั่งพร้อมกันใช่ไหมครับ"
รูปลักษณ์หรือราคาในฐานะผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งกับเพื่อนใหม่คันนี้
ไม่ใช่สิ่งกีดขวาง สร้างความ แตกต่างของผู้ขับ กับคนเดินริมถนน
เพราะมินิไม่ได้แบ่งชนชั้นผู้เป็นเจ้าของ
"ไม่ได้จำเป็นว่าต้องมีอาชีพใดอาชีพหนึ่ง เพราะว่าจริงๆ
แล้วคนที่ขับรถมินินี่เกือบทุกอาชีพนะครับ อย่างที่มินิรุ่นคลาสสิก
เขาจะมี term ที่เรียกของเขาเลยว่า Classless คือไม่ได้มีชนชั้นวรรณะ
ตั้งแต่ราชินีอังกฤษเลย ควีน อลิซาเบธ ก็มีมินิ จอห์น เลนนอน
เดอะบีทเทิล ก็มีมินิ เจ้าฟ้าชายชาร์ลก็มีมินิ จนกระทั่งถึงคนขับรถส่งขนมปังก็ขับมินิ
มันจะมีวัฒนธรรมของตัวเอง มี Culture ของตัวเอง คือว่าไม่ได้แบ่ง
ชนชั้นว่า อันนั้นรถของคนรวยนี่รถของคนจนหรือว่าอะไรพวกนี้"