รถคันนี้ก็กลายมาเป็นรถประจำตำแหน่งท่าน รวมถึงนายกรัฐมนตรีคนต่อๆมา ด้วยเหตุนี้กระมังที่ทำให้รถโบราณคันนี้ดูโดดเด่น ทั้งคุณค่าและเรื่องราวแต่สิ่งที่น่าสนใจต่อไปอีกก็คือเพราะเหตุใดรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีถึงได้มาอยู่ในการครอบครองของตระกูลจุลละทรัพย์ซึ่งในส่วนนี้ คุณบุญฤทธิ์ ได้กรุณาเปิดเผยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจยิ่ง
ต้องย้อนกลับไปที่สมัยโลกครั้งที่สอง สมัยนั้นคุณพ่อร่วมอยู่ในขบวนการใต้ดินหรือที่เรียกว่า เสรีไทย ท่านเป็นผู้หนึ่งที่คอยเจรจากับประเทศสัมพันธมิตร คอยวางแผนการเคลื่อนไหว คอยวางแผนการเคลื่อนไหว และจะต้องเป็นคนติดต่อกับจอมพล ป.ว่าจะโจมตีกองทัพญี่ปุ่นที่ตั้งฐานในเมืองไทยตรงไหนบ้าง ขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นในครั้งนั้นเป็นหัวเชื้อของความสนิทระหว่างจอมพล ป. กับครอบครัวจุลละทรัพย์ เมื่อสิ้นสุดสงครามประเทศไทยเกือยตกอยู่ในสภาวะผู้แพ้สงครามเพราะโดยภาพที่ปรากฏ เราอนุญาตให้ญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพและใช้พื้นที่ประเทศเป็นแนวรบ แต่ทว่าอีกด้านหนึ่งเรามีขบวนการเสรีไทยที่ทำงานใต้ดินเพื่อต่อต้านประเทศญี่ปุ่น จอมพล ป. จึงสั่งให้ขบวนการเสรีไทยเดินทางไปตกลงกับประเทศสัมพันธมิตรที่กำลังประชุมกันอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ พลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์ พ่อของผมจึงได้รับภารกิจนี้ และในที่สุดก็สามารถพลิกสถานการณ์สร้างความเข้าใจกลายมาเป็นประเทศผู้ชนสงครามได้
จากจุดนี้เองความสัมพันธ์ระหว่างจอมพล ป. กับครอบครัวจุลละทรัพย์จึงกระชับมากขึ้นไปอีกกระนั้นก็ต้องรอเวลาจนล่วงมาสู่ปี พ.ศ.2518 ท่านนายพล ก็ได้ตกทอดมาถึงครอบครัวจุลละทรัพย์ คุณบุญฤทธิ์เล่าต่อว่าหลังจากที่รถถึงวัยเกษียณก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ในโกดังจนสภาพทรุดโทรมไม่เหลือร่องรอยแห่งความยิ่งใหญ่เมื่อครั้งอดีต ครอบครัวจุลละทรัพย์โดยพลอากาศเอกทวี จึงเข้ามาช่วยกอบกู้ความยิ่งใหญ่กลับมา ผ่านการประมูลกับทางรัฐ แล้วขั้นตอนการเริ่มบูรณะก็เกิดขึ้น จนถึงวันนี้เรียกว่าความสมบูรณ์เกือบเท่าของเดิมแล้วจะมีที่เปลี่ยนก็คือสีจากเดิมเขียวเข้ม กลายมาเป็นสีเทาออกดำที่ดูคลาสสิกมากกว่าเก่า
คนเราลองอยู่กับสิ่งที่เราสนใจเข้าแล้ว มองไปทางไหนหรือหยิบจับอะไรออกมาก็ดูจะเป็นความทรงจำและเรื่องราวดีๆไปเสียหมด ด้วยเสน่ห์ของรถคันที่สั่งทำตัวถังแบบพิเศษ ประกอบมือทั้งคันจึงมีพียง 20 คันในโลก ในเมืองไทยเท่าที่มีการสำรวจน่าจะมีคันนี้แค่คันเดียว ส่วนพวกที่วิ่งได้จริงในโลกตอนนี้เหลือ 4 5 คันเท่านั้นนี่อาจเป็นดัชนีสะท้อนคุณค่าของรถคลาสสิกได้เป็นอย่างดี และเมื่อเราพิจารณาถึงความพยายามของคนสมัยก่อน ก็จะพบปรัชญาในการสร้างสรรค์งาที่ใส่ใจรายละเอียดเน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ไม่เพียงแต่เป็นเจ้าของรถ ท่านนายพล เท่านั้น ปัจจุบันคุณบุญฤทธิ์ยังควบตำแหน่งประธานชมรมรถคลาสสิกประเทศไทย และประธานชมรมเบ็นซ์คลาสสสิกแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการด้วยโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างชุมชนรถคลาสสิกให้แข็งแรงไม่ให้สูญหายไปกับการเวลา
ปีหน้าจะจัดแรลลี่ไปที่เมืองพัทยา ไปให้นักท่องเที่ยวดูกันน่าจะเป็นนิมิตที่ดีเพราะเป็นเสมือนการประชาสัมพันธ์ประเทศให้ใครต่อใครเห็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์อีกด้านหนึ่งของเรา ใช้รถคลาสสิกเป็นสะพานเชื่อมระหว่างรุ่นสู่รุ่น เพราะรถแต่ละคันต่างมีเรื่องเล่าของตัวเอง เพียงแต่ขั้นแรกเราต้องเรียกความสนใจของคนออกมาก่อนแล้วจึงต่อยอดออกไป
การลุกขึ้นมาทำชมรมรถคลาสสิกของคุณบุญฤทธิ์ และเพื่อนๆเป็นเรื่องที่ดีเพราะสิ่งนี้คือพยายามในการเก็บรักษาบางส่วนของประวัติสาสตร์ให้คงอยู่ และผลจากกิจกรรมแต่ละครั้งที่ทางชมรมจัดขึ้น มีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวแก่ประเทศ แต่ปัจจุบันยังไม่มีภาครัฐสนใจเข้ามาสนับสนุนบรรดานักอนุรักษ์รถคลาสสิกเท่าที่ควร การดำเนินการใดๆจึงเหมือนเป็นการทำไปอย่างโดดเดี่ยว
มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะโดดเดี่ยว เพราะเปรียบไปเราก็เหมือนหินก้อนหนึ่งในทะเล แต่ตอนนี้เราพยายามเอาหินหลายๆก้อนมารวมกนเพื่อสร้างแนวปะการงและถ้าเป็นแนวปะการังอันยิ่งใหญ่แล้ว เรือใหญ่อย่างรัฐบาลก็ต้องหยุดดู เราอยากให้รัฐเข้ามาช่วยในบางเรื่อง อย่างเช่นเรื่องภาษีรถยนต์ อย่างรถบางคันเสียภาษีมาตั้งสี่ห้าสิบปีแล้วยังต้องเสียอยู่ จะเป็นเรื่องดีมากหากมีการช่วยเหลือ
ในความเป็นจริง จำนวนรถคลาสสิกในเมืองไทยอยู่ที่พันคันโดยประมาณ ทว่าหลายคนประสบปัญหาเรื่องภาระทางภาษีทำให้ไม่อยากบูรณะรถมาใช้ใหม่ ท้ายที่สุดก็จบลงที่การขายต่อไปยังต่างประเทศ ซึ่งต่อไปเด็กรุ่นหลังที่สนใจก็ไม่มีทางหาดูได้จะกลายเป็นว่าเรามีประวัติศาสตร์ แต่ไม่มีเครื่องช่วยเตือนความจำ คุณบุญฤทธิ์ชี้ให้ดูคราบบุหรี่ของท่านจอมพล ป. ที่ยังอยู่ในรางเขี่ยตรงพนักวางมือเบาหลังของรถในสายตาของคนบางคนมันเป็นเพยงเถ้าฝุ่นสีดำที่กองสงบนิ่งอยู่ก้นภาชนะ แต่ภายในแววตาของคุณบุญฤทธิ์ จุลละทรัพย์ ทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งนี้คือความโชคดีที่มันยังไม่โดนจัดการโดยเครื่องดูดฝุ่นสมัยใหม่ เพียงเพราเห็นว่ามันคือเศษฝุ่นไร้ค่า
ก่อนอกจากโรงรถ ผมไม่ลืมทำความเคารพ ท่านนายพล ที่ยังคงมีท่าทางเคร่งขรึมอยู่เช่นเดิม ผมรู้สึกว่าการที่เรามีโอกาสรู้จักท่านนายพลในครั้งนี้ ก็คงเหมือนฝูงปลาที่ให้ความสนใจเริ่มเข้ามาแหวกว่ายตามแนวปะการังเล็กๆของคุณบุญฤทธิ์ ส่วนเรือใหญ่ที่ว่านั้นยังไม่มีวี่แวว คงต้องรอให้ถึงวันที่แนวปะการังใหญ่พอ
ผมเชื่อว่า กรุงโรมไม่ได่สร้างเสร็จในวันเดียว ' การอนุรักษ์รถคลาสสิกก็เช่นกัน ถึงแม้ผู้สร้างเมืองจะดูโดดเด่นบ้างบางที
|