เชฟแพม เผยเคล็ด(ไม่)ลับ เมนูเนื้อแสนอร่อยที่ใคร ๆ ก็ทำเองได้ที่บ้านด้วยเนื้อวัวออสเตรเลีย

เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef

เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef

เป็นที่รู้กันในหมู่คนรักเนื้อว่า ว่าเบื้องหลังความอร่อยของเมนูเนื้อของร้านดังๆ ทั้งหลายนั้น คือคุณภาพระดับพรีเมียมของเนื้อวัวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกเนื้อรายใหญ่ของโลกที่ได้รับความยอมรับเชื่อถือในมาตรฐานทั้งรสสัมผัสนุ่ม รสชาติหอมอร่อยและเข้มข้นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์

เหตุผลสำคัญที่เนื้อวัวจากออสเตรเลียครองส่วนแบ่งสำคัญตลาดในระดับสากล และความลับที่ทำให้เนื้อวัวออสเตรเลียมีรสชาติที่แตกต่าง จนทำให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากเชฟร้านอาหาร ภัตตาคาร ไปจนถึงเชฟมิชลิน และเหล่าบรรดานักชิม เกิดจากมรดกทางภูมิปัญญาในการทำฟาร์มปศุสัตว์ของออสเตรเลีย เพื่อการผลิตเนื้อวัวคุณภาพสูงที่บริโภคได้อย่างปลอดภัยแก่นักชิมทั่วโลก ทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นแหล่งผลิตเนื้อวัวเกรดพรีเมียมในอุดมคติ

food-3642376_1280

โดย Meat & Livestock Australia (MLA) องค์กรซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ผลิต ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนา รวมถึงทำการตลาดเพื่อสร้างความสำเร็จระยะยาวแก่อุตสาหกรรมเนื้อแดงออสเตรเลีย MLA ยังทำหน้าที่นำเสนอสาระข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อแดงออสเตรเลีย เพื่อให้ผู้บริโภคและเชฟทั่วโลกมีความเข้าใจที่มากยิ่งขึ้น ถึงองค์ประกอบที่ทำให้เนื้อออสเตรเลียกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมไปทั่วโลก

แน่นอนว่า คนที่เคยชิมเนื้อออสเตรเลียเกรดพรีเมียม ย่อมรู้ว่า สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไม่ใช่แค่ราคาคุย

มี 4 เหตุผลที่พิสูจน์ว่าทำไม “เนื้อวัวออสเตรเลีย” เป็นที่กล่าวขานในเรื่องของคุณภาพ

1. สุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์ในฟาร์ม คือสิ่งสำคัญสูงสุด ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยทางอาหารและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของออสเตรเลีย
ปศุสัตว์ออสเตรเลียดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพและเป็นธรรมชาติ ทั้งยังปลอดจากโรคในสัตว์หลายชนิดที่มีอยู่ในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก โดยอุตสาหกรรมเนื้อของออสเตรเลียทุ่มรักษาสุขอนามัยขั้นสูงของสัตว์ในฟาร์มผ่านการปฏิบัติงานเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพที่เข้มงวด และยังกำหนดระบบต่าง ๆ ในการตรวจสอบข้อมูลแหล่งที่มาผลิตภัณฑ์ได้ทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นรักษามาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์ในฟาร์ม ซึ่งทำให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อเกรดพรีเมียมสำหรับผู้บริโภค เริ่มจากกระบวนการผลิตที่รัดกุมนับตั้งแต่ขั้นตอนฟาร์มเลี้ยงไปจนถึงเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหารนี้ ทำให้ธุรกิจการส่งออกเนื้อแดงออสเตรเลียถูกยกย่องว่ามีความเป็นเลิศระดับโลก

2. ผลิตภัณฑ์เนื้อวัวที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่เข้มข้น
อุตสาหกรรมเนื้อวัวออสเตรเลียมีชื่อเสียงในการผลิตเนื้อคุณภาพสูง ทั้งวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า วัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืช เนื้อวัวออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์เนื้อวัวพันธุ์พิเศษ เช่น เนื้อวากิวและเนื้อแองกัส โดยเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเป็นส่วนประกอบสำคัญตามหลักโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งการเลี้ยงดูวัวในทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้วัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าของออสเตรเลียมีสัดส่วนไขมันและคลอเรสเตอรอลต่ำโดยธรรมชาติ และยังมีกรดไขมันโอเมกา-3 มากกว่า ซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้ ในขณะที่อุตสาหกรรมโคขุนของออสเตรเลียผลิตเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืชที่ให้พลังงานสูงตามสัดส่วนและมีความสมดุลทางโภชนาการตามจำนวนวันที่กำหนดขั้นต่ำ โดยปกติแล้วจะมากกว่า 70 วัน ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เนื้อที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและมีชั้นไขมันลายหินอ่อนซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และรสชาติดี ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรมเนื้อวัวออสเตรเลียจึงมีผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ ถูกใจคนรักเนื้อทุกระดับ แม้คอเนื้อตัวจริงก็ไม่อาจปฏิเสธมื้ออาหารนี้ได้

3. ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม
ผู้ผลิตในออสเตรเลียเข้าใจดีว่าการปกป้องและปรับปรุงสภาพแวดล้อมธรรมชาติมีความสำคัญอย่างยิ่งในด้านความยั่งยืน ทั้งต่อการดำเนินธุรกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อุตสาหกรรมปศุสัตว์ของออสเตรเลียยังตั้งเป้าหมายสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2030 พร้อมกรอบการทำงาน Beef Sustainability Framework เพื่อรับรองการดำเนินงานที่ตรวจสอบตความก้าวหน้าได้ตลอดเวลา ทำให้ออสเตรเลียมีสถานะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเนื้อที่ยั่งยืนที่สุดของโลก

4. การทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในการวิจัยเพื่อปกป้องสมบัติอันเปี่ยมคุณค่าของออสเตรเลีย
ด้วยการดำเนินงานของ Meat & Livestock Australia และการร่วมมือกับรัฐบาลออสเตรเลีย ทำให้อุตสาหกรรมเนื้อแดงของประเทศมีการลงทุนมากกว่า 170 ล้านดอลลาร์ต่อปีในการวิจัยและพัฒนาโครงการต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมนับตั้งแต่ขั้นตอนการปศุสัตว์และการปรับปรุงพันธุกรรม ไปจนถึงมาตรฐานคุณภาพเนื้อ การสืบค้นข้อมูลแหล่งผลิต และการคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เนื้อออสเตรเลียยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างในตลาด

 

เชฟแพม - พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ ประจำประเทศไทย ของ  True Aussie Beef

เชฟแพม – พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ ประจำประเทศไทย ของ True Aussie Beef

และสำหรับเรื่องคุณภาพของเนื้อออสเตรเลียในประเทศไทย คงไม่มีใครยืนยันสิ่งนี้ไปได้ดีกว่า ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเนื้อตัวจริงเสียงจริงอย่าง เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef ประจำประเทศไทย ซึ่งเธอได้กล่าวว่า

“ด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้บริโภคทั่วโลกจะหลงรักเนื้อวัวคุณภาพสูงจากออสเตรเลีย ทุกวันนี้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นว่าอาหารที่พวกเขากินมีแหล่งผลิตจากไหนเพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและรสชาติอาหารโดยตรง ซึ่งเนื้อวัวออสเตรเลียคือตัวเลือกอันดับหนึ่งของแพมค่ะ เพราะมีคุณภาพที่ดีสม่ำเสมอและรสชาติระดับพรีเมียม”

และเพื่อการันตีว่า เนื้อวัวออสเตรเลียอร่อยจริงในทุกส่วน ไม่ใช่แค่ ส่วนยอดนิยม อย่าง เซอร์ลอยน์ เทนเดอร์ลอยน์ หรือ ริปอาย ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความนุ่ม เชฟแพมจึงได้นำเสนอเมนูอาหารจากเนื้อวัวในส่วนอื่นมาให้ทดลองชิม และแจกสูตรเด็ดให้คนรักเนื้อมาทดลองทำกินเองที่บ้าน ด้วยเมนู Beef Sando, House Mustard Mayo, Chili Sauce, House Kyokotsu Sauce ซึ่งใช้เนื้อส่วนใบพาย (Oyster Blade) MB 6/7* เป็นวัตถุดิบ โดยเนื้อใบพายคือกล้ามเนื้อที่อยู่ข้างใต้หัวไหล่ของวัว ซึ่งต้องใช้ส่วนนี้เพราะเมื่อปรุงแล้ว เนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะละลายคอลลาเจนเข้าไปในเนื้อ ทำให้เนื้อย่างมีรสชาติหอมเข้มข้นและนุ่ม เนื้อส่วนใบพายยังสามารถนำมาหั่นทอดในกระทะเพื่อปรุงเป็นสเต็กหรือหั่นเป็นลูกเต๋าแล้วตุ๋นโดยใช้เวลานานได้

รู้จักเนื้อออสเตรเลีย ต้องรู้จักค่า MB (Marble)

ทุกคนอาจจะสงสัยว่าค่า MB คืออะไร? ค่า MB (Marbling) คือระดับชั้นไขมันลายหินอ่อนที่แทรกในชั้นกล้ามเนื้อของวัวตามธรรมชาติ ซึ่งชั้นไขมันลายหินอ่อนจะช่วยเพิ่มความชื้นและรสชาติให้กับเนื้อวัว เมื่อปรุงแล้วจะช่วยให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำมากยิ่งขึ้น ยิ่งเนื้อวัวเกรดสูงจะยิ่งมีชั้นไขมันลายหินอ่อนแทรกตัวอยู่หนาแน่นมาก เนื้อจากออสเตรเลียจะถูกแบ่งเกรดจากระบบการประเมินชั้นไขมันลายหินอ่อนโดย AUS-MEAT ตั้งแต่ระดับ 0 (ปราศจากชั้นไขมันลายหินอ่อนที่มองเห็นได้) ไปจนถึงระดับ 9 (ปรากฏชั้นไขมันลายหินอ่อนหนาแน่น) หากเราใช้เนื้อที่มีชั้นไขมัน ลายหินอ่อนมากปรุงอาหาร ก็จะได้เมนูเนื้อที่มีรสชาติที่เข้มข้นขึ้นด้วย เป็นการแบ่งเกรดในทำนองเดียวกับที่เนื้อญี่ปุ่นแบ่งเป็น A-ระดับ ต่างๆนั่นเอง

Beef Sando, House Mustard Mayo, Chili Sauce, House Kyokotsu Sauce (1)

Beef Sando, House Mustard Mayo, Chili Sauce, House Kyokotsu Sauce

เชฟแพมแจกสูตรอาหาร

การปรุงเมนู Beef Sando, House Mustard Mayo, Chili Sauce, House Kyokotsu Sauce (ด้วยเนื้อใบพายหรือ Oyster Blade MB 6/7*)

วัตถุดิบ:
คัตสึซอส
⦁ ขิง 50 กรัม
⦁ กระเทียม 60 กรัม
⦁ น้ำตาลทรายแดง 20 กรัม
⦁ ซอสมะเขือเทศ 200 กรัม
⦁ วูสเตอร์ซอส 160 กรัม
⦁ น้ำผึ้ง 12 กรัม
⦁ ซอสถั่วเหลืองสูตรลดเกลือ 12 กรัม
⦁ เกลือ 4 กรัม

Beef Sando Menu (4)

เนื้อวัว
⦁ เนื้อใบพายแฟลตไออ้อนจากออสเตรเลีย MB 6/7* หนัก 1 ½ ปอนด์ (หั่นเป็นชิ้นละ 6 ออนซ์ 4 ชิ้น)
⦁ เกลือ 1 ½ ช้อนชา แยกไว้
⦁ พริกไทย 1 ช้อนชา แยกไว้
⦁ แป้ง½ ถ้วย
⦁ ไข่ 1 ฟอง (ตอกไว้ให้เรียบร้อย)
⦁ นม ¼ ถ้วย
⦁ เกล็ดขนมปัง 1 ½ ถ้วย
⦁ กระเทียมผง ¼ ช้อนชา
⦁ น้ำมันกาโนลาสำหรับผัด 2 ถ้วย
⦁ ขนมปังโทสต์หั่น 8 ชิ้น

Beef Sando Menu (1) (1)

ขั้นตอนการปรุง
ขั้นตอน 1: ค่อย ๆ ใช้ค้อนทุบเนื้อแฟลตไออ้อนแต่ละชิ้นให้เหมาะสมขนาดของขนมปัง โดยทุบให้แต่ละชิ้นหนาประมาณ ½ นิ้ว ปรุงรสเนื้อสเต็กด้วยเกลือ 1 ช้อนชา และพริกไทย ½ ช้อนชา สามารถลอกขอบขนมปังออกได้ตามความชอบ

ขั้นตอน 2: เตรียมทำขนมปังโดยใช้ชาม 3 ใบ ชามใบแรกใช้ผสมแป้งกับเกลือและพริกไทยที่เหลือ ชามใบที่สองตีไข่ผสมกับนม ส่วนชามใบที่สามใส่เกล็ดขนมปังเตรียมไว้

ขั้นตอน 3: คลุกเนื้อสเต็กกับแป้ง เขย่าเศษแป้งส่วนเกินออก จุ่มลงในไข่ที่ตีไว้ แล้วคลุกเนื้อสเต็กบนเกล็ดขนมปังให้ทั่วทั้งสองด้าน พักสเต็กแฟลตไออ้อนบนตะแกรง ช่วงที่รอหันไปเตรียมซอส

ขั้นตอน 4: ผัดขิงกับกระเทียมให้ส่งกลิ่นหอม เติมส่วนผสมที่เหลือลงไปและเคี่ยวให้ข้น

ขั้นตอน 5: อุ่นน้ำมันในกระทะก้นลึก (เหมือนหม้อแบบดัตช์หรือกระทะเหล็กหล่อขนาดใหญ่) เมื่อน้ำมันร้อนถึง 375°F วางเนื้อสเต็กลงไป 2 ชิ้น ทอดด้านละ 90 วินาทีหรือจนกว่าเนื้อสเต็กจะเป็นสีน้ำตาลทองและให้อุณหภูมิในชิ้นเนื้อสูงถึง 130°F จะให้ความสุกระดับ medium-rare นำสเต็กขึ้นพักบนตะแกรง 5 นาทีก่อนเสิร์ฟ

ขั้นตอน 6: นำเนื้อใบพายออสเตรเลียที่ปรุงวางบนขนมปังที่ทาซอสแล้ว โปะหน้าด้วยขนมปังชิ้นที่สอง แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟ

เกี่ยวกับ Meat & Livestock Australia (MLA)
Meat & Livestock Australia (MLA) คือองค์กรที่ดำเนินงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลีย ในรูปแบบองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและเป็นเจ้าของโดยกลุ่มผู้ผลิตเนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อแพะในประเทศ โดย MLA ใช้ตราสินค้า True Aussie Beef and Lamb ในการประชาสัมพันธ์เนื้อแดงของออสเตรเลียในการส่งออกสู่ตลาดสากล เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เนื้อวัว เนื้อลูกวัว เนื้อแกะ และเนื้อแพะของออสเตรเลีย และบอกเล่าถึงคุณค่าและเรื่องราวที่มาของความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ True Aussie Beef and Lamb

 

 

 

Related contents:

You may also like...