ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร กูรูการเงินระดับแนวหน้าของไทย

ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร

คงไม่ต้องแนะนำกันมาก หากจะเอ่ยถึงชื่อของ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร สุดยอดกูรูการเงิน ผู้เป็นเจ้าของความสำเร็จรอบด้านในชีวิต ทั้งหน้าที่การงาน การบริหารการเงิน-การลงทุน และชีวิตครอบครัวที่สุขสมบูรณ์เพียบพร้อม จนเป็นหนึ่งบุคคลระดับแนวหน้าที่สังคมให้ความยกย่องนับถือ ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรระดับประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ด้วยความรู้ความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ และความตั้งใจอันดีที่จะเผยแพร่ความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคลสู่สาธารณชนด้วยความมุ่งหวังที่จะเห็นผู้คนในสังคมมีชีวิตที่มั่นคง มีอิสรภาพทางการเงิน และมีทัศนคติในการใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความถูกต้องและดีงาม ให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืนผ่านสื่อต่างๆ และเป็นผู้ก่อตั้ง ‘ชมรมคนออมเงิน’ ที่เผยแพร่สาระความรู้ด้านการเงินสู่สังคมผ่านเว็บไซต์ www.saverclub.org อย่างต่อเนื่อง

ชมรมคนออมเงิน จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมสมาชิกให้ออมเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตนเองและครอบครัวมีเงินออม พอเพียงในเวลาปกติและยามฉุกเฉิน วิธีการเพิ่มรายได้แนะนำการควบคุมรายจ่าย ไม่สร้างหนี้สิน เพื่อให้เกิดเงินออม เผยแพร่ความรู้ในการลงทุนเพื่อให้มีผลตอบแทนที่ดี เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด หุ้น พันธบัตร กองทุนรวม ทองคำ เพชรพลอย เงินตราต่างประเทศ และของสะสมอันมีค่า แนะนำการวางแผนภาษี ดูแลทรัพย์สิน ทำพินัยกรรม และการจัดการมรดก

“เรามีกิจกรรม เผยแพร่ความรู้ จัดสัมมนา แจกจ่ายบทความทางเว็บไซต์ http://www.saverclub.org ตอบคำถามเรื่องการเงิน การอบรมสอนลูก การประหยัด รู้จัดวิธีลงทุน และวางแผนภาษีอากรตามกฎหมาย เรามักจะแนะนำว่าสมาชิกทุกคนควรใช้เงินให้น้อยกว่าที่หามาได้ทุกเดือนเพื่อจะได้มีเงินออมอย่างสม่ำเสมอ เรื่องนี้ไม่ใช่ของยาก เพราะถ้าเราดูแลค่าใช้จ่าย ทำบัญชี เราก็จะมีเงินเหลือเก็บ

“ความตั้งใจในการตั้งชมรม คือ หนึ่งให้ความรู้ สองเราเตือนสติ อย่ามีหนี้สินเยอะ ถ้ามีหนี้สินแล้วแก้ไขยังไง สามคือแล้วคุณจะออมยังไง สี่คุณมีเงินแล้วลงทุนอะไร รวมถึงการวางแผน เช่น วางแผนภาษี วางแผนบริหารจัดการทรัพย์สิน บั้นปลายจะต้องมีพินัยกรรมไหม ใครจะเป็นทายาทมรดกฯลฯ เหล่านี้เป็นสาระที่เราเผยแพร่เพื่อสังคมมาโดยตลอดครับ”

หลายคนอาจมองว่า กิจกรรมการช่วยเหลือสังคมเป็นเพียงหนึ่งในงานอดิเรกของมหาเศรษฐีผู้ถึงพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทองและโชคลาภ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า แรงบันดาลใจส่วนลึกของการแบ่งปันความรู้เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินของกูรูท่านนี้ มาจากประสบการณ์ชีวิตจริงในวัยเยาว์ของท่านเองที่เคยสัมผัสกับความยากลำบาก ได้ลิ้มรสความจนอย่างถึงแก่น ก่อเกิดเป็นแรงผลักดันที่จะก้าวพ้นอุปสรรคมาสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

“สมัยก่อนคนเราไม่ค่อยจะสนใจเรื่องการเงิน จากรุ่นคุณปู่รวย มารุ่นพ่อผมท่านทำตัวเป็นอาเสี่ย เรียนไปเล่นไป พอคุณปู่เสีย กงสีมีปัญหา คุณพ่อเลยเริ่มจะจนลง กระทั่งตอนผมเกิดก็รู้สึกว่าตอนนั้นเราจนมาก แต่ผมมองว่า ความจนเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เรารู้จักความลำบากของชีวิต มีความมานะบากบั่นตอนนั้นคุณพ่อไม่มีอาชีพที่แน่นอน เลยไปทำอาชีพเลี้ยงไก่ ผมตื่นเช้ามาตั้งแต่ตี 5 ก็ต้องมาล้างขี้ไก่ เปลี่ยนน้ำให้อาหาร ถึง 6 โมงเช้าก็ท่องหนังสือ ตอนนั้นเรียนอัสสัมชัญ ท่องหนังสือประมาณ 7 โมง ทานอาหารเสร็จก็เดินไปโรงเรียน สมัยนั้นใช้เดินไปเดินกลับเท่านั้น จากเยาวราชถึงบางรัก ก็เลยทำให้เราไม่ย่อท้อต่อความลำบาก

“ตอนเป็นวัยรุ่นวัยกระทงก็เห็นพ่อแม่ที่เป็นหนี้ สินค้าขายขาดทุน ต้องไปแลกเช็คต้องไปโอดีแบงค์ ลำบากมาก ผมก็เลยวางกฎไว้กับตัวเองว่าโตขึ้นเราต้องไม่จน เพราะความจนเราสงสารครอบครัวเรา ก็เลยเลือกที่จะไม่ให้เราจนได้

การจะไม่จนต้องทำสองอย่าง อย่างที่หนึ่งคือ ต้องมานะบากบั่นในการหาความรู้ มีทรัพย์สินทางปัญญา อย่างที่สองคือ ต้องรู้จักบริหารการเงิน ต้องประหยัดกินประหยัดใช้เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมมาสนใจเรื่องการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมา 40-50 ปี ผมก็ดีใจที่คนสมัยนี้ที่เป็นระดับเศรษฐีเป็นเจ้าสัว ที่เกิดเป็นอะไรไปแล้วลูกหลานไม่มีกินจะยากมาก เพราะสมัยนี้มีการวางแผนได้ดี มีการตั้งบริษัทกงสี มูลนิธิ ถึงแม้ลูกหลานทำไปเล่นไปถ้าไม่เล่นการพนันโลภมากไม่เอาทรัพย์สินที่ได้มาไปเสี่ยง โอกาสยากจนจะยาก ผมก็ดีใจที่คนสมัยใหม่มีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น แต่ปัญหาก็ยังมีตามมา นั่นคือการแพทย์สมัยนี้เจริญ เรารักษาสุขภาพทำให้ตัวเองแข็งแรง อายุยืนง่ายขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ค่ารักษาสุขภาพก็แพง จึงต้องมาดูตรงนี้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่อย่างยืนยาว มีความสุขทั้งกายทั้งใจทั้งวิญญาณได้อย่างไร

“ผมเชื่อว่า ความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา ทำให้ผมโชคดีหลายอย่าง ตอนสงครามเวียดนามปี ค.ศ.1964 ผมทำงานกับกองทัพอเมริกัน เป็นช่วงที่ผมโชคดีเพราะตอนนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาเปิดให้ผู้ใหญ่เรียนภาคกลางคืนได้เป็นครั้งแรก ผมไม่มีเงินต้องเรียนไปทำงานไป พอดีจุฬาเปิดเลยไปเรียนที่จุฬาและโชคดีที่ได้ทำงานที่องค์การเอสแคปที่สถาบันสันติธรรมซึ่งตั้งอยู่ในจุฬาด้วย  ผมเลือกเรียนกฎหมาย เพราะไม่เก่งคำนวณ แต่ภาษาอังกฤษเราได้เปรียบคนอื่นเพราะเราทำงานองค์การทหารอเมริกัน พอจบจุฬา ผมไปทำงานกับสำนักงานกฎหมายอเมริกัน เผอิญนายผมจบฮาร์วาร์ดมาด้วย ผมก็บอกว่าอยากไป เขาก็บอกว่าเอาสิ การเข้าฮาร์วาร์ดเป็นโรงเรียนที่เข้ายากออกง่าย ออกง่ายไม่ใช่เขาไล่ออก เขาจะรับใครเขาสกรีนละเอียด

“ผมจำได้วันนั้นเป็นวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1970 เป็นวันที่มีความสุขมาก วันที่รับซองจดหมายบุรุษไปรษณีย์มาส่ง จดหมายหนาปึก แสดงว่ามันมีของดีมา ถ้าซองบางๆมามีกระดาษแผ่นเดียวแสดงว่าซอรี่ ยูไม่ต้องมา

“ตอนนั้นการค้าที่บ้านกำลังจะล่มจม  คุณแม่ผมใช้คำว่าฐานะของเราเหมือนทำนบแตก ผมทำงานตลอดเวลาที่จุฬาไม่เคยมีเงินเก็บ ให้พ่อให้แม่หมดทั้งที่เงินเดือนก็เยอะมากตั้งเดือนละ 6,000 บาท เมื่อ 50 ปีที่แล้ว โตโยต้าโคโรล่าสมัยนั้นคันละ 50,000 บาทเท่านั้น แต่เราก็ไม่มีเงินเหลือ ผมคิดว่าคนเราถ้าเป็นคนดี มีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือสังคม กตัญญูกตเวที สวรรค์ไม่เคยทิ้ง

“5 เดือนก่อนจะไป ผมสอบได้ทุนของบริษัทเชฟรอน เขาเปิดสอบแข่งขันให้ทุนนักเรียนไทยห้าคนไปอเมริกา ผมเห็นเข้าก็เลยรีบไปสมัคร และสอบได้ที่ 1 เป็นทุนที่ดีมาก กลับมาไม่ต้องใช้ทุนผมได้ทุนไปเรียนหลักสูตรฮาร์วาร์ดแค่ 9 เดือนก็จบ ทุนหมดก็ต้องกลับ มีเพื่อนที่นั่นบอกว่า เขาสมัครไปทำงานธนาคารโลกที่วอชิงตันดีซี เขาชวนผมไปด้วยผมก็ถามภรรยาว่าอยากไปอยู่อเมริกาไหม ถ้าอยากไปผมจะสมัคร

“ผมเพิ่งแต่งงานได้ไม่ถึงปี ภรรยาผมก็บอกอยากไป เพื่อนก็ช่วยดูแลเรื่องแอพลิเคชั่นให้ เลยได้เข้าไปทำงานที่กรุงวอชิงตันดีซีแต่ผมอยู่สองปีครึ่งสามปีก็กลับ เพราะผมคิดถึงพ่อแม่ และผมมองว่าคนจบฮาร์วาร์ดที่บอสตัน ดีซี มีเป็นหมื่น แต่ที่ไทยมีห้าคนสิบห้าคน อยู่ที่โน่นเหมือนปลาตัวหนึ่งอยู่ในกระแสน้ำ กลับมาเมืองไทยเราแสดงฝีมือได้ เลยคิดว่ากลับมา และผมคิดว่าคุณปู่ผมยังอุตส่าห์ย้ายถิ่นฐานมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เราเป็นคนไทยมีสิทธิ์เต็มที่ทำไมไม่กลับ ซึ่งภรรยาผมก็บอกว่าเราคิดถูกที่กลับมาเพราะถ้าไม่กลับมาเราคงสร้างฐานะไม่ได้เท่านี้”

ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร

ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร พาเราย้อนไปชมภาพฉากชีวิตในช่วงเริ่มต้นหน้าที่การงานของท่านด้วยรอยยิ้มผ่อนคลายและแววตาที่เปี่ยมสุข แม้บทสนทนาที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นอย่างสบายๆ จะฟังดูเหมือนชีวิตเรียบง่ายไร้อุปสรรค แต่หากพิจารณาในทุกรายละเอียดแล้วจะเห็นได้ว่า ทุกจังหวะของความสำเร็จและการเลือกเส้นทางชีวิตมาจากระดับความคิดที่ลึกซึ้ง และระดับสติปัญญาที่อาจเรียกได้ว่าเข้าขั้นอัจฉริยะ เพราะแต่ละชัยชนะที่ไขว่คว้ามาได้ล้วนมาจากการแข่งขันที่ยากลำบากทั้งสิ้น แต่ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร กลับเชื่อว่า ปัจจัยความสำเร็จและสิ่งดีๆในชีวิตนอกเหนือไปจากความสามารถคือผลแห่งความดีงามที่ได้สั่งสมมาโดยตลอด

“สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิตผมมาจากหลายอย่างประกอบกัน ผมถือความกตัญญูกตเวที สวรรค์ดลใจเราจึงกำหนดให้เราคิดอะไรดีๆ เพราะถ้าคนเราไม่มีความกตัญญู หรือคิดแต่จะเอาเปรียบคนโน้นคนนี้ คอรัปชั่น มันจะคิดอะไรดีๆไม่ออก ที่ผมฟลุคหลายอย่าง เช่น ได้เข้าไปเรียนด้วย ไปทำงานในจุฬาด้วย ไม่ต้องเดินทาง ช่วยผมเรียนได้ดีขึ้นเยอะ หรือได้ทุนก่อนจะไปเรียนหนังสือไม่นานเท่าไหร่ โดยที่ทุนไม่มีข้อผูกพัน ผมถือว่าผมโชคดีมาก แล้วก็ไปเจอนายที่อยู่ฮาร์วาร์ด เขียนReference ให้เราก็โชคดีมาก โชคดีหลายอย่าง คนเราจะโชคดีสิบอย่าง โดยที่ไม่ใช่เป็นคนดี ผมว่ายาก

“ผมก็กลับมาทำงานสำนักงานกฎหมาย เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง คนไทยเราเกือบฆ่าตัวตายกันเยอะแยะไปหมด ผมมองว่าปัญหาตรงนี้ เพราะมีหนี้มากเกินไปและออมไม่เป็น ผมคิดว่าเราจะช่วยคนได้ จะช่วยได้หนึ่งคน หมื่นคนหรือห้าแสนคนก็เป็นประโยชน์ทั้งนั้น เป็นที่มาให้ผมเริ่มเผยแพร่ความรู้ด้านการเงิน โดยไม่ได้คิดว่าเราจะต้องทำการใหญ่เว็บไซต์ไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องมีคนมาเป็นแสนเป็นล้าน ผมว่าช่วยคนลำบากคนเดียวเราก็ยังแฮปปี้ที่เราช่วยได้ เราก็ทำของเราไป เราก็เผยแพร่อะไรต่างๆ รายการวิทยุผมไม่ได้พูดเรื่องการเงินอย่างเดียว สิ่งที่เราเตือนสติประจำคือ หนึ่งอย่าใช้เงินมาก อย่าเป็นหนี้สิน ถ้ามีหนี้สินชีวิตจะลำบาก สองต้องพยายามออมเงินและรู้จักการลงทุน ถ้าทำสองอย่างนี้มันจะช่วยให้ฐานะสบาย ไม่ใช่ตัวเองสบายครอบครัวสบาย ประเทศชาติก็จะดี เพราะว่าประชาชนมีความสุข”

นับเป็นโชคดีของประเทศชาติที่บุคคลระดับมันสมองไม่ทอดทิ้งสังคมไทย แม้ท่านจะมีโอกาสทำงานอย่างสุขสบายในต่างแดน หลังจากที่ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ตัดสินใจกลับมาลงหลักปักฐานบนแผ่นดินเกิด ความรู้ความสามารถที่ติดตัวมาก็นำพาความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชื่อเสียง ความมั่นคง สร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้กับตัวท่าน และครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เป็นตัวอย่างของบุคคลที่สมบูรณ์พร้อมทั้งสถานะภาพทางเศรษฐกิจและสถานะทางสังคมที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างกว้างขวางในฐานะนักกฎหมายมือทอง และกูรูการเงินการลงทุนผู้มีวิสัยทัศน์เฉียบคมของประเทศ ใครที่มีโอกาสได้พูดคุยกับ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร แล้วไม่ถามเรื่องหุ้นหรือการลงทุนถือว่า พลาดโอกาสทอง เพราะท่านเป็นผู้ที่ตื่นตัวใฝ่หาความรู้ และมีมุมมองดีๆในการลงทุนมาแบ่งปันเสมอ

“คนเราต้องรู้จักมองเห็นคุณค่าในสิ่งต่างๆ ฝรั่งใช้คำว่า You see value in something การลงทุนของผมทุกครั้งนั้นเรียกว่า ผมไปซื้อหุ้นที่มีพระคุณ ทำไมต้องหุ้นที่มีพระคุณ ผมนิสัยเหมือนคนไทยทั่วไปคือ ชอบเดินห้าง ผมมักไปเดินห้างที่สะอาด เปิดแต่เช้า ราคาถูก สินค้ามีให้เลือกมากมาย ผมชอบห้างที่ผมซื้อของเข้าออฟฟิศแล้วได้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบมา ง่ายๆ ไม่ต้องไปยืนต่อคิวขอเอกสารที่ไหนต่อไหน มันสะดวกไปหมด เมื่อผมรู้สึกว่า ถ้ามีห้างไหนที่ทำได้ดีอย่างนี้หุ้นของห้างนั้นย่อมต้องดี

“ผมได้กำไรเยอะจากการลงทุนโมเดิร์นเทรด เพราะเราเดินห้างบ่อย ชอบห้างเขา เลยสนับสนุนเขา ไปซื้อเขาผมมองตรงนี้ นี่คือวิธีคิดของผมที่กล่าวถึง การซื้อหุ้นที่มีพระคุณ”

“อย่างไรก็ตาม ในทัศนะผมมองว่า การลงทุนจะให้ผลตอบแทนกำไรมากกำไรน้อยเป็นเรื่องรอง ความเสี่ยงเป็นเรื่องหลัก คนเราต้องอย่าโลภมาก ปลอดภัยไว้ก่อนสำคัญ”

ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมในเรื่องการลงทุนที่มีผลสำเร็จเป็นพอร์ตลงทุนหลักหลายพันล้านเป็นเครื่องการันตี อีกทั้งยังเป็นผู้ให้คำปรึกษาเรื่องธุรกิจและการลงทุนกับคนอื่นมากมาย คงมีหลายคนสงสัยว่า เมื่อถึงเวลาที่กูรูระดับนี้ต้องการความคิดเห็นบ้าง จะต้องปรึกษาใคร

“ภรรยาผมอยู่กับเขามา 44 ปี ไม่เคยให้ตังค์เขาใช้เลย เขาหาตังค์เก่ง และเขาก็มีเซ็นส์เรื่องเล่นหุ้นพอสมควร เขามีพอร์ทการลงทุนเป็นของตัวเอง ผมก็ไปดูพอร์ทเขาบ้าง บางทีผมขาย เขาซื้อก็ยังมี

“เคยได้ยินสุภาษิตไทยไหม บางทีจิ้งจกทักก็ยังต้องฟัง คนเราบางทีต้องฟังคนอื่นด้วย การที่จะเล่นหุ้นดี มันต้องมีสิ่งคอยเตือนสติเรา เล่นหุ้นดีอาจจะเป็นความเก่ง แต่อีกอย่างที่สำคัญมากคือการวางแผน อย่างผมทุกปีเราเป็นชาวคริสต์ วันที่เราฉลองใหญ่ 25 ธันวา ผมจะชวนภรรยาไปกินข้าวเราตายายสองคน ผมจะเล่าให้ภรรยาฟังว่าตลอด 1 ปี  1 มกรา-25 ธันวา ผมหาเงินได้เท่าไหร่ ใช้ไปเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ เรามีเงินเหลือทุกปี เราใช้น้อยกว่าที่เราหาทุกปี ตอนหลังเรายิ่งใช้น้อยเพราะเงินของเรามันโตขึ้น ผมก็จะบอกภรรยาไว้ว่าเก็บไว้ที่ไหนบ้าง เพราะคนเรารถมันชนได้ทุกเวลา จะให้แข็งแรงแค่ไหน ทำบุญแค่ไหน รถชนโป้งเดียวก็ไปแล้ว ให้เขารู้ว่าเรามีหุ้นอยู่ที่โบรกเกอร์คนไหน มีกองทุนฝาก บลจ. คนไหน มีทองคำเก็บอยู่ตรงไหน มีเงินฝากแบงค์ไหน มีที่ดินโฉนดอยู่ตรงไหน เพราะเราสองคนลำบากมาด้วยกันก็ต้องบอกให้เขารู้ แต่ของเขามีอะไรเขาก็ไม่บอกผมนะ (หัวเราะ) ผมรู้ว่าเขามีเยอะ แต่ผมก็ไม่อยากถาม เพราะหนึ่งผู้ชายมักตายก่อนผู้หญิง รู้ไปก็เราตายก่อนเขาจะรู้ไปทำไม อันที่สองคือทรัพย์สินที่เราบริหารก็เยอะพอแล้ว โลภมากไปก็เปลืองสมองเปล่าๆ เอาเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจมีความสุขมากกว่า

“พอค่ำนั้นกินข้าวเสร็จกลับบ้าน ผมหยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่นแล้วนั่งนึกเลยว่า 1 มกราปีหน้าเราจะมีรายได้เท่าไหร่ เช่น มีดอกเบี้ยเท่าไหร่ มีปันผลเท่าไหร่ มีเงินจากทำงานกฎหมายเท่าไหร่ กำไรจากค้าหุ้น ทองคำขึ้นอีกเท่าไหร่ แล้วผมก็ทำงบปีหน้า ถึงสิ่งที่เราจะได้ เช่น ได้ห้าสิบล้าน เราจะใช้เท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ นอกจากทำเหลือเท่าไหร่ ผมยังมองว่าแล้วพอร์ทการลงทุนเราจะปรับอะไรบ้าง  สมัยก่อนเงินเหลือผมจะเอาส่วนนึงไปซื้อทอง ก่อนนี้ทองขึ้นเยอะ แต่ทองราคาไม่ขึ้นเป็นสิบปีแล้ว แล้วจะยิ่งไม่ขึ้นต่อ เพราะทองโดนคนโยกเอาไปซื้อบิตคอยน์ซะหมด เงินก็มีจำกัดของมันแล้ว ไม่ซื้อน้ำมัน ซื้อหุ้น ซื้อทอง ที่ดินกำไร ซื้อบิตคอยน์เยอะแยะ เพราะฉะนั้นทองต่อไปเก็บไว้แค่เพื่อเป็นเซฟตี้พอ ยังไงมันก็ไม่ตกไปจากตรงนี้ แต่มันก็มีข้อดีสองสามอย่างคือ หนึ่งซื้อขายได้ทีละเจ็ดวัน สองแบ่งซื้อแบ่งขายได้ เลยต้องมีทองเป็นเซฟตี้ คล้ายๆกับอินชัวรันส์

“ผมมาดูพร็อพเพอร์ตี้ 4-5 ตัวของผม เพราะว่าผมนับถือศาสนาคริสต์ วันคริสต์มาสพระเยซูเจ้าประสูติ ไม่มีที่จะเกิดต้องไปเกิดในถ้ำเลี้ยงสัตว์ พระองค์ยากจนมาก ผมคิดว่าเรามีที่อยู่ผืนนึงเราแฮปปี้แล้ว แต่ที่ผืนดินนี้ (ซอยสุขุมวิท 8) ภรรยามาซื้อไว้ตั้งแต่ปี 1981  ตารางวาละ20,000บาท ตอนนี้ตารางวาละล้าน ตรงนี้เมื่อ 15 ปีมาแล้ว ปี 2546 ที่หลังบ้านเราขายไร่กว่า เราก็กลัวเขาจะมาซื้อทำคอนโด เราก็เลยไปขอซื้อเขาเก็บไว้ตอนนั้นเขาคิดเราวาละสองแสนห้า สี่ร้อยกว่าตารางวาคิดเราไปร้อยล้าน ผมขายหุ้นร้อยล้านซื้อเลย ตกลงตอนนี้ที่ของเราติดซอยแปดกับซอยสิบสองซอย รวมกันทั้งผืนทั้งหมด640 ตารางวา ถ้าตารางวาละล้านก็คิดเป็นมูลค่าที่ดิน 640 กว่าล้าน เราบอกแค่นี้ก็พอแล้ว นี่คืออสังหาริมทรัพย์ของผม ทองคำก็มีส่วนหนึ่ง เงินฝากแบงค์ก็มีบ้าง

“ผมเคยผ่านต้มยำกุ้งมา หุ้นเคยเจ๊งระเนระนาดเลย โอกาสจะเกิดขึ้นอย่างนี้คงไม่มีหรอก ถ้าตอนนั้นใครใจกล้ากว้านซื้อไว้เยอะๆ คงรวยมหาศาลเลย แต่ตอนนั้นหุ้นตกทุกคนคิดไม่ออก

การเล่นหุ้น ถ้าหุ้นมันหวือหวามาก ผมตามเขาไม่ทัน หุ้นบางตัวต้องบอกว่ามีรายใหญ่เข้ามาปั่น ลากขึ้นลากลง หุ้นตัวไหนถ้าตามข้อมูลจริงๆไม่ทัน ผมไม่เล่น

“ผมไม่แนะนำเรื่องการซื้อกองทุน เพราะคุณไม่เคยวิเคราะห์เอง คนที่มาบอกคุณให้ซื้อกองทุน เพราะเขาเอากองทุนมาขายคุณ แล้วเขาฟันกำไรอัพฟรอนท์ 1 2 3 เปอร์เซ็นต์ เขากินตรงนั้นไป คุณจะกำไรก็ดี คุณขาดทุนก็ว่าไป”

วอร์เรน บัฟเฟ็ต เขาบอกว่าจะให้ร่ำรวยต้องดู 4 อย่าง หนึ่ง Saving first ให้เริ่มออมเป็นลำดับแรก สอง Start early ต้องทำตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาวอยู่ อย่าออมตอน 70-80 สามอย่ามองข้ามเรื่องเงินเฟ้อ สามหมื่นฉันก็สบายแล้วเกษียณ แต่อีกยี่สิบปีกว่าจะได้สามหมื่นตอนนั้นมันไม่พอหรอก อันที่สี่ให้ระวังเรื่องค่าบริหารจัดการ Beware of high fee”

นอกจากให้แง่คิดดีๆเรื่องการลงทุนแล้ว ดร.สุวรรณ ยังให้มุมมองที่น่าคิดต่อคริปโตเคอเรนซี เงินดิจิตอล

“เงินดิจิตอลผมเทียบสองอย่างสามอย่าง อย่างที่หนึ่ง คุณซื้อทองคุณเก็บทองไว้ได้ แต่ดิจิตอลคุณไม่เห็นตัวเห็นตน วันดีคืนดีถ้ามันเกิดหายไปแล้วเป็นไง คุณโทษใคร บิตคอยน์ผมไม่มีเลยครับ”

แม้จะผ่านความสำเร็จมาจนมั่งคั่งไปถึงชั่วลูกชั่วหลาน กูรูการเงินท่านนี้ก็ไม่เคยหยุดนิ่งกับการแสวงหาความรู้และมองลู่ทางการลงทุนใหม่ๆอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ไม่เคยลืมคือการจัดชีวิตให้สมดุลเพื่อความสุขที่ยั่งยืน ซึ่งหากใครได้ทราบไลฟ์สไตล์ของท่านแล้วจะต้องทึ่งเพราะเงื่อนไขความสุขในแต่ละวันช่างเรียบง่าย ห่างไกลกับคำว่าหรูหราฟุ่มเฟือยมากนัก

“ชีวิตประจำวันผมใช้เงินไม่มาก มื้อเที่ยงผมก็กินก๋วยเตี๋ยวราดหน้าอะไรง่ายๆ ที่สำคัญคืออดมื้อกินมื้อด้วย เพราะถ้าผมกินทุกมื้อผมจะอ้วน กรรมพันธุ์ผมไขมันจะสูง น้ำตาลจะสูง ถ้าไม่มีงานอะไรสำคัญมื้อเย็นจะไม่กินเลย มื้อเช้ากินแต่สลัด ดื่มน้ำชา น้ำเปล่า น้ำขิงแค่นี้ก็พอ

“ปัจจุบันเวลาว่างผมเยอะ เดี๋ยวนี้ผมขี้เกียจทำงานมาก (หัวเราะ) สำนักงานกฎหมายก็ยังทำอยู่ แต่ผมไม่ขยาย เคสยากๆมาก็ไม่รับนอกจากลูกค้าเก่า เพราะเราอายุ 73 แล้ว ผมเรียนรู้จากปีที่แล้ว รายได้ผมครอบครัวผม เก้าสิบเปอร์เซ็นต์มาจากการลงทุน อีกสิบเปอร์เซ็นต์มาจากสำนักงานกฎหมาย แต่ถ้าเป็นการลงทุนวันนึงคุณดูตลาดสองสามชั่วโมงก็พอ ในขณะที่ทำสำนักงานกฎหมายคุณต้องทำงานวันละ 8 ชม. นอกจากนี้ยังมี Professional Liability ที่ต้องระวัง ตอนนี้เราอายุมากยิ่งระวังตัวมาก พอร์ทลงทุนผม สมมติหนึ่งพันล้าน ถ้าผมทำกำไรเพิ่มขึ้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ผมได้สิบล้าน แต่ทำสำนักงานกฎหมายให้ได้กำไรสิบล้านแทบตายเลย ถ้าผมเกิดโชคดีลงทุนได้กำไรมาสี่เปอร์เซ็นต์ ก็คือสี่สิบล้านชนะกฎหมายหลายเท่า การที่จะลงทุนขึ้นมาสี่เปอร์เซ็นต์ไม่ยากจนเกินไป

“ความสุขของผมคือความอยากจะเรียนรู้ เรียนรู้แล้วผมมีความสุข เรียนรู้ว่าต่อไปจะไปทางไหน ต้องบอกว่าในหุ้นทั้งหมด ถ้าให้ผมเลือกตัวเดียว ผมเลือกกูเกิ้ล เพราะกูเกิ้ลผมเข้าไปเสิร์ชเขา เป็นเวลาสิบปีมาแล้วได้ความรู้ดีมาก ไม่เคยจ่ายตังค์เขาแม้แต่บาทเดียว ถือว่าเป็นหุ้นมีพระคุณ

นอกจากจะยังสนุกกับการลงทุน การใฝ่หาความรู้ สิ่งสำคัญที่กูรูการเงินท่านนี้ใส่ใจอยู่เสมอคือการแบ่งปันความรู้ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับผู้คนในสังคม ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ทิ้งท้ายกับเราด้วยเคล็ดไม่ลับ สำหรับทุกคนที่กำลังเริ่มต้นแสวงหาความมั่นคงให้ชีวิต ด้วยการสร้างสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นหนทางที่สร้างมหาเศรษฐีระดับโลกมาแล้วมากต่อมาก รวมถึงเป็นหนทางสู่ความสำเร็จที่ท่านพิสูจน์มาแล้วด้วยชีวิตของตัวเอง

“ต้องทำสามอย่าง หนึ่งคุณต้องมีความรู้ก่อน ถ้าคุณไม่มีความรู้คุณสร้างตัวเองไม่ได้หรอก อันที่สองต้องใช้ให้น้อยกว่าที่หามาได้ สามพอคุณมีความรู้ หาตังค์ได้ ประหยัด มีเงินออมไม่มีหนี้สิน คุณต้องลงทุนให้เก่ง”

ใครที่ฟังแล้วอยากเริ่มต้นก็อย่ารอช้า เพราะความสำเร็จไม่เคยรอใคร…อยากรวย ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

Dr. SuvarnValaisathien, Founder of Dr. Suvarn Law Offices, a Thailand’s leading money guru and a successful private investor who had held the high positions in many leading organizations both the public and private sectors, Dr. Suvarn specializes in taxation, corporate restructuring commercial laws and securities regulations. He graduated with a Doctor of Juridical Science from George Washington University, USA, and holds Law Degrees from Harvard and Chulalongkorn University. Dr. SuvarnValaisathienis a founder of the Saver Club that contributed the knowledge of personal financial management and investment to public.

line

ที่มา: วารสาร Supalai@Home ฉบับ Q2-2018

เรื่อง & ภาพ : dp-studio.com

Related contents:

You may also like...