พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ศูนย์กลางการจัดเก็บรักษาผ้า สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย พร้อมเปิดให้เข้าชมแล้วอย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนับสนุนงานทอผ้าให้เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ แก่ราษฎรมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ทรงเล็งเห็นว่าผ้าไทยงดงามและมีเอกลักษณ์ ควรอนุรักษ์ไว้มิให้สูญหาย จึงมีพระราชดำริจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผ้าทั้งในราชสำนักและท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้จัดตั้งขึ้น ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นประธานที่ปรึกษา

พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้สื่อมวลชนเข้าชมในวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2555 และสำหรับวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน นี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ อย่างเป็นทางการ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.30 น.

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นศูนย์กลางการเก็บรักษาและจัดแสดงผ้าประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงนำความเป็นไทยออกไป สู่สากลและก่อให้เกิดรายได้กลับมาสู่ผู้ผลิตในประเทศ แบ่งการจัดแสดงเป็น 3 นิทรรศการ ดังนี้

ห้องจัดแสดงที่ 1 “ราชพัสตราจากผ้าไทย”

จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดสากลในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักออกแบบไทยและต่างชาตินำผ้าไหมไทยมาใช้ในการตัดเย็บ ทำให้ผ้าไทยที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์และเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ถือเป็นพระราชกุศโลบายในการเผยแพร่และส่งเสริมผ้าไทย รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมด้านการแต่งกายของสตรีไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วย ผ้าไทยนั้นมีความงดงาม สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น ทำให้เกิดความนิยมสวมใส่ชุดที่ตัดเย็บด้วย ผ้าไทยทั้งในและต่างประเทศ

ห้องจัดแสดงที่ 2 “ไทยพระราชนิยม”

จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กว่า 30 องค์ ตลอดจนผ้าและเครื่องแต่งกายในราชสำนัก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในการสร้างสรรค์และสืบสานการแต่งกายแบบไทยที่แสดงถึงเอกลักษณ์ไทย แต่ละแบบมีความงดงามและแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักสมัยโบราณให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างลงตัวและเหมาะสมแก่วาระต่างๆ ซึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของผ้าไทยอีกทางหนึ่งด้วย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเป็นผู้นำในการแต่งกายแบบไทยอย่างแท้จริง ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยแบบต่างๆ ในระหว่างการตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปในการทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศตั้งแต่เมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ ต่อมาฉลองพระองค์ชุดไทยของพระองค์เป็นที่รู้จักในชื่อ “ชุดไทยพระราชนิยม” และเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบัน

ห้องจัดแสดงที่ 3 – 4 “พระหัตถ์ที่ทรงงานเพื่อแผ่นดิน”

บอกเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดแห่งศิลปาชีพ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ทำให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริถึงการพระราชทานอาชีพแก่ราษฎร ต่อมาได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์ในขณะนั้นลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของราษฎรและพระราชทานความช่วยเหลือ โดยได้ทรงกำชับว่า “แม้ผ้าถูเรือนก็อย่าละเลย” เพราะอาจได้พบลายผ้าโบราณ ซึ่งจะสืบไปถึงช่างทอและเรื่องราวต่างๆ ได้ จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวได้กลายเป็นการฟื้นชีวิตผ้าทอมือไทยที่กำลังจะสูญหาย พร้อมกับพัฒนาฐานะและคุณภาพชีวิตราษฎรไทยทุกภูมิภาคมาจวบจนปัจจุบัน

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้สร้างงานแก่ราษฎรชนบทให้สามารถยึดเป็นสัมมาชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี เป็นทางเลือกให้ราษฎรได้ทำงานที่ตนรักในบ้านเกิด ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัว ไม่ต้องเข้ามาแก่งแย่งทำมาหากินในเมืองใหญ่ และเหนืออื่นใดคือได้เดินตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการช่วยให้คนไทยสามารถเลี้ยงตนเองได้อย่างยั่งยืนมาเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปี

สำหรับประชาชนผู้สนใจ สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้ตั้งแต่วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2555 เป็นต้นไป เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 09.00-16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) 80 บาท นักเรียน / นักศึกษา 50 บาท เด็กอายุ12-18 ปี 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าชมฟรี กรุณาแต่งกายสุภาพ (ห้ามสวมกางเกงขาสั้น) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2225-9420, 0-2225-9430

Related contents:

You may also like...