มูลนิธิพลังงานไทยสร้าง 3 ฝายต้นน้ำให้ชาวน่าน

10

มูลนิธิพลังงานไทยร่วมกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมในพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ
สร้าง 3 ฝายต้นน้ำ คืนความชุ่มชื้นสู่ผืนป่า คืนน้ำใสให้ชาวน่าน

 

พื้นที่ป่าจังหวัดน่านในปัจจุบันลดลงจากเดิมร้อยละ 73.94 เหลือเพียงร้อยละ 57.32 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด เนื่องจากพื้นที่ป่าเดิมถูกทำลายและเปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากขึ้นทุกปี การเพิ่มขึ้นของปริมาณสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร ปัญหาการพังทลายของหน้าดิน ปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลาก ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งที่ส่งผลให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน

11 7

มูลนิธิพลังงานไทย ตระหนักถึงสาเหตุของปัญหาเหล่านี้ในข้างต้น จึงได้ร่วมมือกับพระอาจารย์จากโรงเรียนพระปริยัติธรรมในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดทำฝายต้นน้ำ เพื่อเป็นการกักเก็บและชะลอน้ำในช่วงฤดูฝน ส่วนในช่วงหน้าแล้งก็จะมีน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภคและการเกษตรอย่างเพียงพอ นับเป็นการคืนความสมดุลสู่ธรรมชาติ สร้างความชุ่มชื้นแก่ป่าไม้ให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป ซึ่งโครงการนี้ อาศัยหลักการ “บวร” โดย “บ” มาจากคำว่าบ้าน หมายถึงชาวบ้านและชุมชน “ว” มาจากคำว่าวัด หมายถึงพระอาจารย์ผู้ได้รับทุนพระราชทานฯ และเป็นหลักในการให้คำปรึกษาในการพัฒนาความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่านผ่านโครงการต่างๆ และ “ร” มาจากคำว่า โรงเรียน คือ โรงเรียนพระปริยัติธรรมในพื้นที่ มีจำนวนทั้งสิ้น 16 โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดน่าน และจังหวัดแพร่

2 4 3

การสร้างฝายต้นน้ำ/ชะลอน้ำ เป็นกิจกรรมที่พระอาจารย์โรงเรียนพระปริยัติธรรมร่วมให้คำปรึกษาและสำรวจความเหมาะสมถึงความจำเป็นในแต่ละพื้นที่ และอิงจากความรู้ที่ได้รับระหว่างการศึกษาในชั้นทุนพระราชทานด้านสิ่งแวดล้อม เน้นความร่วมมือระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. หน่วยงานกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กรมทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน เป็นต้น จากการคัดเลือกพื้นที่ในการสำรวจทั้งหมด พบว่า มี 3 แห่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหา จึงคัดเลือกเป็นพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ บริเวณลำน้ำห้วยลีม บริเวณลำน้ำเกี๋ยน และบริเวณลำน้ำห้วยม่วง โดยทั้ง 3 แห่งต่างเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก ประกอบกับชุมชนในพื้นที่มีความพร้อมในการให้ความร่วมมือในการสร้างฝาย

5

พระมหาปิยะ ธีรงฺกุโร รองประธานโครงการสร้างฝายทั้ง 3 แห่งในครั้งนี้ เปิดเผยเกี่ยวกับการร่วมมือในครั้งนี้ว่า ท่านรู้สึกยินดีที่มูลนิธิพลังงานไทยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำ ที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ทั้ง 3 แห่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก เนื่องจากรายได้หลักของชาวบ้านมาจากการเพาะปลูก ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำเป็นปัจจัยสำคัญ การที่มูลนิธิฯ เข้ามาสร้างฝาย นับเป็นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด และจะสร้างประโยชน์แก่ชุมชนจังหวัดน่านอย่างแท้จริง

9

ทั้งนี้ ฝายลำน้ำห้วยลีม ฝายลำน้ำเกี๋ยน และฝายลำน้ำห้วยม่วง ที่มูลนิธิพลังงานไทยร่วมกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดสร้างขึ้น ได้รับการสนับสนุนแบบฝายจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 9 จังหวัดพิษณุโลก โดยการจัดสร้างฝายต้องขุดฐานรากให้ลึกจนถึงระดับดินหรือชั้นหิน ประมาณ 0.70 – 1.00 เมตร จากนั้นผูกเหล็กวางตอม่อเทคอนกรีต และวางท่อพีวีซีเพื่อใช้ระบายน้ำและทราย จากนั้นจึงผูกเหล็ก วางโครงสร้างเหล็ก และเทคอนกรีต ซึ่งฝายทั้ง 3 แห่ง ได้รับความร่วมมือชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา โดยมูลนิธิพลังงานไทยได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ คาดว่าฝายทั้ง 3 แห่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในจังหวัดน่านไม่ต่ำกว่า 700 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ทางการเกษตรมากกว่า 1,000 ไร่

1

นายธนญ ตันติสุนทร กรรมการกิตติมศักดิ์ มูลนิธิพลังงานไทย ตัวแทนจากมูลนิธิฯ ผู้ส่งมอบฝายแก่ชาวน่านในพื้นที่เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาฝายต้นน้ำร่วมกับโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดน่านในครั้งนี้ ก็นับเป็นอีกหนึ่งโครงการของมูลนิธิฯ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่นทุรกันดารของจังหวัดน่าน และแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อย่างตรงจุด ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้จัดทำโครงการเพื่อส่วนรวมหลายโครงการ เช่น โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และปรับปรุงอาคารโรงพยาบาลต่างๆ  โครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร การพัฒนาความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มอาชีพและองค์กรชุมชน ตลอดจนการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งโครงการพัฒนาฝายต้นน้ำร่วมกับโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นโครงการที่มูลนิธิฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และต้องการให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอย่างแท้จริง เมื่อเห็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่มาร่วมงานเปิดฝาย ทำให้มั่นใจว่ามูลนิธิพลังงานไทยกำลังอยู่บนวิถีทางที่ถูกต้องในการพัฒนาและยกระดับสังคมไทย

6 12

“ผมหวังว่าฝายทั้ง 3 แห่งที่มูลนิธิพลังงานไทยร่วมสนับสนุน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวน่าน สอดคล้องกับเป้าหมายของมูลนิธิฯ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทย ให้มีความสุขอย่างยั่งยืน” นายธนญ กล่าวสรุป

head-bottom3


logo

Reported by : กองบรรณาธิการ
Editor@HiclassSociety.com

 

 

 

 

 

Related contents:

You may also like...