ปัญหาผู้ลี้ภัย สู่ ประเทศใหม่ ระเบียบรัฐใหม่ สัญชาติสากล Global Citizen

CN5VtdsUsAAr02T

ปัญหาผู้อพยพลี้ภัยทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรง ไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งอีกต่อไป

ณ เวลานี้ถือว่าป่วยการที่จะย้อนกลับไปแก้ไขปัญหานี้ที่ต้นเหตุ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ที่จะหยุดสงคราม หยุดความยากจน หยุดการคอรัปชั่นและการทำลายล้างอย่างบ้าคลั่ง ของผู้มีอำนาจ สันดานเลวๆ เห็นแก่ตัว เพียงไม่กี่กลุ่มที่เป็นตัวต้นเหตุของปัญหาจริงๆ

การอพยพหนีภัยสงคราม ภัยการเมือง หรือหนีปัญหาความยากจนในประเทศ มาสู่ประเทศที่สองหรือประเทศที่สาม คงไม่อาจใช้เพียง วิธีการจับกุม ผลักดันออกนอกประเทศ ส่งกลับ หรือให้ที่พักพิงชั่วคราวโดยให้ผู้อพยพเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ในค่ายกักกันผู้ลี้ภัยอย่างไร้อนาคต ในฐานะชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีสิทธิเสรีภาพ ไม่มีโอกาสประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง กลายเป็นภาระทางสังคมอย่างถาวรให้ประเทศที่อาศัยรังเกียจเดียดฉันท์ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และท้ายที่สุดก็จะเกิดปัญหาอื่นๆตามมาไม่รู้จบ
.
ถึงเวลาแล้วที่องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติ จะต้องยอมรับความจริงว่า ผู้ลี้ภัยทั่วโลกกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง จนแทบจะต้องหาพื้นที่ตั้งประเทศใหม่ และกำหนดสัญชาติใหม่เอาไว้รองรับ เพราะไม่มีประเทศใดต้องการแบกภาระในการรับผิดชอบ ด้วยจะเป็นจุดกำเนิดของปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อาชญากรรม รวมไปถึงความขัดแย้งทางชนชาติที่จะเกิดตามมาเป็นลูกโซ่
.
องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลที่มีความจริงใจต่อผู้อพยพอย่างแท้จริง จะต้องเป็นแกนกลาง ในการแสวงหาความร่วมมือและเรียกร้องความช่วยเหลือจากทุกประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างประเทศใหม่หรือรัฐใหม่

โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการร่วมลงทุนในลักษณะ social enterprise ที่ใหญ่ระดับโลก ซึ่งมีผู้ลงทุนหรือผู้ถือหุ้นก็คือภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศต่างๆทั่วโลก สำหรับประชากรที่แสดงเจตจำนงในการเปลี่ยนแปลงสถานะจากผู้ลี้ภัย มาสู่สัญชาติใหม่ ที่ปกครองภายใต้กฎกติกาในอุดมคติสำหรับโลกยุคใหม่ ซึ่งอนุญาตให้มนุษย์มีสิทธิเสรีภาพ และมีโอกาสในการดำรงอยู่อย่างเท่าเทียมในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และจัดสรรโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรอย่างมีระบบด้วยความเป็นธรรม
.
ดินแดนแห่งนี้ จะต้องมีรัฐธรรมนูญสากล ที่เปิดโอกาสให้มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์มีสิทธิ์ที่จะได้รับสัญชาติ ในฐานะพลโลก โดยอาศัยหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ และทุนนิยมเสรีมาเป็นกลไกในการจัดระเบียบสังคม การวางแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ กล่าวคือ มนุษย์ทุกคนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมินเพื่อวัดระดับคุณภาพและศักยภาพตามระเบียบรัฐสากล ในเรื่องของ ความรู้ความสามารถ สุขภาพ และสถานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่า จะมีทั้งประชากรที่มีแค่เสื่อผืนหมอนใบ ที่เดินเท้าเปล่า หรือเบียดกันมาในเรือ เรื่อยไปจนถึงผู้ก่อการร้ายข้ามชาติระดับมหาเศรษฐีที่มากับเครื่องบินส่วนตัว และหากพิจารณาในแง่ที่แรงงานเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตแล้ว ประชากรเหล่านี้ ก็จะมีทั้งแรงงานไร้ฝีมือ เรื่อยไปจนถึงแรงงานระดับมันสมอง ซึ่งจะต้องผ่านระบบการคัดกรอง พัฒนาศักยภาพ และจัดสรรอาชีพให้ตามระดับคุณภาพของแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุกชีวิตสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่เป็นภาระแก่สังคม

ประชากรรวมสัญชาติภายใต้กติกาของรัฐใหม่ จะต้องยอมรับในเกณฑ์การคัดกรอง และจัดระดับคุณภาพประชากร โดยแน่นอน คนที่มีเงิน มีการศึกษา ก็จะได้รับสถานะที่ดีกว่า ในขณะที่กลุ่มคนที่มาแต่ตัว ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพ เพื่อเตรียมเข้าสู่การเป็นกำลังการผลิต และเพื่อเริ่มต้นสร้างเครดิต หรือสร้างสถานะทางการเศรษฐกิจและสังคมให้กับตัวเอง ซึ่งแม้จะดูไม่เป็นธรรม แต่ก็เป็นความยุติธรรมและความเมตตาอย่างที่สุดแล้ว ที่มนุษย์ในโลกนี้ จะหยิบยื่นให้กันได้ นั่นก็คือการแบ่งปัน ให้โอกาสกับมนุษย์ผู้ไร้สัญชาติ ได้มีโอกาสเป็นบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในดินแดนใหม่ และเริ่มต้นสร้างชีวิตใหม่ของพวกเขาขึ้นมาเอง จากความช่วยเหลือเบื้องต้นจากประชาคมโลก ผ่านทางองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับสากล ซึ่งจะต้องหานักกฎหมาย และนักปกครอง มาร่วมกันเขียนธรรมนูญ ในการก่อตั้งและดำเนินกิจการของรัฐใหม่ ให้เป็นยูโทเปียแห่งอนาคต.


Reported by  : Wannasiri Srivarathanabul
Editor@HiclassSociety.com

Photo credit: Twitter.com

Related contents:

You may also like...