เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถสปอร์ตหรู Mercedes-AMG ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างสีสันครั้งใหม่ให้กับวงการรถหรูอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดกว่า 5 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ อย่าง The new C-Class BlueTEC HYBRID ที่ประกอบในไทย (CKD), The new CLA Shooting Brake, The new GLE-Class Coupé, The new V-Class และ Mercedes-AMG GT S รวมทั้งจัดทัพนำขบวนยนตรกรรมหรูกว่า 30 คัน มาจัดแสดงใน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2558 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

มร. ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงไม่หยุดนิ่งที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” และสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ให้แก่ลูกค้า ซึ่งไฮไลท์ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ นอกจากจะมีการเปิดตัวยนตรกรรม 5 รุ่นใหม่ ที่ครบครันในทุกเซ็กเมนต์แล้ว ในปีนี้บริษัทฯ ยังได้นำเสนอบูธภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ “โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่” ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้ในงานปารีส มอเตอร์ โชว์ โดยประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกในเอเชียที่นำเสนอบูธภายใต้คอนเซ็ปต์ดังกล่าว โดยการออกแบบจะเน้นไปที่การนำวัสดุ ลาเมลลา (Lamella) มาออกแบบบูธให้มีลักษณะของความพริ้วไหว บ่งบอกรูปลักษณ์ที่หรูหรา และโฉบเฉี่ยวของยนตรกรรม พร้อมดีไซน์แสงสีเสียง เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรถยนต์ทั้ง 5 รุ่นใหม่ ให้เห็นได้อย่างเด่นชัด”

“ภายในบูธได้แบ่งออกเป็น 6 โซนหลัก ประกอบด้วย โซนที่ 1 การแสดงยนตรกรรมในกลุ่ม New Generation Compact Car โซนที่ 2 การแสดงยนตรกรรมในกลุ่ม Contemporary Luxury โซนที่ 3 การแสดงยนตรกรรมในกลุ่ม Dream Car โซนที่ 4 การจัดแสดงยนตรกรรมกลุ่ม AMG และ AMG Sport ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG โซนที่ 5 การจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี BlueTEC HYBRID ที่ปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดในตระกูล Contemporary Luxury ให้กับผู้บริโภคได้อย่าง ครบครันทั้ง C-E-S และโซนที่ 6 การจัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ อันได้แก่ AMG GT S และ The new GLE-Class Coupé”

มร. มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต่อว่า “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ในปีนี้ นับเป็นปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมกว่า 5 รุ่น ครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่ม New Generation Compact Car (NGCC) อย่าง The new CLA Shooting Brake รถยนต์สปอร์ตคอมแพ็คแบบ 5 ประตู, กลุ่ม Contemporary Luxury อย่าง The new C-Class BlueTEC HYBRID ยนตรกรรมหรูที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดซึ่งประกอบในไทย (CKD), The new V-Class รถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 6 ที่นั่ง และกลุ่ม Dream Car อย่าง The new GLE-Class Coupé รถหรูที่ผสานดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวของรถยนต์สไตล์คูเป้ เข้ากับความแข็งแกร่งของรถยนต์แบบเอสยูวีไว้ได้อย่างลงตัว ปิดท้ายด้วย การเปิดตัวแบรนด์ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการในประเทศไทยผ่านการแนะนำรถยนต์รุ่น Mercedes-AMG GT S ซึ่งเป็นรถสปอร์ตรุ่นที่ 2 ของค่ายนี้ให้ลูกค้าได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด”

The new C-Class BlueTEC HYBRID

The new C-Class BlueTEC HYBRID นับเป็นยนตรกรรมในตระกูล C-Class ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอของรถยนต์ดีเซลไฮบริดในกลุ่ม Contemporary Luxury ให้ครบครันมากยิ่งขึ้น โดยรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น คือ C 300 BlueTEC HYBRID Exclusive และ C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic มาพร้อมกับ เทคโนโลยี HYBRID การทำงานอย่างยอดเยี่ยมของระบบควบคุมพลังงาน ซึ่งทำหน้าที่ในการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบกับมอเตอร์ไฟฟ้า และระบบเกียร์ให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดใน การประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษทุกครั้งที่ชะลอความเร็วหรือเบรก มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์แปลงพลังงานจลน์ที่เหลืออยู่ในระบบขับเคลื่อนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าสะสมไว้ในแบตเตอรี่ลิเธี่ยม-ไอออนเพื่อเก็บสำรองไว้และนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งรถยนต์ รุ่นนี้ยังได้ผ่านมาตรฐานความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณไอเสีย (Euro 6) ที่เข้มงวด อีกด้วย

สำหรับ ดีไซน์ภายนอก ของ The new C-Class BlueTEC HYBRID ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดด้านสุนทรียศาสตร์แบบสมัยใหม่ผสานความพริ้วไหว และองค์ประกอบต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ตัวรถดูสปอร์ต ทันสมัย และเร้าใจขณะขับขี่ โดย C 300 BlueTEC HYBRID Exclusive หรูหราด้วยกระจังหน้าแบบคลาสสิกที่มาพร้อมกับโลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์บน ฝากระโปรงลาย 3 แถบเสริมโครเมียม และรุ่น C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic มาพร้อมกระจังหน้าแบบสปอร์ต มีสัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลางบนลาย 2 แถบ พร้อมด้วยชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMG สำหรับดีไซน์ภายใน ที่ได้รับการออกแบบโดยเน้นความหรูหรา แต่ยังคงความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วย แผงคอนโซลกลางที่สร้างเป็นชิ้นเดียวกับพนักวางแขน รวมถึง touchpad ที่ติดตั้งบริเวณ ที่พักแขน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ เครื่องเสียง อาทิ วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 ที่บริเวณคอนโซลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

นอกจากนี้ สำหรับ C 200 Avantgarde ยังนับเป็นยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมอีกรุ่นหนึ่งที่มี ความโดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ตแบบ Avantgarde ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว 5 ก้านคู่สีเทา และ ไฟหน้า LED High performance ที่ช่วยเพิ่มความสามารถของการส่องสว่างให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น พร้อมด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ผสานกับเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO สีดำ ที่สะท้อนความเป็นสปอร์ตสำหรับคนรุ่นใหม่

รุ่น เครื่องยนต์ ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) แรงม้าสูงสุด (แรงม้า / รอบต่อนาที) แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.) อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย (กม./ลิตร)
C 200
Avantgarde เบนซิน
แถวเรียง 4 สูบ 1,991 184/5,500 300/
1,200-4,000 7.3 235 17.5-18.8
C 300 BlueTEC HYBRID Exclusive ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 2,143 204 / 3,800
จากมอเตอร์ไฟฟ้า 27 แรงม้า 500 /
1,600-1,800
จากมอเตอร์ไฟฟ้า 250 นิวตันเมตร 6.4 244 25.0-27.7
C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dymamic ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 2,143 204 / 3,800
จากมอเตอร์ไฟฟ้า 27 แรงม้า 500 /
1,600-1,800
จากมอเตอร์ไฟฟ้า 250 นิวตันเมตร 6.4 244 25.0-27.7

• C 200 Avantgarde ราคา 2,590,000 บาท
• C 300 BlueTEC HYBRID Exclusive ราคา 2,840,000 บาท
• C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic ราคา 3,090,000 บาท

The new CLA Shooting Brake

CLA 250 Shooting Brake AMG Sport รถยนต์สปอร์ตคอมแพ็คแบบ 5 ประตู โดดเด่นด้วย ดีไซน์ภายนอก ที่โฉบเฉี่ยว เร้าใจ จากเส้นสายลวดลายงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้า ลายเพชร (Diamond radiator grille) สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สร้างความโดดเด่นเคียงคู่อย่างกลมกลืนไปกับชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMG (กันชนหน้า-หลังและ สเกิร์ตข้าง), กันชนท้ายแบบสปอร์ต พร้อมตกแต่งชายล่างของกันชนสีเดียวกับตัวรถ, ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตลาย Multi-spoke จาก AMG ขนาด 18 นิ้ว และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ (Electric panoramic sliding glass sunroof) เลื่อนเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ตลอดจนกระโปรงหน้าที่ยาว บานหน้าต่างแคบเรียว กระจกหน้าต่างข้างแบบไร้กรอบและหลังคาที่ลาดต่ำลง ซึ่งเพิ่มความน่าสนใจและ ความน่าหลงใหลให้กับรถยนต์คันนี้มากยิ่งขึ้น

สำหรับ ดีไซน์ภายใน ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย ด้วยดีไซน์ของความแตกต่างที่ผสานกันได้อย่างลงตัว กับเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำคลาสสิก ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แผงประตูบุด้วย DINAMICA microfibre สีดำ รวมถึงประโยชน์การใช้สอยที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 จอแสดงผลใหม่ในชุดควบคุมระบบมัลติมีเดียหน้าจอขนาด 8 นิ้วพร้อมรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-card navigation), ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่มีให้เลือกถึง 12 สี ด้วยหลอดไฟ แบบ LED เป็นต้น

นอกจากนี้ ห้องโดยสารภายใน ได้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวางทั้งยังประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย โดย The new CLA Shooting Brake มาพร้อมกับอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐานชุด EASY-PACK tailgate ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ ซึ่งทำงานในระบบกลไกกึ่งไฟฟ้า สามารถเปิดได้จากปุ่มควบคุมเบาะนั่งผู้ขับขี่, บานประตูท้าย หรือจากกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ และยังสามารถปิดลงอีกครั้งด้วยปุ่มควบคุมที่บานประตูท้าย พร้อมทั้งการที่สามารถปรับที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังออกเป็น 1/3 : 2/3 ตอน ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีพื้นที่เก็บบรรทุกสัมภาระด้านหลังที่มีความจุถึง 495-1,354 ลิตร นับเป็นความจุสูงสุดของรถยนต์หรูในเซ็กเมนต์นี้ ซึ่งพื้นที่นี้สามารถรองรับทุกอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์ทำงานคู่ใจ ซึ่งตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับได้เป็นอย่างดี

The new CLA Shooting Brake ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 17.5-18.2 กม./ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-DCT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) The new CLA 250 Shooting Brake AMG Sport ราคา 2,890,000 บาท
The new GLE-Class Coupé

The new GLE-Class Coupé นับเป็นสมาชิกลำดับล่าสุดในรถยนต์ตระกูลคูเป้ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่โดดเด่นด้วยการผสานดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวของรถยนต์สไตล์คูเป้ เข้ากับ ความแข็งแกร่งของรถยนต์แบบเอสยูวี (Sport Utility Vehicle: SUV) ไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบ ดีไซน์ภายนอก ให้ดูสปอร์ต ปราดเปรียว ด้วยลายเส้นโค้งเว้า ที่ให้ความรู้สึกถึง ความพลิ้วไหว พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ เสริมไฟหน้าโค้งมน พร้อมด้วยกรอบไฟแบบ LED เส้นสายหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้าย ที่เน้นดีไซน์แบบเรียบหรู ล้ำสมัย คล้ายกับในรถยนต์ S-Class Coupé โดยรุ่นที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นรุ่น The new GLE 450 AMG 4MATIC Coupé ที่มาพร้อมกับการตกแต่งกระจังหน้า ด้วยตราสัญลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง และไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System พร้อมฟังก์ชั่น Active Light System พร้อมด้วยชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMG ซึ่งประกอบด้วย กันชนหน้า-หลัง ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว แบบ AMG 5 ก้านคู่ และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ ซึ่งสามารถ เลื่อนเปิด-ปิดได้อัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า

สำหรับ ดีไซน์ภายใน ได้รับการออกแบบโดยเน้นความหรูหรา สง่างาม แต่ยังคงกลิ่นอาย ความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิมด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพชั้นดีที่ยืดหยุ่นต่อการใช้งานและสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย เบาะนั่งด้านหลังแบบ 3 ที่นั่ง สามารถพับได้แบบ 1/3 : 2/3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 พร้อมมอนิเตอร์ขนาด 8 นิ้ว และคอนโทรลเลอร์ที่รองรับการใช้งานระบบนำทางแผนที่ Garmin® ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) แบบ 3 สี

ด้านเทคโนโลยี The new GLE-Class Coupé มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมด การขับขี่ 5 แบบ คือ Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, Slippery เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่น, Sport และ Sport+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศ (AIRMATIC) พร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน และระบบเซ็นเซอร์ การพลิกคว่ำ
The new GLE-Class Coupé มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 เทอร์โบคู่ พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 367 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบ/นาที แรงบิด 520 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,800-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Permanent all-wheel drive The new GLE 450 AMG 4MATIC Coupé ราคา 7,990,000 บาท
The new V-Class

เมอร์เซเดส-เบนซ์ The new V-Class รถยนต์อเนกประสงค์ (Multi-Purpose Vehicle: MPV) แบบ 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยพื้นที่ห้องโดยสารอันกว้างขวาง ที่ผสานภาพลักษณ์สไตล์สปอร์ตและหรูหราของเมอร์เซเดส-เบนซ์ไว้ได้อย่างลงตัว สำหรับ ดีไซน์ภายนอก ได้ถูกออกแบบให้มีลายเส้นที่สวยงาม ดีไซน์ด้านข้างแสดงให้เห็นความกว้างขวางของตัวรถพร้อมเสริมความ พลิ้วไหวด้วยมุมโค้งมนด้านหลังรับกับกระจกหลังขนาดใหญ่และแถบโครเมียมใต้กระจก กระจังหน้าสไตล์สปอร์ตแบบ Avant-garde พร้อมเพิ่มความดุดันกับล้ออัลลอยแบบ 19 นิ้ว ไฟหน้าดีไซน์ใหม่มาพร้อมกับเทคโนโลยี LED Intelligent Light System อย่างเต็มรูปแบบ ปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED ซึ่งออกแบบอย่างงดงามลงตัว

สำหรับ ดีไซน์ภายใน ได้รับการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และล้ำสมัย แต่ยังคงความเรียบง่ายในการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหลากหลายทั้งลายไม้คลาสสิกเคลือบเงาแบบผิวเปียโน วัสดุหุ้มที่นั่งแบบ nappa leather คุณภาพสูงที่เดินตะเข็บอย่างหรูหรา พร้อมไฟเรืองแสงในห้องโดยสารแบบปรับได้ 3 สี

นอกจากนี้ ห้องโดยสารภายใน ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางสะดวกสบาย กับที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังแบบแยกส่วนสไตล์ captain seat 4 ตำแหน่งพร้อมโต๊ะทำงานอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างหลากหลาย ประตูบานเลื่อนซ้าย-ขวาและฝาท้ายควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าทั้งจากภายในห้องโดยสารและจากกุญแจรีโมท ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าและ TEMPMATIC สำหรับผู้โดยสารด้านหลังสามารถแยกปรับการทำงานได้อย่างอิสระ พร้อมยกระดับสุนทรียภาพในการการเดินทางด้วยเครื่องเสียงแบบพรีเมี่ยมพร้อม แป้นควบคุมแบบสัมผัส (touchpad) และระบบเสียงรอบทิศจาก Burmester ที่มาพร้อมกับลำโพง 15 ตัว และ bass reflex box นำเสนอพลังเสียงระดับ 640 วัตต์ ไปสู่ผู้โดยสารใน ทุกตำแหน่งที่นั่ง

ด้านเทคโนโลยี ของ The new V-Class ได้ถูกออกแบบให้ทำงานสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย (Safe driving), ระบบรักษาการทรงตัวกรณีมีลมขวางปะทะตัวรถด้านข้าง (Crosswind Assist), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Parking Assist พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง อีกทั้งยังติดตั้งตัวช่วยในสถานการณ์คับขันที่มาแบบครบครันอย่าง โปรแกรมการควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ Adaptive ESP® (Electronic Stability Program), ระบบป้องกันล้อล็อค ABS (Anti-lock Braking System), ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรก BAS (Brake Assist), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration Skid Control), ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็คโทรนิค EBD (Electronic Brake force Distribution), ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® และถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างรวม 6 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

V 250 BlueTEC AVANTGARDE มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบคู่ ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 190 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,400-2,400 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 9.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 206 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16.7 กม./ลิตร ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS
The new V250 BlueTEC AVANTGARDE ราคา 5,490,000 บาท

Mercedes-AMG GT S

Mercedes-AMG GT S นับเป็นรถสปอร์ตรุ่นที่ 2 ของค่าย Mercedes-AMG ที่โดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะ พร้อมตอบโจทย์ในการเป็นรถสปอร์ตที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดย ดีไซน์ภายนอก ของรถยนต์รุ่นนี้ มาพร้อมกับรูปลักษณ์แบบสปอร์ต ด้วยกระจังหน้าแบบ Diamond Grille หมุดสีดำ พร้อมสัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลางที่เพิ่มเสน่ห์และความกำยำให้แก่ผู้พบเห็น ไฟหน้าแบบ LED High Performance Headlamp ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วในด้านหน้า และ 20 นิ้วในด้านหลังแบบ AMG 10 ก้าน สีไทเทเนียม เกรย์ (Titanium Grey) สปอยเลอร์หลังแบบปรับระดับได้อัตโนมัติ และหลังคา พาโนรามิคซันรูฟ (Panoramic glass sunroof) เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ตลอดจนกระโปรงหน้าที่ยาว ด้านท้ายที่โค้งมน บานหน้าต่างแคบเรียว กระจกหน้าต่างข้างแบบไร้กรอบและหลังคาที่ลาดต่ำลง ดีไซน์ภายใน มีการออกแบบให้ก้าวล้ำทันสมัย ด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแบบ Nappa แบบปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ พวงมาลัยแบบ AMG performance หุ้มด้วยหนังแท้สลับ DINAMICA microfibre ที่สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำ

โครงสร้างตัวถังของ Mercedes-AMG GT S มาในรูปแบบของ Aluminium spaceframe ที่ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ผสมผสานกับเหล็ก และแมกนีเซียม ที่มีการนำมาใช้ตาม จุดต่างๆ ของตัวรถ ทำให้มีน้ำหนักรวมของตัวรถเพียง 1,890 กิโลกรัม นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ ยังได้มีการวางเครื่องยนต์แบบ Front mid-engine และการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง ในอัตราส่วน 47:53 เพื่อให้เกิดการบังคับควบคุมที่ดีเยี่ยม รวมถึงระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบแห้ง หรือ Dry sump แบบเดียวกับที่ใช้ในสนามแข่ง เพื่อป้องกันน้ำมันเครื่องถูกส่งไปไม่ทั่วถึงในจังหวะที่ตัวรถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมระบบควบคุมช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL ที่ปรับได้ 3 โหมด การขับขี่ ได้แก่ Comfort, Sport และ Sport+ ที่สามารถตอบสนองได้ทุกความต้องการใน การเดินทาง, ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST, โปรแกรมควบคุม การทรงตัวอัตโนมัติ (ESP), ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) เป็นต้น

Mercedes-AMG GT S มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ความจุกระบอกสูบ 3,982 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 510 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที แรงบิด 650 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,750-4,750 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 310 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ (AMG SPEEDSHIFT DCT 7-speed sports transmission) โดยรถยนต์รุ่นนี้ยังได้ผ่านมาตรฐานความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณไอเสีย (Euro 6) อีกด้วย Mercedes-AMG GT S ราคา 14,900,000 บาท

ยนตรกรรมอื่นๆ ในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์

นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คันในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล และรถนำเข้ารุ่นอื่นๆ อาทิ A-Class, B-Class, CLA-Class, C-Class Coupé, E-Class, E-Class Coupé, E-Class Cabriolet, S-Class, SLK-Class, CLS-Class, G-Class, GL-Class, ML-Class
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า
นอกเหนือจากขบวนรถยนต์มากมายที่นำมาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังจัดข้อเสนอพิเศษสุดเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ท่านลูกค้าดังนี้
• รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี ทุกรุ่น สำหรับลูกค้าที่รับมอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2558
• พิเศษ! สำหรับ The E-Class Saloon และ Estate รับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เมื่อจัดไฟแนนซ์กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง โดยมีเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
• แคมเปญ MercedesCard – สมัครบัตรเครดิตเมอร์เซเดสการ์ดลุ้นรับรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ A 180 AMG Sport และรางวัลอื่นๆกว่า 2.4 ล้านบาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและยนตรกรรมหลากหลายรุ่นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่น-แนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2558 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

มณฑ์รตี, กุลนิษฐ์
เบอร์โทร : 02-204-8218, 02-204-8077 , 089-1722007, 085-1224879

Related contents:

You may also like...