เปิดตัว Birds of America หนังสือทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ และแพงที่สุดระดับโลก

Birds-of-America

บริษัท ไอกรุ๊ปเพรส จำกัด ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์หนังสือ เบิร์ด ออฟ อเมริกา รายเดียวในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดอีกเล่มหนึ่งของโลก จัดงานเปิดตัวหนังสือและ เอ็กซิบิชั่นถ่ายทอดเรื่องราวของหนังสือพร้อมภาพวาดและประวัติศาสตร์เกี่ยวกับนก มาให้ได้สัมผัสประสบการณ์ศิลปะอันทรงคุณค่า ณ ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่

นายพจน์ นฤตรรกกุล ประธาน บริษัท ไอกรุ๊ปเพรส จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกยินดีที่ได้ตีพิมพ์หนังสือ ในครั้งนี้ เพราะชื่นชมในความสามารถและผลงานของ มร.จอห์น เจมส์ อูดูบอง (John James Audubon) ที่รวบรวมประวัติศาสตร์นกหลากหลายสายพันธุ์ในสหรัฐอเมริกา ถ่ายทอดผ่านศิลปะภาพวาดที่ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันกว่าจะได้ตีพิมพ์ครั้งแรกใช้เวลาถึง 12 ปี และสำหรับการตีพิมพ์หนังสือครั้งนี้ ใช้กล้องที่มีความละเอียด 80 เมกะพิกเซล พิมพ์ลงบนกระดาษแบบพิเศษ ซึ่งไร้กรด* น้ำหนักเบา และความหนาแน่นต่ำ จำนวน 100 ชุด โดยจะจัดวางจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 50 ชุด (ตามลำดับจำนวนเลขคู่)”

หนังสือเบิร์ด ออฟ อเมริกา เป็นผลงาน มร.จอห์น เจมส์ อูดูบอง นักธรรมชาติวิทยาและจิตรกร ที่ได้ วาดภาพนกขนาดเท่าของจริงจากป่าในสหรัฐอเมริกา จำนวน 489 ชนิด อาทิ นกอินทรีย์ทอง (Golden Eagle) นกเค้าแมวหิมะ (Snowy Owl) และนกฟลามิงโก นอกจากนี้ ยังมีภาพของนกที่สูญพันธุ์ ไปแล้ว 6 ชนิด: นกแก้วแคโรไลนา นกพิราบนักเดินทาง เป็ดลาบราดอร์ นกอ็อกใหญ่ นกอีก๋อยเอสกิโมและฮีทเฮน พร้อมบทบรรยายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับนก ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ.2370 มีผู้บอกรับสมาชิกมากกว่า 160 คน จ่ายเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อผลงานดังกล่าวฯ

Mallard-Duck

นอกจากนี้ในปี 2553 ได้มีการจัดประมูลหนังสือ ที่สถาบันโซเธอร์บี (Sotheby) มียอดขายในราคา สูงเกือบ 7 ล้านปอนด์ หรือราว 363,300,000 บาท ให้กับนักสะสมที่ไม่เผยนาม ทำให้ เบิร์ด ออฟ อเมริกา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหนึ่งในหนังสือราคาแพงที่สุดของโลก ซึ่งปัจจุบันมีหนังสือเหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์ 119 เล่ม โดย 106 เล่ม อยู่ในพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด สถาบันต่างๆ และองค์กรชั้นนำของโลก เช่น ห้องสมุดวิคตอเรีย ในออสเตรเลีย มหาวิทยาลัย Meisei ของญี่ปุ่นและ Natural History Museum

American-Flamingo

Carolina-Parrot

ภายในงานจะมีการจำหน่ายเล่มหนังสือ Birds of America และภาพไฮไลท์เด่นจำนวน 13 ภาพ ได้แก่ นกกระทุงอเมริกัน (American White Pelican) นกเป็ดน้ำ (Mallard Duck) นกฟลามิงโกพันธุ์อเมริกัน (American Flamingo) นกหัวขวาน (Pileated Woodpecker) นกเค้าแมวหิมะ (Snowy Owl) หงส์ (Common American Swan) นกเหยี่ยว (Iceland or Gyr Falcon) นกกระสาสีน้ำเงิน (Blue Cane / Blue Heron) นกกระสาสีขาว (Great White Heron) นกปากห่าง (Wood Ibis) ไก่งวง (Wild Turkey) (Bird of Washington) และนกแก้วแคโรไลนา (Carolina Parakeet) ภาพละ 100 ชุด โดยจะจำหน่ายในราคาภาพละ 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งจำหน่ายภาพจากหนังสือ ที่ยังไม่ได้เย็บเล่มอีกจำนวน 435 ภาพ สำหรับผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าชมเอ็กซิบิชั่นและสามารถซื้อหนังสือหรือภาพวาด ได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 มกราคม 2558 ที่ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทไอกรุ๊ปเพรส
บริษัท ไอกรุ๊ปเพรส จำกัด (iGroup Press Limited) ได้ จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางของทรัพยากรสารสนเทศที่เป็นภูมิปัญญาไทย โดยการแปลงสิ่งพิมพ์ให้อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์และนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรสารสนเทศให้ เกิดประโยชน์สูงสุดมีคุณานุประโยชน์ต่อบุคคลที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ ผู้สร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก

* “กระดาษไร้กรด” (Acid-free Paper)
กระดาษไร้กรด เป็นที่รู้จักกันดีในวงการอนุรักษ์วัตถุโบราณ ว่าเป็นวัสดุที่ใช้ช่วยในการเก็บรักษาวัตถุ เพื่อช่วยชลอการเสื่อมสภาพ เหมาะสำหรับการเก็บอนุรักษ์วัตถุโบราณต่าง ๆ เช่นเอกสาร หนังสือ ของสะสม ผ้าโบราณ ฯลฯ

กระดาษไร้กรดถูกผลิตด้วยวิธีการผลิตพิเศษ โดยมีการกำจัดกรดในเยื่อไม้ (Cellulose) ในระหว่างกระบวนการผลิต และสกัดยางไม้ (Lignin) ออก เพื่อให้กระดาษมีคุณสมบัติ:
- ค่าความเป็นกรด-เบส (pH) จำกัดอยู่ระหว่าง 7-9.5 (pH ที่มีค่า 7 ขึ้นไป ถือว่าไม่เป็นกรด)
- Lignin Free (มียางไม้เหลืออยู่ไม่เกิน 1 %)
คุณสมบัติดังกล่าว ทำให้กระดาษไม่ปล่อยไอกรดออกมาเมื่อเวลาผ่านไปนานปี

ข้อมูลเพิ่มเติม
ชีวประวัติของอูดูบอง
มร. จอห์น เจมส์ อูดูบอง (John James Audubon) 1785 – 1851
เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1785 ใน Les Cayes กรุงซานโต โดมิงโก (Saint-Domingue) หรือปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของประเทศเฮติ อูดูบองเป็นบุตรของกัปตันเรือ ฌ็อง อูดูบองกับสาวใช้ชาวฝรั่งเศส อูดูบองถึงแก่กรรมในแมนฮัตตัน กรุงนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1851

ปีค.ศ. 1803 เมื่ออายุได้ 18 ปี มร.อูดูบอง ได้ย้ายจากฝรั่งเศสมาตั้งถิ่นฐานที่มิลล์ กรูฟ ฟิลาเดลเฟีย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารในกองทัพของนโปเลียน โบนาปาร์ต ที่มิลล์ กรูฟ ทำให้ความรักการศึกษาเกี่ยวกับนกและการวาดรูปได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเขา

มร.อูดูบอง ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสะสมไข่และวาดรูป ตลอดจนอธิบายเกี่ยวกับนกชนิดต่างๆ นอกจากนี้ รวมทั้งศึกษาเทคนิคการทำให้ซากสัตว์คงสภาพเหมือนมีชีวิตอีกด้วย

ช่วงเวลาหลายปีของการเดินทางทำให้มร.อูดูบอง ค้นพบเทคนิคพิเศษในการวาดภาพสีน้ำและการวาดภาพประกอบที่มีสีสันตระการตาในชื่อ เดอะ เบิร์ด ออฟ อเมริกา (The Birds of America) เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน มร.อูดูบอง ใช้นกจริงที่จับมาได้ จากนั้นจึงนำมาสต๊าฟและจัดวางท่าทางให้ดูเป็นธรรมชาติ และวาดรูปนกขนาดเท่าตัวจริงประกอบกับฉากหลังถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเหล่านั้น ซึ่งมีความสวยงามด้วยใบไม้และดอกไม้ต่างๆ

การจัดพิมพ์หนังสือ เดอะ เบิร์ด ออฟ อเมริกา
ในปี ค.ศ. 1824 มร.อูดูบอง ต้องการตีพิมพ์ภาพวาด และได้รับคำแนะนำให้ไปแกะสลักในยุโรป จึงเดินทางมาประเทศอังกฤษในค.ศ. 1826 พร้อมกับภาพวาดอย่างน้อย 250 ชิ้น สร้างความสนใจในการระดมเงินมาตีพิมพ์หนังสือ โดยนิทรรศการแสดงผลงานของเขาทั้งในกรุงเอดินเบิร์ก ลอนดอน และปารีส ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

ในกรุงลอนดอน มร.อูดูบอง ได้พบกับมร.โรเบิร์ต ฮาเวลล์ เจอาร์. (Robert Havell Jr.) ภายหลังจากการประชุมครั้งนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการหนังสือ โดยมร.ฮาเวลล์ เป็นช่างแกะสลักที่มีชื่อเสียงและพลิกโฉมการวาดภาพสีน้ำของมร.อูดูบอง ด้วยกระดาษขนาดช้างคู่ (ขนาดหนังสือที่มีความสูงประมาณ 61 – 63.5 ซม. (24 – 25 นิ้ว) ในชื่อ เดอะ เบิร์ด ออฟ อเมริกา

หนังสือ เดอะ เบิร์ด ออฟ อเมริกา แต่ละชุดมีหนังสือสี่เล่มซึ่งประกอบด้วยงานพิมพ์สีด้วยมือขนาดเท่าตัวจริงของนกจำนวน 435 หน้า จากนกทั้งหมด 489 สายพันธุ์ รูปภาพทั้งหมดถูกสลักลงบนแผ่นทองแดงและตีพิมพ์ลงบนกระดาษขนาด 40 x 28 นิ้ว เทียบเท่ากับ 100 x 68 เซ็นติเมตร โดย 10 หน้าแรกนั้นได้รับการแกะสลักโดย ดับเบิลยู. เอช. ลิซ่าร์ส (W. H. Lizars) ในกรุงเอดินเบิร์ก แต่ มร.อูดูบองตัดสินใจย้ายการผลิตมาที่กรุงลอนดอนเพื่อทำงานกับฮาเวลล์ ในเวลาต่อมา
นักลงสีจำนวนกว่า 50 คนได้รับการจ้างงานสำหรับหนังสือฉบับดั้งเดิม และแกะสลักด้วยกลวิธีพิมพ์ภาพอย่างสีน้ำโดย มร.โรเบิร์ต ฮาเวลล์ เจอาร์. และทีมงานได้ลงสีงานพิมพ์ตามการวาดภาพสีน้ำแบบดั้งเดิมของ มร.อูดูบอง

หนังสือภาพวาดสีน้ำจำนวน 435 หน้าได้ถูกขายให้กับนิวยอร์ก ฮิสทอริคัล โซไซตี้ (New-York Historical Society) โดยภรรยาของมร.อูดูบอง หลังจากที่สามีของเธอถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1851 ทั้งนี้ แผ่นทองแดงส่วนใหญ่ถูกขายและกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ผลงานหนังสือ เบิร์ด ออฟ อเมริกา ของมร.จอห์น เจมส์ อูดูบอง ยังคงเป็นหนังสือหายากที่สุด ตลอดจนเป็นหนังสือที่มีผู้คนต้องการรวบรวมมากที่สุด รวมทั้งยังเป็นหนังสือภาพที่มีชื่อเสียงที่สุด

บริษัท แบรนด์เด็ด ดิ เอเจนซี่ จำกัด
วลัยรัศมิ์ (แอ้ม)
เบอร์โทร : 02-650-9090, 091-097-0603

Related contents:

You may also like...