TAKUMI NO SHIZUKU รวมสุดยอดศิลปะจากแดนอาทิตย์อุทัย

Washoku (1)

• อาหารญี่ปุ่นวะโชกุ(Washoku)
วัฒนธรรมการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือกำเนิดมากว่าพันปี

ศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ลึกซึ้งสำหรับคนทั่วโลก หากใครไปหลงรักเข้าแล้ว ย่อมถอนตัวถอนใจลำบาก หากไม่มีเวลาบินตรงไปดื่มด่ำกับอารยธรรมแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้สัมผัส เพราะในอีกไม่ช้า ประมาณต้นปีหน้า คนไทยผู้หลงใหลวัฒนธรรมญี่ปุ่น ก็จะได้พบกับผลงานของสุดยอดศิลปินญี่ปุ่นในงาน “TAKUMI NO SHIZUKU”ครั้งที่ 2 อย่างเต็มอิ่ม  เพราะ Heritage Home at NaiLert Park จับมือ Isetan ได้ร่วมสร้างปรากฏการณ์ เทศกาลศิลปะครั้งสำคัญเตรียมจัดงาน “TAKUMI NO SHIZUKU” ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการรวมตัวของสุดยอดช่างฝีมือ 8 แขนงจากแดนอาทิตย์อุทัย สัมผัสประสบการณ์สุดรื่นรมย์กับดินเนอร์สุดพิเศษ รายล้อมด้วยผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าส่งตรงจากญี่ปุ่น

เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมดังกล่าว ทางเจ้าภาพจึงได้จัดงานแนะนำ งาน “TAKUMI NO SHIZUKU”ครั้งที่ 2 และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ HiClassSociety.com ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมแนะนำงาน ได้รับชมและฟังความเป็นมาของงาน พร้อมร่วมลิ้มลองอาหารรสเลิศในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยฝีมือเชฟยะมะโมโตวะตะรุ (Yamamoto Wataru) ซึ่งบินตรงมาจากญี่ปุ่นเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ และเสิร์ฟเซ็ทอาหารที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยศิลปินชื่อดังของญี่ปุ่น ในเมื่อพุธที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ร้านอาหารเกนจิโรงแรม สวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค กรุงเทพฯ จึงได้นำความรู้สึกดีๆและความประทับใจ พร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับงานที่น่าตื่นเต้นนี้ มาเล่าให้สู่กันฟัง คนที่สนใจจะได้เตรียมจองกันแต่เนิ่นๆ นะคะ …จะได้ไม่พลาด

งานแนะนำ TAKUMI NO SHIZUKU จัดขึ้นในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองที่ ร้านอาหาร Genji  (เกนจิ)โรงแรมสวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค โดยมี มร. ฮิโรยูกิ โยชิดะ (Mr. Hiroyuki Yoshida) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับและแนะนำกิจกรรม TAKUMI NO SHIZUKU  รวมถึงแนะนำศิลปินที่มาร่วมงาน:มร.โชอิจิ นะกะนิชิ (Yoichi Nakanishi)ศิลปินนักจัดวางบอนไซ และเชฟวะตะรุ ยะมะโมโตะ (Wataru Yamamoto)

02 Yoichi Nakanishi

ไม้ดัด บอนไซ (Bonsai)
ศิลปะการปลูกและดูแลต้นบอนไซ ความงามฉบับย่อจากโลกธรรมชาติ

จากนั้น เชฟวะตะรุ ยะมะโมโตะ(Wataru Yamamoto) โชว์การแล่ปลา การตกแต่งและการจัดวางอาหารตามแบบฉบับของ วะโชกุ (Washoku) วัฒนธรรมการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่นพร้อมเสิร์ฟเป็นเมนูตัวอย่าง 3 เมนู ประกอบด้วย ซาชิมิ ซุปหอยนางรม และตามด้วยจานเด่นที่มีไฮไลท์เป็นเนื้อวัวและเครื่องในปลาซึ่งมีรสชาติและการนำเสนอที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง จนเราอดจินตนาการต่อไปไม่ได้ว่า ขนาดเมนูแนะนำยังน่าทึ่งขนาดนี้ ถ้าถึงตอนงานจริงจะวิเศษขนาดไหน!!!

chef

เชฟวะตะรุ ยะมะโมโตะ(Wataru Yamamoto) โชว์การแล่ปลา การตกแต่งและการจัดวางอาหารตามแบบฉบับของ วะโชกุ (Washoku) วัฒนธรรมการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น

sashimi2

Sashimi
ซาชิมิจานนี้ ไม่ได้แค่สวยงามดูน่ากินเพราะศิลปะการจัดวาง แต่ยังเป็นเพราะถูกเสิร์ฟมาบนภาชนะที่เป็นงานศิลปะเซรามิคชั้นเลิศ นอกจากนั้น รูปแบบการนำเสนอและการกินก็แตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคยที่ต้องกินกับโซยุและวาซาบิ เพราะด้วยความสดของวัตถุดิบที่มีรสชาติเป็นเลิศและเป็นหัวใจของการทำอาหารญี่ปุ่น ปลาดิบต่างๆในเมนูนี้ จึงใช้เพียงเกลือและน้ำมันมะกอกในการปรุงแต่งรสชาติ เพื่อให้ได้สัมผัสกับรสชาติแท้ๆโดยธรรมชาติของเนื้อปลาแต่ละชนิด

soup

Owanmono
ซุปถ้วยนี้ เสิร์ฟมาในเครื่องเขินที่เป็นงานศิลปะชั้นสูง น้ำซุปมีความผสมผสานระหว่างความข้นและรสชาติที่นุ่มใสของหัวไชเท้าบดละเอียดที่ปรุงแต่งกลิ่นด้วยผิวส้มยูสุ กับความร้อนแรงของขิง แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความน่าทึ่งคือหอยนางรมขนาดใหญ่ ที่ผ่านการปรุงด้วยอุณหภูมิไม่สูง เพื่อให้รักษาขนาดและรสชาติธรรมชาติแท้ๆของหอยที่ไม่ถูกกลบด้วยซอสหรือเครื่องปรุง

wagu

Yakimono
เมนูนี้ถือเป็นไฮไลท์ของงาน มีตัวชูโรงเป็นเนื้อวากิวที่นุ่มละเอียด เสิร์ฟมาโดยมีดอกไม้หายากที่เติบโตได้ในหิมะเป็นเครื่องปรุงแต่ง และอัณฑะปลาคอดที่ให้รสนุ่มมันเป็นครีม สร้างความตื่นเต้นให้กับนักชิมได้ถึงใจ โดยเสิร์ฟมาพร้อมกับลูกชิ้นกุ้งรสบริสุทธิ์ โมจิข้าวกล้อง ข้าวห่อฟองเต้าหู้

เมื่อวานล่ามญี่ปุ่นอธิบายไม่เคลียร์ ว่าสิ่งนี้คืออะไร คนนึงบอก อัณฑะปลา อีกคนบอกอสุจิปลา สาวๆนักชิมต่างมองหน้ากันแล้วรำพึงว่า ถ้ามันคือ อัณฑะ ก็ถือเป็นของแปลก เพราะนานๆกินที แต่ถ้าเป็น อสุจิ ก็คงไม่แปลกอะไรมาก เพราะกินประจำ 555+

เป็นเรื่องขำๆเมื่อ ล่ามญี่ปุ่นอธิบายไม่เคลียร์ ว่าสิ่งนี้คืออะไร คนนึงบอก อัณฑะปลา อีกคนบอกอสุจิปลา สาวๆนักชิมต่างมองหน้ากันแล้วรำพึงว่า ถ้ามันคือ อัณฑะ ก็ถือเป็นของแปลก เพราะนานๆกินที แต่ถ้าเป็น อสุจิ ก็คงไม่แปลกอะไรมาก เพราะกินประจำ 555+

เมื่อชิมและชมกันพอหอมปากหอมคอแล้ว คุณ พลวุฒิ โพธิรัตนังกูร ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์โรงแรมสวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค ก้ได้กล่าวแนะนำ Heritage Home at NaiLert Park ก่อนที่ ฮิโรยูกิ โยชิดะ (Mr. Hiroyuki Yoshida) จะกล่าวขอบคุณ และปิดงานไปพร้อมกับความประทับใจในศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่เรากำลังจะได้พบกับของจริงที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้า

“TAKUMI NO SHIZUKU”(ทะคุมิ โนะ ชิสุคุ)

ในประเทศญี่ปุ่นมีการถ่ายทอดศาสตร์หลายแขนงมาตั้งแต่ยุคโบราณ รากฐานเหล่านั้นแตกยอดออกมาเป็นความรู้ด้านต่างๆ อาทิ หัตถกรรม เครื่องประดับ ดนตรี และวรรณกรรม เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แต่ละสาขาอย่างลึกซึ้งจะได้รับการยกย่องและได้รับขนานนามว่า “ทะคุมิ” หรือช่างฝีมือนั่นเอง

เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องให้ชาวไทยได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของศาสตร์และศิลป์ขนานแท้จากแดนอาทิตย์อุทัยอย่างใกล้ชิด  Heritage Home at NaiLert Park (บ้านปาร์คนายเลิศ) พิพิธภัณฑ์เรือนไทยไม้สักร่วมสมัยอายุกว่าร้อยปี ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน จัดกิจกรรมแนะนำงาน“TAKUMI NO SHIZUKU”

02 Shigehiro Tsutsui

พิณสามสาย ชะมิเซ็น (Shamisen)
เสียงอันไพเราะและลุ่มลึกของเครื่องดีดสามสายโบราณ

(ทะคุมิ โนะ ชิสุคุ) การรวมตัวครั้งสำคัญของช่างฝีมือระดับศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่พร้อมใจกันมานำเสนอการแสดงศิลปะชั้นสูงที่หาชมได้ยากจากสุดยอดศิลปินหลากแขนงรวมทั้งรังสรรค์ดินเนอร์สุดพิเศษตำรับญี่ปุ่นดั้งเดิมกับการเสิร์ฟเมนู “ไคเซกิ(Kaiseki)” ชั้นเลิศจากฝีมือเชฟแถวหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13– 22มีนาคม พ.ศ.2558ณ Heritage Home at NaiLert Park

02 Wataru Yamamoto

• อาหารญี่ปุ่นวะโชกุ(Washoku)
วัฒนธรรมการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือกำเนิดมากว่าพันปี

 

02 Kota Matsumoto

• เครื่องเขิน ชิกคิ (Shikki)
งานหัตถกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากไม้สวยงามด้วยลวดลายจากสีที่แปรรูปมาจากยางของต้นรัก

มร. ฮิโรยูกิ โยชิดะผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ถือเป็นโอกาสอันดีในการแนะนำวัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้รับการสืบทอดมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น เช่น อาหารญี่ปุ่น ให้ชาวไทยได้รู้จักผ่านการแสดงโชว์อาหารชุดหรือไคเซกิ โดยอาหารจะจัดวางบนภาชนะที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่องานครั้งนี้โดยเฉพาะ สถานที่จัดงานตกแต่งด้วยผลงานศิลปะ อาทิ ไม้ดัด บอนไซ, เครื่องเขิน ชิกคิ เป็นต้น พร้อมนำเสนอดนตรีและการแสดงให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินไปพร้อมกัน หวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะกลายเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษที่ทำให้ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นได้รู้จักอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Shodo (2)

การเขียนพู่กัน โชะโด (Shodo)
ศาสตร์การเขียนพู่กันที่แสดงถึงความงดงามของตัวอักษร

“สำหรับเหล่าช่างฝีมือชาวอาทิตย์อุทัย ที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของการรังสรรค์งานในครั้งนี้ มาจากกลุ่มส่งเสริมศิลปะอำเภอทะคะมัตซึ (Takamatsu) จังหวัดคะกะวะ (Kagawa) เมืองศูนย์กลางบริเวณทะเลในหรือ เซโตะไนไค (SetoNaikai) ซึ่งรุ่งเรืองในฐานะเมืองที่ตั้งปราสาทมาตั้งแต่ยุคโบราณ ขอให้ทุกท่านใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าร่วมดื่มด่ำกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่พวกเขาทุ่มเทรังสรรค์ขึ้นมาในครั้งนี้”

Toki (2)

เครื่องปั้นดินเผา โทกิ (Toki) เครื่องปั้นดินเผาที่เป็นมากกว่าภาชนะ สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคพิเศษด้วยวัตถุดิบจากแหล่งหินภูเขาไฟ

“TAKUMI NO SHIZUKU” (ทะคุมิ โนะ ชิสุคุ) มีความหมายในภาษาไทยว่า“หยาดหยดแห่งช่างฝีมือ”เป็นกิจกรรมสำหรับนำเสนอผลงานของเหล่าช่างฝีมือยุคใหม่ ช่างฝีมือรุ่นใหม่ระดับแนวหน้าจากเมืองทะคะมัตซึ เมืองที่ตั้งของปราสาทซึ่งเปรียบเหมือนศูนย์กลางของบริเวณทะเลใน (เซโตะไนไค) พยายามถ่ายทอด “ประเทศญี่ปุ่นที่แท้จริง” อย่างต่อเนื่อง

Ajiishi (1)

หินแกรนิตอะจิอิชิ (Ajiishi)
การสร้างสรรค์ภาชนะหินแกรนิตคอลเล็คชั่นพิเศษจากแหล่งต้นกำเนิดที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในญี่ปุ่น

สิ่งที่ทำให้“TAKUMI NO SHIZUKU” (ทะคุมิ โนะ ชิสุคุ)ได้รับความนิยมทั้งภายในและภายนอกประเทศญี่ปุ่นคือ การที่มิได้จบลงเพียงแค่ “การชม” สิ่งของหรือศิลปะเท่านั้น ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของตนเอง จนรู้สึกถึง “ความเป็นญี่ปุ่นที่แท้จริง” ผ่านการใช้เวลาร่วมกับเหล่าช่างฝีมือ

03 Mugen no Kai

กลองญี่ปุ่น วะไดโกะ(Wadaiko) การแสดงศิลปะการตีกลองตามแบบฉบับชาวอาทิตย์อุทัยประกอบการร่ายรำแบบโบราณของญี่ปุ่น

สำหรับงาน“TAKUMI NO SHIZUKU”(ทะคุมิ โนะ ชิสุคุ) ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมศกหน้านั้นเหล่าช่างฝีมือที่มารวมตัวกันจะนำเสนอทักษะที่เตรียมมาเพื่อโอกาสสำคัญนี้โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมงานจะได้ชมการจัดวางอาหารญี่ปุ่นในภาชนะแบบโบราณ พร้อมดื่มด่ำไปกับเสียงเครื่องสายชะมิเซ็นและกลองไทโกะ รวมทั้งชื่นชมงานศิลปะการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านหมึกและพู่กันเพียงด้ามเดียว และสัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของฤดูกาลจากศิลปะการปลูกและดูแลต้นบอนไซ เป็นต้น ประสบการณ์เหล่านี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้ทุกท่านสัมผัสถึง “จิตวิญญาณ” ที่ฝังรากอยู่ในทักษะฝีมือของชาวญี่ปุ่น

Heritage Home at Nai Lert Park (2)

สำหรับ Heritage Home at NaiLert Park (บ้านปาร์คนายเลิศ)ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดงานเป็นเรือนไทยไม้สักร่วมสมัยหลังใหญ่ ซึ่งจะครบรอบศตวรรษหรือ 100 ปี ในปี พ.ศ.2558 ก่อสร้างโดยนายเลิศ หรือ พระยาภักดีนรเศรษฐ์ผู้ก่อตั้งรถเมล์ขาว บริการรถเมล์สายแรกของไทยบ้านในปาร์คของนายเลิศได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปีพ.ศ.2557 เป็นความพยายามรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมให้คงอยู่ดังเมื่อแรกสร้างทั้งสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และบรรยากาศที่ไม่อาจหาได้อีกแล้วในกรุงเทพมหานคร

 

สัมผัสจิตวิญญาณของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นหลายแขนงขนานแท้ ที่จะมอบประสบการณ์ผ่านศาสตร์และศิลป์อันทรงคุณค่า ตามแบบฉบับชาวอาทิตย์อุทัยได้ในงาน “TAKUMI NO SHIZUKU” (ทะคุมิ โนะ ชิสุคุ)ซึ่งจะจัดขึ้น ณ Heritage Home at NaiLert Park (บ้านปาร์คนายเลิศ)

ระหว่างวันที่ 13 – 22 มีนาคมพ.ศ. 2558
ราคาท่านละ8,800บาท


พิเศษ!! สำหรับผู้สำรองที่นั่งในเดือนกุมภาพันธ์2558 รับทันทีสิทธิพิเศษในราคาเพียงท่านละ 7,700 บาท
และสมาชิกบัตร I-Point Card ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ราคาท่านละ 7,000 บาท

เปิดให้สำรองที่นั่งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปที่ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน และร้านอาหารเกนจิ โรงแรม สวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค กรุงเทพฯ

สอบถามโทร.02 255 9898-9, 02 655 4265


Reported by  : Wannasiri Srivarathanabul

Editor@HiclassSociety.com

บริษัท พับบลิค ฮิต จำกัด   โทร. 02 252 5699 แฟ็กซ์ 02 252 5698

นันทวัน อรุณนิมิตกุล 086 326 6602, สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์ 089 811 2111,วศินี  อ่องจริต 086 559 9198

 

Related contents:

You may also like...