วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

Cancer Symptoms

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย การรักษามะเร็งปากมดลูกในระยะต้นนั้นไม่ยาก ปัญหาคือผู้ป่วยส่วนใหญ่มักปล่อยให้มีอาการมากแล้วจึงค่อยมาพบแพทย์

หลังจากมีวัคซีนป้องมะเร็งปากมดลูกทำให้คนตื่นตัวเป็นจำนวนมากและก็มีคนเข้าใจผิดเรื่องวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเป็นจำนวนมากเช่นกัน เพราะฉะนั้น มาทำความรู้จักกับมะเร็งปากมดลูกกว่ามะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ในร่างกายของมนุษย์มีเซลล์ผิดปกติที่เรียกว่า “เซลล์มะเร็ง” อยู่แล้ว แต่หากมีจำนวนไม่มากร่างกายจะยังทำงานตามปกติ มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเซลล์มะเร็งบริเวณปากมดลูกมีการกลายพันธุ์อย่างช้าๆใช้เวลานานหลายปีจนเกิดเป็นก้อนมะเร็ง

Cervical Cancer

มะเร็งปากมดลูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ squamous cell carcinoma และ adenocarcinoma ส่วนใหญ่จะพบมะเร็งประเภทแรกมากกว่า ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งประเภทนี้คือติดเชื้อไวรัส Human papilloma virus (HPV) โดยเฉพาะสายพันธ์ HPV16 และ HPV18 ซึ่งไวรัสนี้ เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกสูงถึงร้อยละ 70 ส่วนอีกอีก 2 สายพันธุ์ คือ HPV6 และ HPV11 เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดหูดหงอนไก่ ส่วนมะเร็งประเภทที่สอง (adenocarcinoma) จะพบได้น้อยและสามารถเกิดขึ้นได้ในหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน

เชื้อ HPV สามารถติดต่อได้โดยทางเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน แต่งงานหลายครั้งจึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกสูง ส่วนผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนเพียงคนเดียวก็สามารถติดเชื้อไวรัสนี้ได้เช่นกัน ในกรณีที่ได้รับเชื้อมาจากผู้ชายที่สำส่อน

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกคืออะไร ?
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกคือวัคซีนที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16,18,31 และ 45 เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนในหญิงที่เคยได้รับเชื้อ HPV มาแล้ว จึงไม่เป็นประโยชน์ ข้อสำคัญ คือ วัคซีนไม่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ 100% เช่น การเกิดมะเร็งจาก HPV สายพันธุ์อื่นนอกเหนือจากสายพันธุ์ข้างต้น หรือการเกิดมะเร็งประเภทที่สอง

การตรวจมะเร็งปากมดลูกคืออะไร ?

แพทย์จะขูดเอาเซลล์เยื่อบุปากมดลูกไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ เรียกว่า แป็บสเมียร์ (Pap smear) หากพบความผิดปกติจะมีการตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ ถ้าพบมะเร็งปากมดลูกในระยะแรกเริ่มสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้

Cervical-Cancer

เมื่อก่อนมีเกณฑ์แนะนำให้ตรวจในหญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปและควรไปตรวจปีละครั้ง แต่ปัจจุบันพบอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งปากมดลูกในหญิงอายุน้อยลงเรื่อยๆ เช่น ในผู้ป่วยที่มีอายุเพียง 19 ปี จึงแนะนำให้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วไปตรวจได้เลย โดยเฉพาะในหญิงบริการ หญิงที่สูบบุหรี่จัด(เพราะบุหรี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก) หญิงที่มีบุตรตั้งแต่อายุยังน้อย โดยไม่ต้องรอถึงอายุ 35 ปี

การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกควรปรึกษาแพทย์ โดยทั่วไปการฉีดวัคซีนมักฉีดให้เด็กอายุ 10-12 ปี คือก่อนถึงวัยมีเพศสัมพันธ์และฉีดได้จนถึงช่วงอายุ 25 ปี แต่ถ้าเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีด ในกรณีที่ฉีดวัคซีนไปแล้วก็ไม่ควรทำพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน ไม่ได้หมายถึงมีครั้งละหลายคนแต่หมายถึง เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ และแม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ควรไปตรวจมะเร็งปากมดลูกตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ

o-COUPLE-KISSING-BED-facebook

 

Credit : yaandyou

Thanks to images from http://pad2.whstatic.com/images/thumb/1/12/Recognize-Cervical-Cancer-Symptoms-Step-2Bullet2.jpg/670px-Recognize-Cervical-Cancer-Symptoms-Step-2Bullet2.jpg
http://www.bushealth.com/wp-content/uploads/2014/08/Cervical-Cancer.png
http://4.bp.blogspot.com/-NZo5KuPpKks/Uwd2QVWXiOI/AAAAAAAAACQ/AHX1W6zbpoc/s1600/Cervical+Cancer.jpg

http://i.huffpost.com/gen/1692879/thumbs/o-COUPLE-KISSING-BED-facebook.jpg

Related contents:

You may also like...