หนังสือจากโลกออนไลน์และแนวพัฒนาตัวเองมาแรง สนพ.งัดกลยุทธ์ดึงดูดคนอ่านเต็มกำลัง

1780806_10203892102436789_2855805025313148227_n

ครึ่งทางมหกรรมหนังสือฯคนล้นทะลักกว่า 1.2 ล้านคน เสนอรัฐบาลแจกคูปองปัญญา ให้คนทั่วประเทศได้อ่านหนังสือฟรี พร้อมจัดงบการอ่านเป็นงบประมาณประจำปีในแต่ละจังหวัด เพื่อร่วมสร้างคนคุณภาพให้สังคมไทย “สำนักพิมพ์ต่างๆมีหนังสือปกใหม่เยอะกว่าปกติ ปกติจะราว 300 ปก แต่งานครั้งนี้ออกกันมาราว 500 ปก และต่างก็งัดกลยุทธ์ทางการตลาดมาแข่งขันกันอย่างจริงจังเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านให้มากที่สุด อาทิ การออกหนังสือเป็นบ็อกเซ็ท ทั้งพ็อกเก็ตบุ๊คแนวไลฟ์สไตล์ นิยายแนวต่างๆ และวรรณกรรมเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงมีการใช้คูปองลดราคาในสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ เพื่อดึงดูดใจให้เพิ่มการซื้อถึงระดับที่สำนักพิมพ์กำหนด เพื่อที่จะได้ลดราคามากกว่าเดิม เช่น ซื้อครบ 2,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท ซึ่งแม้จะทำให้สำนักพิมพ์ได้กำไรลดลง แต่ก็ช่วยเพิ่มยอดการซื้อได้

นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมครึ่งทางของ “มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 19” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ 15 ถึงวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า พิจารณาจากสภาวะเศรษฐกิจซบเซาในช่วงปีนี้ ถือว่าครึ่งทางของงานมหกรรมหนังสือฯครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายในแง่ของผู้ร่วมงาน เพราะจาก 6 วันที่ผ่านมาผู้เข้าชมงานอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคนแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและเยาวชน รองลงมาคือวัยทำงาน แม้ว่ายอดซื้อหนังสือต่อคนจะลดลงบ้างก็ตาม

จรัญ หอมเทียนทอง

อย่างไรก็ตาม ยอดการซื้อหนังสือต่อคนลดลงอย่างค่อนข้างเห็นได้ชัด จากที่เคยซื้อกันคนละประมาณ 5-10 เล่ม เหลือประมาณคนละ 3-6 เล่ม เพราะมีการไตร่ตรองมากขึ้น และจะซื้อเฉพาะเล่มที่ตัวเองต้องการจริงๆ”
ส่วนเทรนด์หนังสือที่มาแรงในครั้งนี้ คือหนังสือที่นักเขียนต่อยอดผลงานของตัวเองจากโลกออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ บล็อก แฟนเพจต่างๆ เป็นต้น โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก และหลายเล่มมีการพิมพ์ซ้ำเพิ่มเติมระหว่างงาน รวมถึงหนังสือแนวพัฒนาตัวเอง ทั้งในด้านของการเพิ่มพูนความสามารถและวิธีสร้างรายได้เพิ่มเติม ที่วัยรุ่นและวัยทำงานให้ความสนใจอย่างสูง

“หนังสือที่นักเขียนมาจากออนไลน์จะไม่ใช่แนวนิยายเป็นส่วนใหญ่อีกแล้ว เพราะที่มาแรงในงานครั้งนี้จะเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คที่เกี่ยวกับความรู้ ความคิดในด้านต่างๆ รวมถึงหนังสือภาพ คาดว่าอาจเพราะนักเขียนมีฐานของแฟนคลับจึงทำให้ยอดขายหนังสือแนวนี้ไปได้ดี และการันตียอดขายได้ในระดับหนึ่ง โดยหนังสือส่วนใหญ่จะเป็นการเขียนใหม่ขึ้นมา หรือจัดคอนเซ็ปต์เล่มอย่างชัดเจน

ในส่วนของหนังสือแนวพัฒนาตัวเองนั้น กระแสเกิดขึ้นจากสภาพสังคมที่ผู้คนกำลังสับสนกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมภายนอก จึงตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด รวมถึงสร้างรายได้เพิ่มทั้งจากอาชีพและการลงทุน “สำนักพิมพ์ต่างๆมีหนังสือปกใหม่เยอะกว่าปกติ ปกติจะราว 300 ปก แต่งานครั้งนี้ออกกันมาราว 500 ปก และต่างก็งัดกลยุทธ์ทางการตลาดมาแข่งขันกันอย่างจริงจังเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านให้มากที่สุด อาทิ การออกหนังสือเป็นบ็อกเซ็ท ทั้งพ็อกเก็ตบุ๊คแนวไลฟ์สไตล์ นิยายแนวต่างๆ และวรรณกรรมเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงมีการใช้คูปองลดราคาในสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ เพื่อดึงดูดใจให้เพิ่มการซื้อถึงระดับที่สำนักพิมพ์กำหนด เพื่อที่จะได้ลดราคามากกว่าเดิม เช่น ซื้อครบ 2,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท ซึ่งแม้จะทำให้สำนักพิมพ์ได้กำไรลดลง แต่ก็ช่วยเพิ่มยอดการซื้อได้

Related contents:

You may also like...