ลดพุง กำจัดไขมันส่วนเกิน อย่างไรถึงเรียกว่าใช่ ??!!

belly fat

สาวๆหลายคนมีปัญหาไขมันส่วนเกิน แต่เพื่อให้รูปร่างที่สวยแล้วยอมอดอาหารเพื่อให้หน้าท้องลด ซึ่งเป็นวิธีการที่ผิดมหันต์เพราะการอดอาหารนอกจากจะให้ผลเสียแล้วยังทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคกะเพราะอาหารอีกด้วย ก่อนทีคุณผู้หญิงจะสรรหาวิธีที่จะกำจัดพุงหรือ Cellulite ออกไป คุณควรทราบลักษณะไขมันในร่างกายคุณเสียก่อน จึงหาวิธีกำจัดอย่างได้ผล

แต่วิธีไหนที่ได้ผลและเหมาะกับเรา? เราต้องทำความรู้จักกับร่างกายเราเสียก่อน

ไขมันช่องท้อง (Visceral fat)
เป็นส่วนแรกที่ไขมันจะมาสะสมในร่างกาย แต่จะใช้เป็นอันดับสุดท้าย ยิ่งอ้วนก็ยิ่งมีมาก แทรกอยู่ตามอวัยวะและกดทับอวัยวะภายในทำให้พุงยื่นออกมาจึงมีส่วนสัมพันธ์กับรอบเอว ไขมันส่วนนี้ทำให้เกิดโรคเรื้อรังมากมาย เนื่องจากไขมันแทรกซึมเข้าสู่ภายในอวัยวะต่างๆทั้งตับและหลอดเลือด เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงภาวะภูมิแพ้ มีผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทำให้แก่เร็ว

การลดไขมันส่วนนี้ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อให้ร่างกายเอาไขมันมาใช้เป็นพลังงานให้มากที่สุด แต่การลดไขมันส่วนนี้ก็ไม่ง่ายเลย เพราะร่างกายจะนำมันมาใช้เป็นอันดับสุดท้าย ถ้าเราอดอาหารกล้ามเนื้อก็จะถูกนำมาใช้เป็นพลังงานก่อน ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทุกครั้งที่อดอาหาร พอหยุด ร่างกายก็จะอ้วนขึ้นกว่าเดิมเพราะไขมันไม่ได้ถูกนำไปใช้แต่กลับเป็นกล้ามเนื้อซึ่งช่วยในการเผาผลาญพลังงาน เมื่อกล้ามเนื้อมีน้อยลงก็จะยิ่งอ้วนได้ง่ายขึ้น เผาผลาญได้น้อยลง

ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous fat)
เป็นส่วนที่สองที่ไขมันจะมาสะสมและใช้เป็นพลังงานต่อจากไกลโคเจนโดยร่างกายส่วนที่สะสมไขมันส่วนนี้ได้ดี ก็คือส่วนของ ท้อง เอว สะโพก และต้นขาส่วนบน “เซลลูไลท์” ก็คือไขมันที่สะสมใต้ผิวหนังส่วนนี้ การลดไขมันส่วนนี้ใช้วิธีเดียวกับการลดไขมันในช่องท้อง แต่ไขมันใต้ผิวหนังจะลดได้ง่ายกว่าซึ่งไขมันทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดผลเสียและอันตรายจากโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ ซึ่งอาจส่งผลไปสู่การเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ได้

w7_belly_fat-285x300

ปัญหาเรื่องของน้ำหนักเกินหรือไขมันเป็นปัญหาแก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะมีทั้งไขมันตามตัวที่ผิว เช่น ไขมันบริเวณหน้าท้องหรือที่หลายคนเรียกว่าห่วงยาง แม้กระทั่งต้นแขน ต้นขาหรือไขมันในเลือดและไขมันที่อยู่ในช่องท้องภายใน เป็นต้น ดังนั้นเมื่ออ้วนและมีไขมัน ผู้หญิงหลายคนจึงเลือกที่จะอดอาหารซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อทำเป็นเวลานานจะสามารถกลายเป็นไขมันชั้นในได้ทำให้การรักษาจะยากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเวลาที่เราอดอาหารทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ดังนั้นร่างกายจะเกิดการต่อต้านแล้วดึงเอาไขมันกลับคืนไปสะสมไว้ในร่างกาย เราจึงต้องหันมาดูแลในเรื่องของการควบคุมอาหาร ควบคุมจำนวนแคลอรี่แทน อย่างสาวออฟฟิศที่นั่งทำงานอยู่กับโต๊ะ ไม่ค่อยได้มีกิจกรรมรวมถึงไม่มีเวลาออกกำลังกาย ควรดูแลเรื่องของการรับประทานอาหารในปริมาณ 1,000 – 1,200 แคลอรี่ต่อวัน โดยอาหารที่ควรรับประทานควรเป็นโปรตีนที่มีประโยชน์ อย่างถั่ว น้ำเต้าหู้และเนื้อปลา งดแป้งและน้ำตาล อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตต่างๆและควรงดอาหารมื้อเย็นด้วย ผลที่ได้คือน้ำหนักที่ลดลงอย่างเห็นผลชัดเจน แต่การลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้จะทำให้ร่างกายเผาผลาญทั้งไขมันและกล้ามเนื้อออกไป เราจึงควรออกกำลังกายร่วมด้วย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและยังช่วยให้น้ำหนักที่ลดลงนั้นคงที่ ซึ่งการออกกำลังกายที่ดี ควรเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยบริหารหัวใจ อย่างการวิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ควรทำอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ สลับกับการออกกำลังกายที่เน้นสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ยกเวทเบาๆ เล่นโยคะหรือพิลาทิส 2 ครั้งต่อสัปดาห์

แม้ว่าวิธีที่ได้กล่าวมาจะเห็นผลแต่ก็ใช้เวลา การนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการลดน้ำหนักส่วนเกินจึงมีบทบาทโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีการวางแผนการดูแลรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ด้วยการตรวจวัดค่าไขมันชั้นนอกและไขมันชั้นใน เมื่อได้ผลค่าไขมันจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการวิเคราะห์วางแผนในการใช้นวัตกรรมที่เหมาะสมในการรักษาไขมันในแต่ละชั้นโดยจะดูตามความเหมาะสม เช่น ลักษณะไขมันที่คนไข้เป็นเป็นมานานหรือไม่ จากนั้นคนไข้มีเวลาในการรักษาไหม คนไข้คาดหวังผลในการรักษาเร็วแค่ไหน เพราะการรักษาเพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพ คนไข้จะต้องมีความตั้งใจเป็นหลักและให้ความร่วมมือกับแพทย์ผู้รักษาต้องมีวินัยในการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย เพราะหากคนไข้มีความตั้งใจและวินัย การลดน้ำหนักส่วนเกินก็จะประสบผลสำเร็จ นวัตกรรมวิทยาการต่างๆจะมีส่วนร่วมเสริมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

belly fat woman

ปัจจุบันมีนวัตกรรมมากมายในการกำจัดไขมัน กระชับส่วนเกิน แต่วิธีไหนที่ดีที่สุดและเห็นผลจริง นี่คือ 3 Hilight นวัตกรรมที่น่าสนใจสุดยอดนวัตกรรมกำจัดไขมัน

Coolsculpting (Zeltiq)
ค้นพบโดยคณะแพทย์จากฮาร์วาร์ด ใช้ความเย็นจุดเยือกแข็งทำลายเซลล์ไขมัน
ครั้งแรกของโลกที่ใช้คลื่นความเย็นทำลายเซลล์ไขมัน เทคโนโลยีนี้ถูกคิดค้นโดยมหาวิทยาลัย Harvard ส่งความเย็นระดับจุดเยือกแข็งสู่ชั้นไขมัน Freeze ให้ไขมันทำลายตัวเอง โดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเปิด ผิวไม่เป็นคลื่น ทำเพียงครั้งเดียวแล้วปล่อยให้ไขมันค่อยๆทำลายตัวเอง

3

BodyTite การดูดไขมันที่ให้ผิวกระชับเรียบตึงในครั้งเดียว
เทคโนโลยีล่าสุดในการดูดไขมัน ที่ไม่เพียงดูดเอาไขมันออก แต่ยังช่วยให้ผิวเรียบตึง ไม่เป็นคลื่นเหมือนการดูดไขมันปกติ BodyTite เป็นการดูดไขมันแบบกึ่งผ่าตัด มีเพียงรอยเจาะเล็กๆเท่ารูปากกา ทำงานโดยใช้พลังงาน RF ในการช่วยสลายไขมันก่อนดูดออกซึ่งไม่เพียงแต่ลงไปสลายผนังเซลล์ไขมัน ที่จับตัวกันเป็นก้อน แต่ยังลงไปเปลี่ยนโครงสร้างและปัจจัยทางชีวเคมีในบริเวณนั้น เปลี่ยนโครงสร้างการไหลเวียนของน้ำเหลือง ทำให้ขณะที่กำลังสลายไขมันก็จะได้ผลเป็นการกระชับผิวหนังไปพร้อมๆกัน รวมถึงขจัด Cellulite ไปด้วย จึงทำให้ได้ผิวเรียบตึงหลังการดูด เป็นการดูดและกระชับผิวไปในครั้งเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือเดียวในการดูดไขมัน ที่สามารถฟื้นฟูคอลลาเจน ทำให้ผิวมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ทำให้โอกาสที่ไขมันจะกลับมาสะสมใหม่ยากกว่าการดูดไขมันแบบเดิม

BodytiteGraphic1

Zerona ทำลายไขมันชั้นลึกบริเวณในและรอบอวัยวะ(Visceral Fat)
Zerona ใช้พลังงานเลเซอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ ฉายผ่านผิวหนังเพื่อทำลายผนังเซลล์ไขมัน และทำให้ไขมันกลายเป็นของเหลว ซึ่งจะถูกดูดซึมและขับออกจากร่างกายในรูปของของเสียได้อย่างง่ายดาย กำจัดไขมันได้ถึง 90% ภายใน 12 นาที ไขมัน 99% จะถูกกำจัดออกจากเซลล์ภายใน 18 นาที ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา ผู้เข้ารับการรักษา มีระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดลงถึง 60% คอเลสเตอรอลในกระแสเลือดลดลง 85% มีปริมาณไขมันดี คือ HDL เพิ่มขึ้นขณะที่ไชมันเลว (LDL) ลดลง

6

นอกจากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยเรากำจัดไขมันได้แล้ว ทุกวิธียังต้องอาศัยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยดูแล แนะนำและให้คำปรึกษาเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากกำจัดไขมันได้อย่างตรงจุดแล้วยังมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย

ขอขอบคุณความรู้จาก นพ. สมบูรณ์ รุ่งพรชัย

Thanks to images from http://3.bp.blogspot.com/-Z34pTwkT6VM/TywD_nHGTpI/AAAAAAAAA1E/UzSI3zPgCQU/s1600/belly+fat.jpg
http://www.knowabouthealth.com/wp-content/uploads/2011/10/w7_belly_fat-285×300.jpg
http://cdn2.thegloss.com/wp-content/uploads/2011/06/10-small-640×478.jpg

Related contents:

You may also like...