โอกาสในวิกฤต เริ่มที่ความคิด

รายการทีวีของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงรายการหนึ่ง ได้จัดให้มีการแข่งขันการใช้ชีวิตอย่างประหยัดที่สุดภายในเวลาสามวัน หากทีมใดมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดทีมนั้นจะเป็นผู้ชนะ และมีผู้เข้าแข่งขันทีมหนึ่งเลือกใช้ชีวิตโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายบนเกาะไร้คน เหตุที่ผู้เข้าแข่งขันทีมนี้มั่นใจว่าจะสามารถใช้ชีวิตบนเกาะร้างโดยไม่อดตายในสามวัน เพราะมีความคิดแง่บวกว่าธรรมชาติจะดูแลพวกเขา

ความคิดดังกล่าวถูกแปรเปลี่ยนเป็น พฤติกรรมแห่งความมุ่งมั่นและกระตือรือร้น ในคืนหนึ่งพวกเขาได้ช่วยกันปั้นแป้งสาลีให้มีรูปทรงเหมือนเมล็ดข้าว เพื่อจะใช้รับประทานแทนข้าว ซึ่งใช้เวลาตั้งแต่หัวค่ำยันรุ่งสาง ในตอนกลางวันพวกเขาได้ออกไปหาปลาซึ่งต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันจึงจะสามารถจับปลาที่พอจะทานได้อิ่มทั้งสองคน

ความตั้งใจอันแน่วแน่ของพวกเขา เป็นที่ประทับใจของกรรมการและผู้ชมทางบ้าน ทำให้ทีมนี้ได้รับคะแนนอย่างท่วมท้น

 

ข้อคิดจากเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีเป้าหมายต่ออนาคตในทางบวก ส่งผลให้สามารถจัดการชีวิต ได้อย่างประสบความสำเร็จแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่วิกฤต

สิ่งที่เป็นตัวกำหนดการตอบสนองต่อวิกฤตในชีวิตของเราแต่ละคนคือ “มุมมอง” ของเราต่อปัญหาที่เกิดขึ้น การตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปได้ทั้งทางบวกและทางลบ ขึ้นอยู่กับมุมมองของเราที่มีต่อปัญหาในขณะนั้น

คนจำนวนมากไม่สามารถเอาชนะปัญหาในชีวิตได้ เพราะมีมุมมองที่ผิดต่อปัญหาที่เผชิญอยู่ อาทิ ตอบสนองด้วยการ “ไม่รับรู้ปัญหา” คิดว่าปัญหาจะคลี่คลายได้โดยตัวมันเองไปในที่สุด…ตอบสนองด้วยการ “หนีปัญหา” คิดว่าตนเองไม่สามารถแก้ปัญหาได้แน่นอน บางคนอาจปลีกตัวจากสังคม บางคนอาจเก็บตัวอยู่ในโลกส่วนตัวไม่ข้องแวะกับใคร และที่ร้ายสุดคือหนีปัญหาโดยการปลิดชีวิตตนเองลง…ตอบสนองด้วยการ “จำใจเผชิญปัญหา” ด้วยถูกเงื่อนไขบางประการบีบคั้น จึงจำใจต้องเผชิญกับปัญหาที่มีอยู่ แต่เป็นการเผชิญด้วยมุมมองแง่ลบ เสียเวลาไปกับความท้อแท้ใจหรือการหาคนผิด มากกว่าความพยายามในการคิดแก้ปัญหา

ตรงกันข้าม คนที่มีทัศนคติแง่บวกต่อปัญหา จะสามารถพลิกผันปัญหานั้นให้เป็นโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่แก้ไขปัญหาได้ดีกว่าเดิม คนเช่นนี้มักจะประสบความสำเร็จในแวดวงวิชาชีพของตน แต่คนเรามักมองไม่เห็นมุมนั้น เนื่องจากเขาหยุดที่จะคิดถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนสถานการณ์ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น และมักจะรู้สึกไม่พอใจ หงุดหงิด กับปัญหาที่เกิดขึ้นและยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ดุ๊ค อิลิงตัน นักดนตรีแจ๊ส ผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งของอเมริกากล่าวว่า “ปัญหาคือ โอกาสที่คุณจะได้ทำงานอย่างดีที่สุด” ปัญหาช่วยสะท้อนให้เรารู้ว่าต้องมีการปรับปรุงแก้ไขสภาพบางอย่างให้กลับสู่มาตรฐานที่ถูกต้อง จำเป็นต้องมีการลงมือปรับปรุงส่วนที่บกพร่องเสียใหม่ เมื่อมีการปรับปรุงแก้ไขส่วนที่บกพร่องแล้ว ผลที่ตามมาคือการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความก้าวหน้าต่อเนื่องไป ปัญหาจึงเป็นตัวสร้างโอกาสให้เกิดการพัฒนาได้เป็นอย่างดี

โดยปกติคนเราจะทำงานหรือประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งเดิม ๆ ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง หากไม่มีบางสิ่งบางอย่างมา “กระตุ้น” ให้เกิดการฉุกคิดและทบทวนสิ่งเดิมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เปรียบเสมือนการขับรถออกจากบ้านตามเส้นทางเดิมที่เคยชินอยู่ทุกวัน จนกระทั่งมีวันที่รถติดมากในเส้นทางนั้น ทำให้เราต้องคิดค้นหาเส้นทางอื่น ๆ ที่จะวิ่งไปสู่จุดหมาย ซึ่งอาจทำให้เราค้นพบเส้นทางใหม่ที่เร็วกว่าเส้นทางเดิมก็ได้

วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์บอกไว้ว่า “คนฉลาดไม่เคยนั่งและร้องไห้หาสิ่งที่สูญเสียไป แต่เขาจะหาวิธีการปรับแต่งแก้ไขความเสียหายนั้นอย่างร่าเริง”

มุมมองเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นที่เราต้องเปลี่ยนแปลง ก่อนจะก้าวไปสู่การแก้ไขปัญหาในขั้นตอนต่อ ๆ ไป เพราะโลกทัศน์ที่ถูกต้องจะนำไปสู่การตอบสนองที่ถูกต้องต่อปัญหา เมื่อประกอบกับการเลือกใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกวิธีแล้ว ไม่มีวิกฤตใดที่ยากเกินกว่าความสามารถของเราในการจัดการได้อีกต่อไป

Text : ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

Related contents:

You may also like...