สุริยน ศรีอรทัยกุล

สุริยน ศรีอรทัลกุล

เป็นร้อยๆปีแล้วที่คนไทยเรามีความผูกพันที่เหนียวแน่นกับเครื่องประดับอัญมณีตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ คนไทยจะนิยมมอบเครื่องประดับอัญมณีหรือไม่ก็เครื่องทองให้เป็นของกำนัลแก่กันเพราะประเทศไทยของเราร่ำรวยอัญมณี เรียกได้ว่าเป็น “Land of jewels” เมืองไทยมีพลอยสวยขึ้นชื่อไม่แพ้ชาติใดในโลกนั่นคือ “ทับทิมสยาม” และมีบ่อพลอยมากมายในแถบภาคตะวันออก จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมอัญมณีถึงอยู่คู่กับชาวไทยมาตลอด เป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้สู่ประเทศได้ไม่แพ้อุตสาหกรรมอื่น

line


line

ขอกล่าวถึงสมบัติของชาติเรานั่นคือ “ทับทิมสยาม” ซึ่งสีที่ดีที่สุดคือ “สีแดงเลือดนกพิราบที่เพิ่งถูกเชือดคอให้ตายใน 15 นาทีแรก” หรือที่เรียกกันว่า “pigeon blood ruby” นั่นเอง เมื่อนำมาเจียระไนเหลี่ยมแล้วจะมีความสุกสกาววาวแวว ราคาสูงลิบลิ่ว 1 กะรัต มีค่าสูงพอกับเพชรเลยทีเดียว(กล่าวถึงพลอยธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ) ซึ่งหลายท่านเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าทับทิมสยามจะเป็นทรงหลังเบี้ย(cabochon) มีสีแดงติดชมพู นั่นคือความจริงแล้วเป็นพลอยลักษณะความงามต่ำพอพลางตาได้ ทำนองซื้อได้ขายไม่ออก พ่อค้าแม่ค้าขายพลอยจึงหัวหมอตั้งชื่อว่า “กินบ่อเซี่ย” ซึ่งแปลว่า มีกินไม่มีวันหมด ทำให้ทับทิมคุณภาพเลวๆนี้ขายดิบขายดีและมีราคาสูงขึ้นเพราะชื่อที่ความหมายดีเท่านั้น

ครอบครัว “ศรีอรทัยกุล” ถือว่าเป็นครอบครัวที่ผูกพันกับอัญมณีมาโดยตลอดโดยเริ่มต้นจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เวิล์ดคริสเติล World Crystal Co.,LTD โดยคุณพรเสริฐ ศรีอรทัยกุล ที่ผลิตอัญมณีชั้นสูงคุณภาพดีเลิศระดับ Auction House ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ไทยที่สามารถเทียบเคียงกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chopard, Van Cleef Arpels ได้เลยทีเดียว ด้วยความที่ผลประกอบการของเวิลด์คริสเติลสูทำให้กำลังการผลิตของเวิลด์คริสเติลสูงตามไปด้วย เจ้าของกิจการจึงต้องเข้มงวดการตรวจสอบคุณภาพเนื้องานจึงไม่ได้ออกงานสังคม ทำให้ไม่เป็นที่รู้จักในประเทศนัก

สุริยน ศรีอรทัลกุล Hi-Class 02

ในประเทศไทยก็จะมีที่คุ้นหูกับแบรนด์ บิวตี้เจมส์ Beauty Gems เพราะเจ้าของขยันออกสื่อเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์ตนเองอยู่เสมอ และเมื่อคนกล่าวถึงร้านเพชรบิวตี้เจมส์ ใบหน้าของ สุริยน ศรีอรทัยกุล ก็จะปรากฏขึ้นในทันที วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ Hi-Class จะพูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 แห่งบิวตี้เจมส์ นั่นคือสุริยน ซึ่งในวันถ่ายทำเมื่อถึงเวลานัดแล้วเขาได้ให้ทีมงานนั่งรอไปเรื่อยๆแบบไร้จุดหมายถึงชั่วโมงเศษๆ เราจึงใช้เวลาในส่วนนี้ชมเครื่องประดับในโชว์รูมซึ่งบางแบบก็มีความคล้ายคลึงกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Cartier และแล้วเขาก็ปรากฏกายต่อหน้าเราโดยเริ่มถ่ายภาพนิ่งและสัมภาษณ์กับคำถามแรกถึงแนวโน้มการพัฒนาของตลาดอัญมณีไทยในตลาดโลก โดยที่ที่จะเป็นขวัญและกำลังใจให้กับคนไทยในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานของการเมืองที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง

“ประเทศไทยเราเรียกได้ว่าเป็นอัญมณีแห่งอาเซียนตั้งแต่ครั้นอดีตโบราณกาลมา โดยเฉพาะเทคนิคการเผาพลอยที่ได้จากอุบัติเหตุอัคคีภัยที่ตลาดพลอยจันทบุรี แต่ทว่าประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีสู่ตลาดโลก ทั้งยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลางหรือแม้แต่อาเซียนด้วยกันเอง…

“นอกจากนี้แล้วคือเป็นข่าวดีของประเทศไทยที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยเป็น 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมที่นำเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแสดงสินค้าและเครื่องประดับอัญมณีหรือที่เราๆรู้จักในชื่อ Bangkok Gems and Jewelry Fair จำนวนผู้ประกอบการต่างประเทศเดินทางร่วมในงานไม่ต่ำกว่า 35,000 ราย มีผู้เข้าชมงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับงานแสดงสินค้าอื่นๆโดยเฉพาะแต่นี้ไปจะเป็นการซื้อขายแบบ duty free แน่นอนว่าเป็นการยกระดับงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ของไทยเทียบเท่ากับฮ่องกง”

แต่เดิมคนไทยมองเครื่องประดับอัญมณีเป็นของมากด้วยมูลค่าและเป็นสิ่งของที่แสดงซึ่งฐานะของคนเฉพาะกลุ่ม ผู้จะมีเครื่องประดับอัญมณีสวมใส่ได้คือผู้ที่อิ่มหมดแล้ว ไม่รู้จะนำเงินไปใช้อะไรจึงมาเลือกซื้อเครื่องประดับเพื่อเป็นรางวัลสูงสุดให้กับตนเอง มุมมองของคนไทยต่อเครื่องประดับไทยในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้วโดยสุริยนกล่าวว่า “ต้องยอมรับว่าอัญมณีเป็นของหรู แต่เราก็แล้วที่จะทำกับคนที่หรูหรา เพราะเรามีประชากร 60 ล้านคน ประชากรทั่วโลกมี 600 ล้านคน ดังนั้นให้คนหรูหรา 1% ใน 60 ล้านคนเป็นผู้ผลิตอัญมณีขายคนทั่วโลก เผลอๆผลิตไม่ทัน การจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณีนั้นเป็นสินค้าที่ได้กำไรดีผลตอบแทนสูงสำหรับผู้ประกอบการ และขณะนี้คนไทยมองว่าเครื่องประดับอัญมณีเป็นของที่ลงทุนได้”

สุริยน ศรีอรทัลกุล Hi-Class 03

ฟังจากที่กล่าวมาแล้วสามารถจับใจความได้ว่า แม้บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร วุ่นวายทางการเมืองอย่างไร อุตสาหกรรมอัญมณีก็ไม่สะดุ้งสะเทือน สุริยนกล่าวตอบมาว่า “แน่นอนครับ เพราะอุตสาหกรรมอัญมณีสร้างกำไรสุทธิเข้าประเทศเป็นหลายหมื่นล้านบาท จึงได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหลายภาคส่วน ทั้งจากรัฐบาลทุกสมัยไม่ว่าจะแดงจะเหลืองก็ support อุตสาหกรรมนี้เสมอมา กรมส่งเสริมการค้าภายใน กระทรวงการคลัง ซึ่งเม็ดเงินตกสู่ประเทศมากที่สุด กชดังนั้นคำพูดที่พูดว่าคนไทยจนนั้นเป็นคำพูดที่ไม่จริงเลย”

“…อาจมีบ้างที่เกิดความผันผวนจากตลาดทองคำ แต่ก็อย่างว่าครับ นายกสมาคมผู้ค้าทองคำแห่งประเทศไทยก็เป็นญาติกับผม ผมจึงสามารถใช้เม็ดเงินลงทุนในการผลิตได้น้อยลงในขณะที่ผู้ประกอบการอื่นต้องมีการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยยังคงอยู่ 1 ใน 5 ผมยืนยันเพราะผมดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมอัญมณีและเครื่องประดับไทยมาสองปีซ้อนครับ อัญมณีอาจมาแทนที่ข้าวครับ เพราะข้าวจำนำแล้วเน่าครับ อะไรก็ไม่รู้”

“อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยรียกได้ว่ามีความเป็นปึกแผ่นและมั่นคงมากถึงมากที่สุด เพราะทุกภาคส่วนก็เป็นครอบครัวของผมหมด ฉะนั้นจึงเป็นการง่ายต่อการทำโปรเจคต่างๆ คุณพ่อ(พรสิทธิ์)และคุณแม่(ดร.สุณี)ก็เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับขึ้นมาและทั้งสองท่านก็ได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯสิริรวมอายุงานได้ 10 ปีพอดี และที่สำคัญคุณลุง(พรศักดิ์)เป็นผู้บุกตลาดญี่ปุ่นเป็นรายแรก ซึ่งบิวตี้เจมส์ได้รับกำไรดีมากเพราะเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังเปิดประเทศ มาดามนิสสัน มาดามโตโยต้า มาดามมิสซู ซื้อเพชรใส่กันเยอะแยะ เหมือนกับบ้านเราตอนนี้ที่โดนแซวตู้เพชรเคลื่อนที่ จริงๆแล้วเป็นเสมือนรางวัลตอบแทนแห่งความสำเร็จของแต่ละท่าน อย่ามองว่าฟุ่มเฟือยเลยเพราะเป็นความสุขของแต่ละท่าน”

“อยากให้รัฐบาลคิดทบทวนใหม่ ไม่ใช่เห็นแก่อุตสาหกรรมต้นน้ำอยากให้เห็นแก่ผู้ประกอบการอัญมณี 19 ล้านคนหากเราทำทุกอย่างให้เป็นศูนย์กลางได้รับรองเงินตราเข้าประเทศอย่างมหาศาลแน่นอน ยกตัวอย่างเสื้อผ้า เครื่องหนังก็มีการทำในส่วนนี้ไปแล้ว ทำไมอัญมณีจะทำไม่ได้ ฉะนั้นแล้วถ้าทำได้ไทยเราจะเป็นสวิสแลนด์แห่งที่สองแน่นอน เพราะรายรอบไทยเราทั้งจีน พม่า เวียตนาม กัมพูชา เขาเจริญกว่าเราครับ เดี๋ยวนี้มีรถไฟความเร็วสูงจากสิงคโปร์วิ่งมามาเลเซียแล้ว ในฝันของผมว่าถ้าภาคใต้สงบก็วิ่งมาไทยไปกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย ตรงเข้าจีนเลย ฉะนั้นแล้วเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ถูกต้องและต้องเป็นจังหวะ ยุโรปเขา mapping ถึงกันหมดแล้ว อย่างโตเกียวนั่งไปโอซาก้า 3 ชั่วโมงถึง…

….หากรัฐบาลคุณจะคอรัปชั่น คุณทำได้แต่คุณต้องทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าคุณคอรัปชั่น แล้วพวกคุณจะอยู่กับประชาชนอย่างมีความสุข แค่นั้นเอง ต้องใช้สมองบริหารงาน คุณใช้อะไรบริหารกัน? ญี่ปุ่นเขาเจริญกันไป 50 ปีแล้ว ประเทศเขามั่งคั่งจะตาย แต่ในขณะที่ไทยมีรถไฟฟ้าแค่สุขุมวิท สาทร ทองหล่อ เอกมัย ลาดพร้าว แค่นั้นเอง เพียงแต่ว่ารัฐบาลเขาคอรัปชั่นกันรึเปล่า ฉะนั้นแล้วประชาชนไทยเราต้องเป็นกระบอกเสียงที่จะต้องเรียกร้องให้รัฐบาล mapping ประเทศดีๆ

คนในวงการอัญมณีจะได้มีความสุขอย่างที่พวกท่านมี เพราะแรงงานไทยฝีมือนั้นดีมาก ทั้งช่างผู้ผลิต นักออกแบบหรือแม้แต่ช่างแต่งประกอบล้วนมีฝีมืออยู่แล้ว เพียงยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะทุกอย่างในวงการอัญมณีถูกมองเป็นสิ่งสวยงาม ช่างก็ทำงานในห้องแอร์ คนขายก็แต่งตัวสวยในโชว์รูมที่มีแอร์ แต่อะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้นถ้าคนเราจะทำกันจริง อย่าไปห่วงแต่ประชาธิปไตย เพราะบางครั้งประชาธิปไตยต้องมีตีกันบ้างก็เหมือนกับธุรกิจที่ต้องมีวิกฤต เช่น วิกฤตปี 1992, 1999, น้ำท่วมใหญ่นายกปู, เหลือง-แดง 40ปีที่ผมทำธุรกิจมาเจอ 8 วิกฤต”

“ท้ายที่สุดนี้อยากฝากว่า make the impossible possible ผลักดันอุตสาหกรรมอํยมณีให้เจริญ เพราะทำงานกับคนที่มีฐานะแล้วสบาย ซึ่งผู้ผลิตอาจมีย้ายฐานการผลิตไปที่เวียตนามบ้าง ช่างก็จะได้ตามไปเที่ยวเวียตนามด้วย แต่ประเทศไทยเราเป็น Third country คนรวยมี 5-10% ฉะนั้นจะขยับเขยื้อนเศรษฐกิจอย่างไร รัฐบาลก็อย่าทำให้กระทบกระเทือนมาก please take care of first fifteen industry, it is very important for GDP. หากรัฐบาลคิดจะทำอะไรก็ทำ นั่นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแน่ อย่ามัวแต่ล้างสมองคนไทยด้วยคำว่าประชาธิปไตย ฉะนั้นถ้าล้างสมองให้สะอาดคนไทยทุกคนก็จะมีสังคมที่สะอาด เพราะคนไทยไม่มีคนจน มีแต่คนที่ด้อยโอกาส โอกาสที่จะรับรู้ โอกาสที่จะได้รับความสุข โอกาสที่จะได้สัมผัสความสุข ฉะนั้นแล้วเป็นสิ่งที่ผู้คนในสังคมต้องเอื้อเฟื้อโอกาสให้แก่กัน มากกว่าคำว่าประชาธิปไตย”

สุริยน ศรีอรทัลกุล Hi-Class 04

Text: Kittisak kandisakunanont

Photo : Kasem Jiramongkolrat

 

Related contents:

You may also like...