ชีวิตคนโสดนั้นสุขแท้

430_large

กอดใดไม่มีความสุขเท่ากอดตัวเอง กอดใดเท่าอุ่นเท่าเรากอดใจเราเอง กอดใดไหนเลยอุ่นเท่าเรารักและเคารพในใจเราเอง รักแท้ปรากฎด้วยความเมตตากรุณาเกื้อกูลส่งเสริมเขาให้เจริญ ให้เป็นสุข ให้พ้นทุกข์…รักเทียมทำให้ใจคอยถามตนเองตลอดเวลาอยู่นั้นว่ารักเขาแล้วเราได้อะไร คุ้มไม่คุ้ม??

คนโสดส่วนใหญ่พื้นใจมีกังวลอยากมีคู่ใจไปแขวนรอสุขจากคู่ครอง รอแรกๆก็อยากได้คนดี พอนานไปใครก็ได้สักคน ด้วยใจอยากนี้ จึงกลายเป็นการเฝ้ารอ ปากก็บอกไม่ได้รอ แต่ใจเฉลียวอยู่ ความรอคอยนั้นมากับความเหงา พื้นใจจึงเป็นทุกข์ร่ำไป

แท้จริงแล้วไม่ว่าคนโสดหรือคนมีคู่ต่างก็มุ่งหาเป้าหมายเดียวกันคือ “สุขสงบ สุขอิสระ สมาธิสุข” สิ่งหนึ่งที่เป็นคุณค่าของคนโสดคืออิสระ ในความอิสระนั้นมีสุขเป็นฐานอยู่แล้ว ด้วยสะดวกคล่องตัว คล่องใจ จากฐานนี้ก็ควรพัฒนาสุขต่อไปบนธรรมชาติของความเป็นอิสระ มุ่งเน้นที่จะพัฒนาตนสู่ความสุขอิสระด้วยตนเอง ความเป็นโสดจะมาสนับสนุนตรงนี้ได้ดีกว่าคนที่มีพันธะผูกมัดและจะเป็นประโยชน์ให้การพัฒนาไปได้เร็วกว่า ยั่งยืนกว่าสู่สุขอิสระที่แท้จริง แต่พอใจไปติดในความอยากมีคู่ ความเป็นโสดที่เป็นประโยชน์เลยกลายเป็นทุกข์จากการขาดคู่ ทั้งที่คู่นั้นไม่ว่าจะดีไม่ดี ก็เป็นคู่เทียมๆ ที่ต้องจากกันในที่สุดอยู่ดี


ชีวิตคู่นั้นสุขแน่ แต่ต้องรู้เท่าทัน

หากรู้ไม่ทันตกหลุมพรางหละก็คราวนี้อยู่ดีไม่ว่าดี พาชีวิตไปจมกองทุกข์ ตัวเลขแท้ของการหย่าล้างของชีวิตแต่งงานในปัจจุบันนั้นถูกปกปิด หากเปิดเผยหละก็สังคมโกลาหล ธรรมชาติของชีวิตแต่งงานนั้นฝืนธรรมชาติที่สุด ในธรรมะมีความรัก มีความสัมพันธ์ แต่ไม่มีการยึดติดกับหนึ่งเดียวของกันและกันและนั่นคือการฝืนธรรมชาติ, หนึ่งเดียวของกันและกันนั่นคือการแต่งงาน

การแต่งงานคือกฎบัญญัติขึ้นของมนุษย์จากประเพณีของความดีงาม ปรุงแต่งขึ้นซ้อนความรักที่มีในธรรมชาติของมนุษย์อีกชั้นด้วยการที่การแต่งงานเป็นกฎของมนุษย์และฝืนธรรมชาตินี้จึงต้องอาศัยปัญญา ความตั้งมั่น บำเพ็ญพยายามปรับความรู้ จิตใจและความประพฤติเข้าหา ประคับประคองจึงจะทำให้ยาวนานชั่วชีวิตแต่งงาน หากมีแค่รักกัน พอใจกัน อย่างเดียวไม่พอ…นั่นแหละหลุมพราง โดยคิดว่าขอให้รักกันอย่างเดียวไปรอดแน่

การแต่งงานแล้วชีวิตคู่จะดีงามได้ด้วยการตั้งมั่นในสัญญาต่อกันที่จะละเลิกพื้นใจที่ยังใฝ่หาคู่อยู่ พัฒนาปัญญา ความรู้ความเข้าใจ ปรับใจจากการรับรักมาเป็นการให้ความเมตตากรุณา ปล่อยวางการเอาผิดเอาถูกแล้วทดแทนด้วยการให้อภัย เสียสละประโยชน์ตนเพื่อประโยชน์ครอบครัว ยืนหยัดที่จะสร้างบรรยากาศของความเบิกบานเป็นพื้นจิตของครอบครัว มีปัญญาปรับพฤติกรรมที่กายวาจาที่ดีต่อกัน ปรับสมดุลการเจริญกาย เจริญวัตถุ และเจริญจิตใจ ทั้งหมดนี้ต้องตั้งมั่นให้หล่อหลอมเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ด้วยการฝึกฝน 24 ชม. ต่อวัน ทุกวันตลอดเวลาโดยไม่ประมาท แล้วในที่สุดก็พัฒนาปัญญาในธรรมให้สูงขึ้นไป เพื่อรับมือกับการพลัดพรากในบั้นปลายชีวิต

จะคู่หรือโสด เราก็มาพบกันที่ธรรมะที่ความว่างเปล่า ไม่มีคู่ ไม่มีตัวเขา ไม่มีแม้ตัวเราของชีวิต ชีวิตคนโสด มีคู่ เป็นม่าย หย่าร้าง ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แบบสิ้นเชิง ทุกคนต้องเสริมสร้างชีวิตที่ดีงามด้วยปัญญาธรรมทั้งสิ้น ปฏิบัติผิดวางใจผิดก็ทุกข์ทั้งนั้น ปฏิบัติถูกตามพระธรรมคำสอนให้กองทุกข์ใหญ่แค่ไหน สะสมมากี่พันชาติ ก็หลุดพ้น พบอิสระสุขได้ทุกคน

Credit : I love ธรรมะ

Related contents:

You may also like...