‘เรา’ คิดถึงเรื่องเซ็กส์บ่อยแค่ไหน ?

Porramate Chumyim kae Hi-Class

ในวันหนึ่งๆนั้นคนเรามีความคิดมากมายผ่านเข้ามาในสมองความคิดส่วนใหญ่ที่เรามักจะแจกแจงออกมาให้คนอื่นรับรู้เป็นความคิดที่เกี่ยวข้องกับงาน ทัศคติที่มีต่อผู้คน สิ่งรอบข้าง ส่วนความคิดที่เป็น ‘เรื่องของตัวเอง’ นั้น ถูกแจกแจงออกมาในบางสถานการณ์และจำกัดวงบุคคลผู้รับฟัง อย่างเรื่องอาหารการกิน การนอนและเชื่อไหมครับว่าเรื่องที่เราพูดกันน้อยที่สุดและบางทีแทบจะไม่อยากให้คนอื่นให้ยินมากที่สุดเช่นกัน ก็คือ ‘SEX’

คงไม่มีใคร(บ้า)จะมีเวลามานั่งนับว่าในหนึ่งวันของตัวเองนั้นคิดเรื่องเซ็กส์กี่ครั้ง หลายคนอาจจะเคยได้รับข้อมูลผ่านการบอกต่อหรือการอ่านว่าผู้ชายนั้นคิดถึงเรื่องเซ็กส์มากกว่าผู้หญิง บ้างถึงขนาดว่าผู้ชายมีความคิดเรื่องนี้บ่อยทุกๆเจ็ดวินาทีเลยทีเดียว แต่เราก็ไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วผู้ชายคิดถึงเรื่องเซ็กส์ตลอดเวลาหรือไม่ ไม่คิดถึงเรื่องอื่นบ้างเลยหรือ ? (เขียนมาถึงตรงนี้ผมใช้คำว่า ‘เซ็กส์’ ไปแล้วเจ็ดคำ – มีวี่แววว่าคำกล่าวนั้นอาจจะมีทีท่าว่าเป็นจริง) วันนี้ผมมีงานวิจัยทางจิตวิทยาเรื่องเพศ(แบบสนุกๆ)มานำเสนอเพื่อให้คำตอบกับคำถามที่ผมจั่วหัวเอาไว้แต่แรก เราลองมาดูกันครับ…

Porramate Chumyim kae

ผลงานวิจัยนี้เป็นงานของ Ohio State University ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Sex Research โดยใช้ชื่อหัวข้อว่า “Sex on the Brain? : An Examination of Frequency of Sexual Cognitions as a Function of Gender, Erotophilia, and Social Desirability1”

กลุ่มทดลองประกอบด้วยเพศชาย 120 คนและเพศหญิง 168 คน ทั้งหมดเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่อายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี และทั้งหมดนี้เป็นนักศึกษาผิวขาว(น่าจะมีเหตุผลบางประการที่อธิบายได้ว่าทำไมถึงต้องเป็นผิวขาวเท่านั้น) และเป็นเพศชายที่เป็นผู้ชาย กับเพศหญิงที่เป็นผู้หญิง คือไม่มีเพศวิถีอื่นๆอย่าง LGBTA(Lesbian, Gay, Bisexual, Transgendered, and Allies/Allied)เข้าไปร่วมทดสอบด้วยนั่นเอง โดยก่อนจะเริ่มติดตามผลการทดลองนั้น ผู้เข้าร่วมจะต้องตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อเรื่องเพศเพื่อให้สามารถแยกคนออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มคนที่เป็น Erotophilia (คือคนที่มองเห็นเรื่องเซ็กส์เป็นทัศนคติในแง่บวกของชีวิตและเปิดเผยที่จะคิด พูดถึง หรือสนทนาเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์) กับอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็น Erotophobia (คือ กลัวการพูดถึง/สนทนาเกี่ยวกับเซ็กส์และอาจจะลามไปถึงกลัวการมีเพศสัมพันธ์)

รวมถึงการทำแบบสำรวจที่เรียกกว่า Sociosexual Orientation Inventory (SOI-R) คือแบบสำรวจในการวัดระดับความแตกต่างของบุคคลในการเลือกที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบชั่วคราว(Casual sex) และปราศจากข้อผูกมัด(Uncommitted sexual relationships)โดยมีพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ความต้องการและทัศนคติที่มีต่อเรื่องเซ็กส์ด้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังตอบแบบสอบสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินและการนอน เพื่อให้เป็นปัจจัยหนุนและเป็นตัวเปรียบเทียบกับการทดลองที่ต้องการจะนับจำนวนครั้งของความคิดของหญิงและชายที่เกี่ยวข้องเรื่องเซ็กส์ในหนึ่งวัน

ผู้เข้าร่วมทดลองจะได้รับเครื่องนับจำนวน(Tally counter) เพื่อให้คลิกทุกครั้งเวลาที่ตัวเองคิดถึงเรื่องที่ตนได้รับมอบหมาย โดยผู้เข้าร่วมทดลองแต่ละคนจะได้รับมอบหมายให้นับเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การคลิกเพื่อนับจำนวนเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์จะต้องนับรวมทุกความคิดที่เกี่ยวข้องกับเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการจินตนการว่ามีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น การคิดถึงภาพอีโรติกต่างๆ ความทรงจำเกี่ยวกับเซ็กส์ รวมถึงความรู้สึก “กระสัน”(lust) เมื่อมีปัจจัยกระตุ้นให้มีความรู้สึกทางเพศ

sex+couple

นอกจากนี้กลุ่มอื่นๆก็ต้องใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการนับความรู้สึกที่มีต่อ “การกิน” ทั้งหมดเช่น คิดถึงรูปลักษณ์ของอาหาร รสชาติของอาหาร ความหิว ขนม การทำอาหาร เป็นต้น ส่วนการนอนนั้นก็ต้องนับความรู้สึกตั้งแต่ การฝัน การนอน การนอนตอนกลางวัน การอยากพักผ่อนโดยการนอน เป็นต้น

ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าเพศชายและเพศหญิงมีจำนวนครั้งในการคิดเรื่องสามเรื่องนี้แตกต่างกัน โดยพบว่าผู้ชายมีจำนวนครั้งในการคิดถึงเรื่องความต้องการเหล่านี้มากกว่าและที่น่าสนใจคือจำนวนครั้งที่คิดเรื่องเซ็กส์นั้นไม่ได้มากอย่างที่คิดและเคยเข้าใจแถมยังมีความถี่ใกล้เคียงกับความต้องการพื้นฐานอื่นๆ อย่างการกินและการนอนอีกด้วย โดยพบว่าผู้ชายนั้นคิดเรื่องเซ็กส์มากกว่าผู้หญิง (แต่ “น้อยกว่า” ข้อมูลที่เคยถูกสร้างเป็นมายาคติ(myth)ว่าคิดถึงทุกเจ็ดวินาทีแน่นอน – ซึ่งถ้าคิดเป็นตัวเลขกลมๆจะอยู่ที่ประมาณ 8000 ครั้งตลอดเวลาที่เราตื่นนอน-อะไรมันจะถี่ปานนั้น!) โดยอยู่ที่ประมาณ 19 ครั้งต่อหนึ่งวันเมื่อเทียบกับผู้หญิงซึ่งอยู่ที่ประมาณ 10 ครั้งต่อหนึ่งวัน

ในขณะเดียวกันก็ยังพบว่าผู้ชายนั้นคิดถึงเรื่อง “ความต้องการพื้นฐานอื่นๆ” เช่น ‘การกิน’ ไม่ได้แตกต่างไป0จากการคิดถึงเรื่องเซ็กส์มากเท่าใดนัก คืออยู่ที่ประมาณ 18 ครั้งต่อวัน เทียบกับผู้หญิงที่อยู่ที่ประมาณ 15 ครั้งต่อวัน และเรื่อง ‘การนอน’ ที่ผู้ชายคิดประมาณ 11 ครั้งต่อวันเทียบกับผู้หญิงที่อยู่ที่ประมาณ 8.5 ครั้งต่อวัน

url5

สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจในการทดลองคือ ผลการจากตอบคำถามในแบบสำรวจนั้นมีความสัมพันธ์กับความถี่ของการคิดเรื่องเซ็กส์ โดยพบว่า ผู้ที่ตอบแบบสำรวจซึ่งได้รับการวิเคราะห์ว่ามีทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเพศที่เป็นแบบ Erotophilia (คนที่มองเห็นเรื่องเซ็กส์เป็นทัศนคติในแง่บวกของชีวิต) นั้นมีแนวโน้มที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์บ่อยครั้งกว่าผู้ที่ตอบแบบสำรวจและได้รับการวิเคราะห์ว่ามีทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเพศแบบ Erotophobia(คนที่มองเห็นเรื่องเซ็กส์เป็นทัศนคติในแง่ลบของชีวิต) แสดงว่าทัศคติและการมีต้นทุนความคิดที่แตกต่างกันนั้นน่าจะมีส่วนสำคัญในการเป็นตัวกระตุ้นหรือตัวกรอบลักษณะพฤติกรรมหรือมีผลไปถึงระดับจิตสำนึกกันเลยทีเดียว

นักวิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่าความเชื่อที่เป็นมายาคติเดิมที่เชื่อว่าผู้ชายคิดเรื่องเซ็กส์ทุกเจ็ดวินาทีนั้นใช้ไม่ได้และแท้จริงแล้วความถี่ในการคิดถึงเรื่องเซ็กส์ก็ไม่ได้มากมายมหาศาลอย่างที่เคยเชื่อกันมาก่อน รวมถึงผลการทดลองก็ยังชี้ให้เห็นว่าทั้งชายและหญิงก็มีความถี่ในการคิดถึงเรื่องความต้องการพื้นฐานอื่นๆปะปนกันถึงแม้ว่าผู้ชายจะมีความถี่ในการคิดถึงเรื่องต่างๆมากกว่าผู้หญิงแต่ท้ายที่สุดแล้วจำนวนครั้งก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายอย่างที่เราๆท่านๆเคยเข้าใจว่า ‘ผู้ชายคิดถึงเรื่องเซ็กส์ได้ทั้งวี่ทั้งวัน’

สิ่งที่ผมสนใจมากไปกว่าการทดลองนี้ก็คือเรื่องของความหลากหลายในกลุ่มทดลองและสภาพสังคมที่มีผลต่อทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ อย่างที่ได้ทิ้งทุ่นเอาไว้ในบทความว่าตัวอย่างของกลุ่มทดลองเป็นนักศึกษาผิวขาวทั้งหมดและเป็นชายจริงหญิงแท้ทั้งหมด ผมคิดว่ามันน่าสนใจตรงที่หากเราเปลี่ยนปัจจัยนี้ โดยเพิ่มความหลากหลายเข้าไป เช่น เพิ่มความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ความหลากหลายทางเพศ(LGBTA) เข้าไปอีกและมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบกันระหว่างเชื้อชาติและวิถีเพศ น่าจะเป็นอะไรที่น่าติดตามไม่น้อยและสิ่งที่ผมอยากเห็นในสังคมไทยคือการพูดถึงเรื่องเพศอย่างเปิดเผยมากขึ้น มีการทำวิจัยมากขึ้น เพื่อให้เราได้เรียนรู้ ได้ทำความเข้าใจในบริบทที่ ‘เฉพาะ’ สำหรับสังคมไทยจริงๆ

Porramate Chumyim 5

ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญไปกว่าเรื่องความถี่ในการคิดถึงเรื่องเซ็กส์คือการทำความเข้าใจกับธรรมชาติและความต้องการของตัวเองและจัดการกับมันด้วยวิธีการที่เฮลธ์ตี้(ด้วยความสงบ) เพราะเราแต่ละคนนั้นมีต้นทุนความคิด ประสบการณ์เบื้องหลัง ภาพประทับในจิตใจแตกต่างกันไป ดังนั้นการทำความรู้จักกับเสียงภายในของตัวเองลึกๆนั้นผมว่าสำคัญที่สุด คุณผู้อ่านว่าไหมครับ ;)


เขียนมาถึงตรงนี้ให้ทายซิครับว่าผม ‘คิด’ และใช้คำว่า ‘เซ็กส์’ ไปแล้วกี่ครั้ง ?

Porramate Chumyim

Journal Reference :
1. Terri D. Fisher, Zachary T. Moore, Mary-Jo Pittenger. Sex on the Brain?: An Examination of Frequency of Sexual Cognitions as a Function of Gender, Erotophilia, and Social Desirability. Journal of Sex Research, 2012; 49 (1): 69 DOI: 10.1080/00224499.2011.565429

http://www.underwearnewsbriefs.com/wp-content/uploads/2012/01/main-1.jpg
http://blog.lib.umn.edu/meyer769/myblog/male_brain.gif
http://www.redorbit.com/media/uploads/2011/11/generalpress-112911-001-617×416.jpg
http://img.webmd.com/dtmcms/live/webmd/consumer_assets/site_images/articles/health_tools/secrets_guys_wish_you_knew_slideshow/getty_rm_photo_of_man_daydreaming.jpg
http://www.timeslive.co.za/incoming/2013/03/06/sex-couple.jpg/ALTERNATES/crop_630x400/sex+couple.jpg

Related contents:

You may also like...