สันโดษเป็นต้นทางแห่งความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร ?

illuminiti-buddha-history-buddhist-temples-india-lord-gautama-220840

การแสวงหาความสุขในชีวิต ความสุขในโลกนี้อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ “สามิสสุข” เป็นความสุขที่ต้องอาศัยวัตถุหรือสิ่งภายนอกมาตอบสนองความต้องการทางตา หู จมูก ลิ้น กายและความคิดอยากต่างๆจัดเป็นความสุขขั้นหยาบ เพราะมีทุกข์เจือปนมากตลอดเวลา ความสุขอีกอย่างหนึ่งคือ “นิรามิสสุข” จึงเป็นความสุขที่แท้จริง เป็นภาวะสุขที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆตามมา ซ้ำยังช่วยขจัดปัญหาต่างๆด้วย ผู้ที่จะมีนิรามิสสุขได้จะต้องมีสภาพใจที่สงบไม่ดิ้นรนคือมีความสันโดษเสียก่อน ยิ่งสันโดษต่อสามิสสุขมากเท่าไรก็ยิ่งได้นิรามิสสุขมากขึ้นเท่านั้น

สามิสสุข มีอาการคือต้องแส่หาดิ้นรนกระวนกระวายเป็นอาการนำหน้า เนื่องจากของทั้งหลายหาได้ยากมีจำกัด เมื่อได้มาก็ต้องระวัง รักษา ยึดติด คับแคบ อึดอัด หวงแหนผูกพัน กลัวสูญหาย ถ้าไม่ได้มาถูกขัดขวางก็ขัดใจ คิดทำลาย คิดอาฆาต พยาบาท จองเวร

นิรามิสสุข เป็นความสุขภายในที่ไม่ต้องอาศัยสิ่งภายนอกมาสนองความอยาก เป็นความสุขขณะที่ใจมีลักษณะสะอาดไม่มีกิเลสปน สงบไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย เสรีเป็นอิสระ โปร่งเบา ไม่คับแคบ และสว่างไสวประกอบด้วยปัญญา เห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงสมบูรณ์ไม่มีความรู้สึกขาดแคลน ไม่รู้สึกบกพร่อง ไม่ว้าเหว่ มีแต่ความแช่มชื่นเบิกบานอิ่มเอิบอยู่ภายใน นิรามิสสุขจึงเป็นความสุขที่แท้จริงเป็นภาวะสุขที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆตามมา ซ้ำยังช่วยขจัดปัญหาต่างๆด้วย ผู้ที่จะมีนิรามิสสุขได้จะต้องมีสภาพใจที่สงบไม่ดิ้นรนคือมีความสันโดษเสียก่อน ยิ่งสันโดษต่อสามิสสุขมากเท่าไรก็ยิ่งได้นิรามิสสุขมากขึ้นเท่านั้น

การหาเลี้ยงชีพอย่างมีสันโดษ
ในการดำรงชีพ พระพุทธศาสนามุ่งให้ทุกคนหาปัจจัยสี่หล่อเลี้ยงร่างกายพอเพียงเพื่อให้สังขารนี้สามารถดำรงอยู่ได้ตามอัตภาพ จากนั้นก็ใช้ร่างกายนี้สร้างความดีต่างๆให้เต็มที่ทุกรูปแบบทุกโอกาส มิได้มุ่งหมายให้คนเราดิ้นรนไขว่คว้าทะเยอทะยานจนเกินเหตุเพื่อให้มีวัตถุต่างๆพรั่งพร้อมบริบูรณ์ไว้บำรุงบำเรอตน

เพราะฉะนั้นความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมิใช่วัดด้วยการมีทรัพย์สินเต็มท้องพระคลังหรือเต็มล้นอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง แต่อยู่ที่ไม่มีคนอดอยากยากไร้และอยู่ที่คุณภาพชีวิตของประชาชนต่างหาก

หลักปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สิน

  • การแสวงหาต้องหามาโดยชอบธรรม ไม่ข่มเหงรังแกใคร ไม่ทำผิดกฎหมาย ผิดประเพณี ผิดศีล ผิดธรรม
  • การใช้ไม่เป็นคนตระหนี่และก็ไม่ฟุ่มเฟือย ให้รู้จักใช้ทรัพย์เลี้ยงตนและคนเกี่ยวข้องให้เป็นสุข รู้จักทำทาน เผื่อแผ่ แบ่งปัน ใช้ทรัพย์ทำสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
  • ทัศนคติเกี่ยวกับทรัพย์สินไม่ถือว่าทรัพย์สินเงินทองเป็นพระเจ้า แต่ให้ถือว่าเป็นเพียงอุปกรณ์อย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิตเท่านั้น

 

ประเภทของคนจน
คนจนในโลกนี้มีอยู่ ๒ ประเภท ได้แก่

  • จนเพราะไม่มี คือคนที่ขัดสนทรัพย์ มีทรัพย์น้อย จัดว่าเป็นคน ”จนชั่วคราว”ถ้าหากทำมาหากินถูกช่องทาง ย่อมมีโอกาสรวยได้
  • จนเพราะไม่พอ คือคนที่มีทรัพย์มากแต่ไม่รู้จักพอ จัดว่าเป็นคน “จนถาวร” เป็นเศรษฐีอนาถา ต้องจนจนตาย

 

สันโดษคือการรู้จักพอ จึงเป็นคุณธรรมที่มหัศจรรย์ สามารถทำให้คนเลิกเบียดเบียนกัน เลิกฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เลิกสะเพร่า เลิกสงคราม ทำให้คนอิ่มใจได้แม้มีทรัพย์ มียศ มีตำแหน่งน้อยและทำให้คนรวยเป็นเศรษฐีได้โดยสมบูรณ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า

”สนฺตุฏฺฐีปรมํ ธนํ
ความสันโดษเป็นยอดทรัพย์”

Thanks to image from http://www.wallsave.com/wallpapers/800×600/illumiขุ. ธ. ๒๕/๒๕/๔๒

วิธีฝึกให้มีสันโดษ

  • ให้หมั่นพิจารณาถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย อยู่ตลอดเวลา ว่าเราจะหลีกเลี่ยงจากสิ่งเหล่านี้ไปไม่ได้ ถึงดิ้นรนหาเงินทองมากเท่าไร ก็นำติดตัวไปไม่ได้ เมื่อพิจารณาบ่อยเข้าความโลภก็จะลดลง แล้วความสันโดษก็จะเกิดขึ้น
  • ให้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร กินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน เป็นการฝึกสันโดษขั้นพื้นฐานที่เราต้องปฏิบัติอยู่ทุกวัน
  • ให้หมั่นให้ทานอยู่เสมอๆ เป็นการฆ่าความตระหนี่ ความโลภในตัวไปทีละน้อยๆ เมื่อทำบ่อยๆ เข้า ความสันโดษก็จะเกิดขึ้น
  • ให้หมั่นรักษาศีล โดยเฉพาะศีล 8 ผู้ที่รักษาศีล 8 จะช่วยให้เกิดความสันโดษในหลายเรื่อง เช่น ศีลข้อ 3 ทำให้สันโดษในกามคุณ ศีลข้อ 6 ทำให้สันโดษในเรื่องอาหาร ศีลข้อ 7 ทำให้สันโดษในเรื่องเครื่องนุ่งห่ม การแต่งเนื้อแต่งตัว และศีลข้อ 8 ทำให้สันโดษในเรื่องที่อยู่อาศัยที่หลับนอน
  • ให้หมั่นทำสมาธิเป็นประจำ เมื่อทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอจิตใจก็จะสงบนุ่มนวลขึ้น ความอยากเด่น อยากดัง หรืออยากได้ในทางที่ไม่ชอบก็จะค่อยๆ หายไป

 

วิธีฝึกสันโดษในสังคมไทย
สังคมไทยตั้งแต่โบราณ มีวิธีฝึกสันโดษได้ผลดีเยี่ยมอย่างหนึ่งก็คือ การบวช แม้จะเป็นการบวชช่วงสั้นเพียงพรรษาเดียวก็ตาม
เพาระผู้บวชจะมีโอกาสสัมผัสกับความสุขชนิดไม่อิงวัตถุ เป็นความสุขใจที่เกิดจากความพอ เกิดจากความสงบภายใน ซึ่งในชีวิตประจำวันหาโอกาสทำได้ยาก

นอกจากนั้น ผู้บวชเป็นพระภิกษุยังจะได้สัมผัสกับชีวิตที่เรียบง่ายของพระภิกษุ ซึ่งมีเครื่องนุ่งห่มครองกายเพียงผ้า 3 ผืน มีบาตรเพียง 1 ใบ บิณฑบาตเลี้ยงชีพ ข้าวของเครื่องใช้มีเพียงบริขาร 8 จะได้สัมผัสความสุขจากการไม่มีห่วง ไม่มีการสะสม ไม่ถูกผูกมัดจากวัตถุ มีอิสระโปรงเบาๆ หลอกๆ ในขณะที่เป็นฆราวาสซึ่งเป็นสุขปนทุกข์ ต้องแสวงหาวัตถุต่างๆ ต้องเป็นห่วงและหวงแหนอยู่ตลอดเวลาวิถีชีวิตแบบพระภิกษุจะช่วยให้บุคคลคน เข้าใจถึงประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของการมีสันโดษ

อานิสงส์การมีสันโดษ

  • ทำให้ตัดกังวลต่างๆ เสียได้
  • ทำให้ออกห่างจากอกุศลกรรม
  • ทำให้มีความสบายกายสบายใจ
  • ทำให้พ้นจากความผิด พบแต่สิ่งถูกต้อง
  • ทำให้ศีลธรรมเกิดในใจได้ง่าย
  • ทำให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง
  • ทำให้มีกำลังใจสูง เมื่อรู้ว่าสิ่งใดไม่ดีก็ไม่ฝ่าฝืนทำ
  • นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ตน
  • ทำให้มีโอกาสกระทำแต่สิ่งดีๆ ยิ่งๆ ขึ้น
  • ได้ชื่อว่านำพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง
  • ฯลฯ

 

“ภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่ เกิดเกิดขึ้นหรืออกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมไปเหมือนความเป็นผู้สันโดษ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลสันโดษ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเสื่อมไป”

องฺ. เอก. ๒๕/๖๖/๑๔
Thanks to image from http://www.wallsave.com/wallpapers/800×600/illuminiti/220840/illuminiti-buddha-history-buddhist-temples-india-lord-gautama-220840.jpg

 

Related contents:

You may also like...