ไขรหัสลับคอลลาเจน

b986cc13e3744609_Apple-Cider-Cranberry-Ginger-Punch

เป็นเรื่องจริงที่เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจน(Collagen)ในร่างกายและผิวหนังจะเสื่อมสภาพไป ศักยภาพการสร้างคอลลาเจนของร่างกายได้น้อยลง ผลลัพธ์คือผิวหนังไม่ตึงกระชับ เหี่ยวๆหย่อนๆ แต่ก็มีหลายผลิตภัณฑ์ที่ออกมาโฆษณาชวนเชื่อว่า “ทานคอลลาเจนจาก…XXX….จะเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย” แลฟังดูแล้วมีความหวังให้กลับมาสวย แต่คุณทราบหรือไม่มันมีนัยยะแฝงอยู่

หลายบริษัทผู้ผลิตคอลลาเจนต่างกรอกหูด้วยวลี “ทำให้ผิวสวยใส ใน 5 วัน” โดยที่ผู้บริโภคก็คาดหวังว่าผิวจะกลับมาตึงกระชับในทันที แต่คุณทราบหรือไม่ว่าในทางการแพทย์แล้วการบริโภคคอลลาเจนไม่ว่าจะเป็นชนิดผงหรือชนิดเม็ดที่ถูกวิธีนั้นต้องควบคู่กับวิตามินซี(vitamin C) มิฉะนั้นแล้วที่คุณบริโภคเข้าไปจะถูกดูดซึมโดยน้ำย่อยแล้วขับออกมาเป็นปัสสาวะ

1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกายมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างในส่วนที่ยืดหยุ่นของร่างกาย ทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายไว้ด้วยกัน เกิดเป็นเนื้อเยื่อ(tissue), อวัยวะ(organ) ที่เชื่อมต่อกันเป็นร่างกายที่สมบูรณ์ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง

เคล็ดที่ไม่ลับที่บริษัทผู้ผลิตนำมาเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ก็คือมักกล่าวว่าเป็นคอลลาเจนจากหอยเป๋าฮื้อ คอลลาเจนหอยมุกบ้าง หรือจากไข่ปลาคาเวียร์บ้าง ปลาทะเลน้ำลึกบ้าง ในความเป็นจริงแล้วคอลลาเจนมิได้มีเพียงชนิดเดียว ในปัจจุบันทีมแพทย์ได้ค้นพบและจำแนกได้เป็น 29 ชนิด แต่ละชนิดก็เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อแบบต่างๆ คอลลาเจนที่อยู่ในชั้นผิวหนังคือคอลลาเจน ชนิดที่ 1(COL1A1) นอกจากนี้แล้วคอลลาเจนของสัตว์แต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน ข้อสังเกตง่ายๆ โดยให้สังเกตจากจากเนื้อสุกร เนื้อไก่และเนื้อปลา เนื้อทั้ง 3 จะมีรูปลักษณ์และความยืดหยุ่นแตกต่างกัน นั่นคือความแตกต่างของคอลลาเจนในสัตว์แต่ละชนิด จึงเป็นเหตุผลให้ไม่สามารถนำคอลลาเจนจากสัตว์อื่นใดมาทดแทน หรือรวมเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างผิวหนังของมนุษย์

k-bigpic

นั่นจึงหมายความว่าเมื่อคอลลาเจนไม่สามารถรับจากภายนอกได้ ไม่สามารถรับจากสัตว์อื่นได้ หากต้องการให้ร่างกายเรามีคอลลาเจนเพื่อความงามของผิวพรรณนั้น มีเพียงการบำรุงรักษากลไกของร่างกายที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาจนเท่านั้น คือการบำรุงรักษานั้นเพียงแค่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกายควบคู่กับพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นเอง การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นให้กลไกทำงานและการพักผ่อนช่วยให้ส่วนต่างๆของร่างกายสึกหรอช้าลง ซึ่งวัตถุดิบที่จำเป็นในการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย เราได้รับอย่างเพียงพอจากอาหาร 5 หมู่ที่เราบริโภค

การดูดซึมคอลลาเจนไม่ได้ถูกดูดซึมไปทั้งเส้นแล้วตรงไปประกอบเข้าเป็นผิวหนังอย่างที่หลายคนจินตนาการจากวลีโฆษณาชวนเชื่อ แต่ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนของระบบร่างกายเรา คอลลาเจนเองก็ต้องถูกย่อยจนกลายเป็นกรดอะมิโน ไม่เหลือสภาพความเป็นคอลลาเจนซึ่งไม่แตกต่างจากโปรตีนชนิดอื่นๆ การดูดซึมโปรตีนเข้าสู่ร่างกายจำเป็นต้องผ่านกระบวนการย่อยก่อน โปรตีนทุกชนิดจะถูกเอนไซม์หลายชนิดในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กย่อยสลายจากโปรตีนที่เป็นสายยาวจะถูกเอนไซม์ทอนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหลือเพียงหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดคือกรดอะมิโน จากนั้นร่างกายจึงดูดซึมกรดอะมิโนเพื่อนำไปประกอบกันขึ้นใหม่เป็นโปรตีนที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้(essential amino acid)

หลายท่านที่บริโภคคอลลาเจนเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่น ผิวนุ่มขึ้น ลึกๆแล้วอาจเป็นเพราะดื่มแล้วสดชื่นจากน้ำตาลคาเฟอีน ซึ่งจะทำให้ดื่มแล้วติดใจ บางแบรนด์มีกลิ่นคาวออกรสเปรี้ยว อีกทั้งมีให้เลือกรสส้ม รสสตรอเบอรี่ ฯลฯ ซึ่งรสเปรี้ยวก็เนื่องมาจากการใส่วิตามินซีเพื่อช่วยในการดูดซึม แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเครื่องดื่มพวกนี้ส่วนใหญ่บริษัทผู้ผลิตต้องการให้คนติด ฉะนั้นสิ่งที่จะใส่เข้ามาเพื่อสร้างผลกำไรคือ คาเฟอีนและน้ำตาล สองตัวนี้เป็นตัวที่ทำให้คนหลงที่สุด รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หากเป็นน้ำตาลฟรุกโตส(Fructose)ด้วยแล้วยิ่งแย่จะทำให้เราติดหวานและทำให้จุกตับกลายเป็นแคลอรี่(calleries)สะสมไว้มากเกินจำเป็นโดยไม่รู้ตัว

ความเชื่อที่ว่าทานคอลลาเจนแล้วผิวขาวขึ้นนั้น อาจเป็นเพราะการผสมกลูตาไธโอน(Glutathyone)หรือผสมสารปรอท(Mercury) ซึ่งสารปรอททำให้ผิวขาวแน่นอน แต่ผลข้างเคียงโทษมหันต์มากส่งผลต่อตับ ไต หัวใจ ในระยะสั้นผิวขาวจริงแต่ในระยะยาวเป็นผลเสียต่อร่างกายมาก ระยะยาวนั้นถ้าเป็นคนไข้ที่ไม่ได้มีโรคประจำตัว เช่น ตับไม่ได้วาย ไตไม่ได้วาย อาจจะราวๆ 1 ปีติดต่อกันไตจะเกิดอาการวายเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังมีเคสกินแล้ววูบ หน้ามืด ใจสั่น นั่นคือผลข้างเคียงจากกลุ่มยา Diuretic หรือกลุ่มของยาขับปัสสาวะก็จะทำให้ปัสสาวะเกินกว่าปกติและลดความดันบางตัวทำให้ดูซีด จึงทำให้ดูขาว เพราะเกิดจากการซีด ทำให้มีผลในเรื่องความดัน เป็นอาการของ Orthostatic Hypotension เช่น ลุกขึ้นมาวิงเวียนศีรษะ ความดันต่ำ วูบ

super-collagen-drink-korea

มีเจ้าของผลิตภัณฑ์หลายที่อ้างผลวิจัยว่าการทานคลอเจน ช่วยให้ผิวใส นุ่มเนียน เด้งขึ้น ซึ่งทั้งหมดเป็นความรู้สึกส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่างเล็กๆที่อาจถูกถามนำด้วยคำถามในแบบสอบถามว่า “หลังจากกินแล้ว รู้สึกผิวใส นุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นหรือไม่” แล้วมีตัวเลือกเช่น ผิวนุ่มมาก ผิวนุ่มเล็กน้อย เท่าเดิม ผิวนุ่มน้อยลง ให้เลือก การถามนำลักษณะนี้ย่อมได้คำตอบที่เอนเอียงไปในแนวทางที่ผู้วิจัยต้องการ นอกจากนี้ “ที่บอกว่านุ่มมากขึ้น” นั้น “มากขึ้น” เมื่อเทียบกับอะไร? ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการทดลองเทียบระหว่างการกินคอลลาเจนกับการไม่กินซึ่งไม่แปลกที่สารต่างๆที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์จะให้จะทำให้ให้รู้สึกว่าผิวใจนุ่มมากขึ้น แต่งานวิจัยกลับสรุปเหมารวมว่าเป็นเพราะผลของคอลลาเจนล้วนๆ

อย่างไรก็ตามคอลลาเจนไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ในทางการแพทย์แผ่นคอลลาเจนเป็นวัสดุที่เหนียว ยืดหยุ่นและอุ้มน้ำได้ดี เป็นคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับใช้ปิดปากแผล ใช้เป็นลิ้นหัวใจเทียมหรือใช้ในการศัลกรรมอวัยวะต่างๆรวมทั้งเพื่อเสริมความงาม ในอุตสาหกรรมอาหารใช้คอลลาเจนในการเพิ่มเนื้อสัมผัสให้อาหาร โดยใช้คอลลาเจนที่ผ่านความร้อนเป็นเวลานานจนโปรตีนเสียสภาพหรือที่เรียกว่าเจลลาติน ซึ่งเราเองก็บริโภคกันมานานในฐานะขนมชนิดหนึ่ง

ขอบคุณความรู้จาก นพ. ไวกูณฐ์ วงศ์ไกรวิชญ์ M.D.(Ramathibodi)
แพทย์ผู้บริหารและก่อตั้งสถาบันผิวหนัง Evergreen Clinic ศูนย์บริการข้อมูล Call Center : 081-164-1000

ณ จุดนี้ คงฉุดคอลลาเจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงกันแล้ว คอลลาเจนกินแล้วไม่ได้ได้เด้งเข้าผิวทันทีอย่างคำโฆษณาอีกต่อไป

PMS
Thanks to image from http://25.media.tumblr.com/tumblr_ln4u2uJV2u1qznoe2o1_500.jpg
http://www.bloomberg.com/image/iSCSzqf7nKng.jpg
http://image.rakuten.co.jp/beautycreation/cabinet/img008/collagen20000_01.jpg
http://www.idealmagazine.co.uk/wp-content/uploads/2012/10/beautiful-skin3.jpg
http://3.bp.blogspot.com/-8JsKrvJCkN8/TnmOmmQ2RZI/AAAAAAAAGcQ/GqoJEu8VkL8/s640/Heidi+118.JPG
http://img.gawkerassets.com/img/1864ikuiiaek2jpg/k-bigpic.jpg
http://media3.onsugar.com/files/2013/10/03/869/n/24155406/b986cc13e3744609_Apple-Cider-Cranberry-Ginger-Punch.jpg
http://www.peacefuldumpling.com/wp-content/uploads/2013/08/super-collagen-drink-korea.png
http://healthyheartssmile.com/wp-content/uploads/2013/09/PMS.jpg

Related contents:

You may also like...