หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ภาพของหม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่คนทั่วไปรับรู้คือสุภาพบุรุษผู้มีบุคลิกอ่อนโยน เพียบพร้อมชาติตระกูลอันสูงส่ง ดีกรีการศึกษาจากสถาบันชั้นนำของโลก กับประสบการณ์ทำงานในภารกิจสำคัญทั้งในวงวิชาการและการเมืองระดับชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นภาพที่ติดตราตรึงใจคือการยอมเป็นตัวประกันเพียงหนึ่งเดียวแทนตัวประกันทั้ง 5 คนที่ถูกจับโดยกลุ่มก๊อดอาร์มี่ครั้งบุกยึดสถานเอกอัครราชทูตพม่าเมื่อปี 2542

เวลาผ่านมาเกือบครบหนึ่งทศวรรษจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ เปลี่ยนจากสมรภูมิการเมืองระดับชาติมาสู่สนามการเมืองท้องถิ่นได้รับชัยชนะจากการลงคะแนนเสียงของประชาชนชาวกรุงเทพฯ แม้จะมีเบื้องหลังเป็นผู้ว่าฯ สังกัดพรรคการเมือง และพรรคการเมืองต้นสังกัดยังได้เป็นผู้นำรัฐบาลบริหารประเทศ การกุมอำนาจบริหารราชการทั้งสองระดับถูกจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยมิติชีวิตอันมากมายแต่มีอีกหลายมุมซ่อนอยู่ รอยยิ้มที่ฉาบทาขัดแย้งกับภาระอันหนักอึ้งทำให้ผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็น ‘คนตาบอดสี’ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับภาวะที่สังคมแบ่งฝักฝ่ายและเกิดความรุนแรง เราหวังว่าเป้าหมายการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็นมหานครชั้นนำของโลกจะเกิดขึ้นภายใต้การนำของเขา ‘ผู้ว่าฯ ตาบอดสี’ ผู้นี้

ไฮคลาส : สถานการณ์ของกรุงเทพฯ ผ่านมุมมองของผู้ว่าราชการฯ 

สภาพทั่วไปของกรุงเทพมหานครในแง่ของอาคารสถานที่ ความสะอาด เรื่องขยะ เรื่องกายภาพดีขึ้นตามลำดับในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ผมมองว่าที่สำคัญในขณะนี้คือปัญหาจิตใจของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครในช่วงนี้เศรษฐกิจก็ตกต่ำ การเมืองสับสนวุ่นวาย คนตกงานเยอะ ปัญหาสังคมเยอะ ปัญหาหนี้สินเยอะ ผมมองว่าสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือเรื่องต่างๆ ที่ผมเรียกว่า “ซอฟต์แวร์ของการพัฒนา” คือเรื่องของคนครับ การดูแล การตรวจสุขภาพ การส่งเสริมการศึกษา การช่วยเหลือในเรื่องของปัญหาปากท้อง เปิดพื้นที่ให้มีการทำมาค้าขายมากขึ้น มีโครงการบรรเทาปัญหาหนี้สิน ให้พี่น้องประชาชนมีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้นสักหน่อย สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับคน เกี่ยวกับมนุษย์ผมคิดว่านี่คือปัญหาที่สำคัญที่สุดในขณะนี้

คนกรุงเทพฯ ในขณะนี้ว้าเหว่ครับ อยากให้มีคนมาดูแล ช่วยเหลือ เอาใจใส่

ไฮคลาส : กรุงเทพฯ มีปณิธานจะก้าวไปสู่การเป็นมหานครชั้นนำของโลก แต่กรุงเทพฯ ยังขาดสิ่งใดอยู่และคิดว่าเราน่าจะผลักดันให้ไปสู่จุดนั้นได้

ผมอยากให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ชั้นนำของโลก ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานโลก ในแง่ของความสะอาด พื้นที่สีเขียว การขนส่งมวลชน ในเรื่องของการศึกษา การใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศ นี่คือเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ความเป็นมหานครไม่ได้อยู่กับสิ่งเหล่านี้เท่านั้น ถ้าเราต้องการให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครเราต้องทำอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ประการแรกเราต้องช่วยดูแลคนที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ คือ ผู้พิการ เรากำลังยกร่างแผนที่จะอำนวยความสะดวก ดูแลผู้พิการอย่างถาวร การฝึกอาชีพ สิ่งอำนวยความสะดวกและดูแลผู้พิการอย่างครบวงจรทั้งด้านการแพทย์ เรื่องสุขภาพ เรื่องการดูแลตนเอง เรื่องการฝึกอาชีพ และสิ่งอำนวยความสะดวก เดิมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนใหญ่ไม่มีลิฟต์ ผมได้สั่งให้ติดตั้งลิฟต์เรามีโครงการติดตั้งลิฟต์อีก 56 ตัวภายในปี 2554 โดยใช้งบประมาณ 700 กว่าล้าน แพงมากเพราะว่าในบางสถานีเราต้องย้ายสาธารณูปโภคแต่ผมมองว่าจะต้องทำ

ประการที่สองเราต้องดูแลผู้สูงอายุครับ กรุงเทพมหานครตามสัดส่วนแล้วจะมีประชากรที่สูงอายุมากขึ้นตามลำดับ ในปีที่แล้วเรามีผู้สูงอายุคือเกิน 60 ปี แสนกว่าคนอีก 7-8 ปี จะเพิ่มเป็น 2 เท่า ดังนั้นเราต้องดูแลผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพเราก็ดูแลอยู่ นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เรื่องที่จะทำให้ผู้สูงอายุคือ ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนมากขึ้น และให้ผู้สูงอายุสามารถได้รับการรักษาพยาบาลและการดูแลทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น

เราจะต้องดูแลเด็กและผู้หญิงด้วย เรามีกองทุนอยู่แล้ว 50 ล้านบาทที่จะช่วยให้การดูแลแก่เด็กและผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงแต่บังเอิญระเบียบมันเข้มงวดเกินไปในการใช้เงินจากกองทุนนี้ผมกำลังให้ปรับระเบียบอยู่

ผู้ด้อยโอกาสอีกส่วนหนึ่งคือ คนที่ไม่มีเงินสำหรับการศึกษา เรายืนยันนโยบายเดิม คือ จะต้องเรียนฟรีและเรียนอย่างมีคุณภาพด้วย และเด็กที่มีความสามารถพิเศษเราต้องดูแลเขาด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่กทม.ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ กทม.ได้ทำความตกลงกับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งกับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กออทิสติก

อีกกลุ่มหนึ่งคือเด็กแร่ร่อนครับ เด็กเร่ร่อนจะมี 2 ประเภทด้วยกัน คือ ประเภทเร่ร่อนตามวัน แล้วกลับไปนอนกับพ่อแม่ตอนกลางคืน แต่จะมีอีกจำนวนหนึ่งประมาณ 200 ที่ไม่มีที่อยู่ กำลังจะสร้างอาจจะเป็นที่เรียนหนังสือสำหรับเด็กเหล่านี้เพราเด็กเหล่านี้ไม่ได้เรียนหนังสือเลย อย่างน้อยที่สุดได้สัมผัสว่าความรู้คืออะไร สิ่งที่ดีในชีวิตคืออะไร

อีกเรื่องหนึ่งอาจจะน่าหัวเราะนะครับ แต่ว่ากรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะเป็นมหานครระดับโลกจะต้องมีห้องน้ำสาธารณะมากกว่าที่มีอยู่ ในขณะนี้มีอยู่ 18 แห่งทั้งกรุงเทพมหานคร ผมสั่งให้เพิ่มอีก 14 เกือบเท่าตัวนะเป็น 32 แห่ง ทั้งในสวนสาธารณะและจุดอื่นๆ เมื่อสร้างเสร็จก็ยังน้อย เพราะกรุงเทพฯ มีพื้นที่เกือบ 1600 ตารางกิโลเมตร ถ้ามีห้องน้ำ 32 แห่ง หมายความว่ามีห้องน้ำสาธารณะแห่งเดียวต่อ 55 ตารางกิโลเมตรซึ่งน้อยมาก

ก่อนที่เราจะดูไปที่ดวงดาวเราต้องมองระดับล่างพร้อมกันๆ ไปว่าคนเขาเดือดร้อนอย่างไร และถ้าเราอยากเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่เราต้องสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ระดับหนึ่ง กทม.อาจจะไม่มีทรัพยากรทางด้านต่างๆ เหมือนกับรัฐบาลส่วนกลางแต่ที่สำคัญต้องหาวิธีอย่างน้อยคือการบรรเทาปัญหาความยากจน ดังนั้นผมจึงให้ความสำคัญอย่างมากต่อเรื่องเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้มีพื้นที่ค้าขายมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าผลผลิตที่มากจากชุมชนต่างๆ เรากำลังจะทำความตกลง กำลังเจรจากับมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ที่อยู่ติดกับสวนจตุจักรมีพื้นที่ประมาณ 50 กว่าไร่ เราจะทำให้เป็นพื้นที่สำหรับแสดงสินค้าสำหรับชุมชนส่วนหนึ่งจะได้มีรายได้หมุนเวียนสำหรับผู้ที่ยากจนที่สุด และผมได้เปิดโครงการไปแล้วเรียกว่ายิ้มสู้กู้สร้างอาชีพ เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยากมีอาชีพ เช่น ขายข้าวแกง ขายก๋วยเตี๋ยว ขายกาแฟโบราณ ฯลฯ สามารถกู้ยืมเงินได้ในวงเงินระหว่าง 5,000 -100,000 บาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและผ่อนชำระได้ถึง 60 เดือน และโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีหนี้นอกระบบสามารถกู้เงินไปชำระหนี้นอกระบบได้ หนี้นอกระบบดอกเบี้ยเดือนละ 5% แต่โครงการนี้ดอกเบี้ยปีละ 7% ดังนั้นในระดับหนึ่งกทม.ช่วยได้

ไฮคลาส : มหานครทั้งหลายของโลกต้องมีความรุ่มรวยทางด้านศิลปะและทรัพยากรการท่องเที่ยว

สิ่งนี้ก็ต้องทำด้วยครับ ซึ่งเราทำควบคู่กันไป อย่างหอศิลป์ฯ กทม.มีปัญหาเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการแต่ว่าเราสะสางไปแล้ว จะเปิดอย่างเป็นทางการเดือนสิงหาคมนี้ โดยกราบบังคมทูลเชิญเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาเปิด

ไฮคลาส : เรื่องการจัดหอศิลป์ฯ ที่ผ่านมามีหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้อยากจะเข้าไปรับผิดชอบ

ไม่เลยครับ จะเป็นมูลนิธิหอศิลปะและวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร อย่างเดียวแล้วครับ และมูลนิธินี้จะไม่มีคนของกทม.เข้าไปเลย ตั้งขึ้นเป็นมูลนิธิโดยภาคประชาชน มีศิลปิน นักธุรกิจที่สนใจเรื่องศิลปะเข้าไปเกี่ยวข้องโดยกทม.จะสนับสนุนทางด้านการเงินแต่ว่าไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการบริหาร

ไฮคลาส : แต่ก่อนคุณชายก็มีชีวิตอีกแบบหนึ่ง เมื่อไปอยู่กทม.ต้องคลุกดินกินฝุ่น ยุ่งอยู่กับคนยากจน ทำให้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน มุมมองเปลี่ยนเพียงใด

โครงสร้างของชีวิตผมไม่ได้เปลี่ยนเลยครับเพราะผมเป็นสส.มา 12 ปีแล้ว คนไม่รู้ว่าผมก็ติดดินกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ไปถามผู้คนในเขตเลือกตั้งของผมก็ได้เขาก็รู้จักผม และการทำงานเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ได้ผิดปรกติสำหรับสส.นะครับ แต่ว่ามันมีงานเพิ่มมากขึ้น ภายในโครงสร้างนี้มีงานมากขึ้นถี่ขึ้น เดี๋ยวนี้ก็ลืมๆ ไปแล้วว่าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ งานหลักทำวันเสาร์ วันอาทิตย์เป็นวันที่เราสามารถทำอะไรเป็นกอบเป็นกำได้ ทำสิ่งที่ใช้เวลามากในวันราชการไม่สามารถทำได้เช่นตรวจคลองแสนแสบ ตรวจคลองบางกอกน้อย ตรวจพื้นที่ทางด้านตะวันออกเรื่องน้ำประปา ลงพื้นที่กับสำนักงานเขตเคลื่อนที่ กับผู้บริหารของโรงเรียนต่างๆ เรามีโครงการใหม่คือโครงการการศึกษาสัญจรที่คณะผู้บริหารรวมทั้งผู้ว่าฯ พบกับผู้บริหารโรงเรียนต่างๆ ในสังกัดกทม.ตามโชนต่างๆ พบปะกันในวันหยุดราชการ และแลกเปลี่ยนปัญหากัน เป็นครั้งแรกที่มีโครงการเช่นนี้สำหรับกทม. เราได้เริ่มหลายสิ่งหลายอย่างแต่มันเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ของการพัฒนาคือเรื่องมนุษย์มากกว่าเรื่องโครงการเมกะโปรเจคต์หรือการก่อสร้างใหญ่ๆ แต่โครงการเมกะโปรเจคต์ก็ได้ทำไปแล้วในส่วนต่อขยายบีทีเอสเกือบ 2 กิโลเมตรซึ่งไม่เสร็จมาหลายปีแล้ว

ไฮคลาส : การที่มาสวมต่อกทม.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่โตและอุ้ยอ้ายเทอะทะ ถ้ามองจากภายนอกที่ไมรู้จักดีอาจจะดูไม่ค่อยน่ารักเทาไหร่ คุณชายมีปัญหาหรือว่าหนักใจแค่ไหน

ไม่หนักใจนะครับ เพราะผมรู้ว่าผมจะต้องเจออะไร ผมรู้จักกทม.ดี ผมเคยทำงานร่วมกับ ดร.พิจิตต รัตตกุล เป็นที่ปรึกษา และผมเองก็เป็นสส.กทม. 12 ปี จึงเข้าใจดี และรู้ว่าจะต้องเจออะไรถ้าได้รับเลือกตั้ง ดังนั้นไม่ได้ตกใจ ไม่กังวล มีปัญหาอะไรก็พยายามแก้ไขไป ที่สำคัญคือเราต้องทำงานอย่างเต็มที่และให้ทุกคนเห็นว่าเราทำงานด้วยความจริงใจ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแล้วอย่างอื่นผมคิดว่ามันก็จะตามมาเอง

แต่ถ้าถามว่าประสบการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้ผมมีความพร้อมหรือไม่ในการเป็นผู้ว่าฯ กทม. ผมก็ขอเรียนเลยว่าไม่มีประสบการณ์ใดของคนไหนจะทำให้มีความพร้อมเป็นผู้ว่าฯ กทม. เพราะว่าเป็นงานที่ไม่เหมือนอะไรเลย ในหลายทางยากกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ประการแรกคือ นายกรัฐมนตรีมีกระทรวง ทบวง กรม ที่มีความรับผิดชอบทางกฎหมายช่วยงานอยู่นะครับ กระทรวงต่างๆ นี้มีกฎหมายรองรับ รัฐมนตรีมีหน้าที่ตามกฎหมาย ดังนั้นต้องรับผิดชอบแต่ละส่วน เพียงแต่ว่าอีกส่วนหนึ่งต้องรับผิดชอบร่วมกันในฐานะที่เป็นคณะรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีไม่ต้องรู้เรื่องทุกเรื่องในรายละเอียด แต่กทม.ตรงกันข้ามเลย ผู้ว่าฯ รับผิดชอบจริงๆ แล้วแต่เพียงผู้เดียวในแง่ของการเมือง และต้องรู้รายละเอียด หน่วยงานต่างๆ ของกทม.ที่เปรียบเสมือนกระทรวง ทบวง กรม ทุกกระทรวง ยกเว้น 2 กระทรวงคือกระทรวงเกษตรฯ กับกลาโหม อย่างอื่นมีครบหมดแม้แต่ตำรวจเราก็ยังคือเทศกิจ เป็นประเทศน้อยๆ และผู้ว่าต้องรู้งานในทุกส่วนด้วย จะมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ ก็ได้แต่ว่าความสนใจพุ่งไปที่ตัวผู้ว่าฯ อย่างสื่อมวลชนถ้าหากผู้ว่าอยู่จะไม่สัมภาษณ์คนอื่น จะสัมภาษณ์ผู้ว่าฯ คนเดียวในทุกเรื่อง ดังนั้นต้องรู้ทุกเรื่อง หรือถ้าไม่รู้ทุกเรื่องก็ต้องพยายามให้รู้ทุกเรื่องนี่คือข้อแตกต่างอย่างหนึ่ง

ข้อแตกต่างประการที่สองคือ เวลาเสนองบประมาณ นายกรัฐมนตรีสถานภาพมั่นคงกว่าผู้ว่าฯ เพราะว่านายกรัฐมนตรีเวลาเสนองบประมาณ ถ้าสส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ผ่านงบประมาณอะไรเกิดขึ้นครับ…นายกฯ โดยมารยาทคือลาออก หรือสามารถยุบสภาไปเลยก็ได้ถ้าไม่ผ่านฯ แต่ผู้ว่ากทม.นี้ถึงแม้จะมีเสียงข้างมากในสภากทม.ก็ตาม แต่ว่าไม่มีไม้เรียวในการบังคับให้สก.หรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานครผ่านงบประมาณ ดังนั้นเป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ละเอียดอ่อน ต่างจากงบประมาณแผ่นดินครับ มันก็ต้องทำ แต่ความหมายของผมก็คืองานนี้อาจจะยากกว่างานนายกฯ ด้วยซ้ำ มันอยู่ที่การแปรญัตติ แต่ว่าอย่างไรก็ต้องผ่านอยู่แล้วครับ แต่ผู้ว่ากทม.นี่ไม่แน่นอนนะครับ ถ้าบริหารจัดการไม่ดีแล้วไม่ผ่านฯ ก็ยุ่งนะครับ ดังนั้นคนที่เป็นผู้ว่าฯ อิสระในอดีตจึงต้องพยายามตั้งพรรค หรือตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้มีสก.ให้ได้ ดร.พิจิตต ต้องมีกลุ่มมดงาน พลตรีจำลองตั้งพรรคพลังธรรมขึ้นมา เพื่อจะได้มีสก. ดังนั้นผมจึงบอกว่าไม่มีอะไรในชีวิตสามารถเตรียมบุคคลให้มีความพร้อมในการเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ แต่ผมก็คิดว่าผมพร้อมที่สุดแล้วเพราะผมสัมผัสกับงานกทม.มานานแล้ว และผมรู้จักสก.ทุกคนเพราะว่าผมเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งสก.มา 2 ครั้งให้กับพรรคประชาธิปัตย์ดังนั้นผมก็มีส่วนบวกในบางเรื่อง ผมก็มีคนรู้จักทั้งในพรรคและนอกพรรคเยอะทำให้การประสานงานซึ่งเป็นงานสำคัญส่วนหนึ่งสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ไฮคลาส : การที่คุณชายเข้ามาทำงานนี้สามารถตรวจสอบและระงับการบานปลายและระงับการทุจริตคอรัปชั่นได้มากน้อยเพียงใด ณ ตอนนี้

“ระงับการบานปลายฯ ได้” ผมชอบคำนี้ จะยกเลิกจะระงับทั้งหมดไม่ได้ ไม่มีที่ไหนที่ปราบคอรัปชั่นได้ 100% ไม่มีเมืองไหน หน่วยงานไหน ประเทศไหนทำได้ แต่ว่าอย่าให้บานปลายก็แล้วกัน และคะแนนที่ผมผ่านฉลิวจากโพลของม.กรุงเทพคือความซื่อสัตย์สุจริตนะครับ ผมคิดว่าเป็นส่วนสำคัญแต่ว่าสื่อมวลชนจะไม่เน้นตรงนี้

ไฮคลาส : 4 ปีของกทม. ภายใต้การนำของคุณชายและคณะทำงานจะไปในทิศทางไหน และอนาคตของกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไรบ้าง

ผมอยากรีบจัดการเรื่องส่วนที่เป็นซอฟต์แวร์ก่อน การศึกษามันต้องใช้เวลาก่อนที่จะแสดงผล เริ่มทำเดี๋ยวนี้แต่มันต้องใช้เวลาสักนิดนึง เรื่องปัญหาปากท้องผมถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินเฉพาะหน้าต้องรีบทำ เรื่องการแพทย์ก็เหมือนกันต้องรีบวางแผนตอนนี้ โรงพยาบาลต้องใช้เวลาก่อสร้างอีกหลายปี ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลอย่างเดียวแต่ต้องหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย และแพทย์พยาบาลด้วยผมจึงรีบทำสิ่งเหล่านี้ก่อน แต่ว่าภายใน 4 ปีนี้ ระบบขนส่งมวลชนต้องขยายหรืออย่างน้อยมีการวางแผนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พื้นที่สีเขียวจะต้องเพิ่มขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5,000 ไร่ จะต้องมีลานกีฬา มีการส่งเสริมกิจกรรมของเยาวชนทั้งกทม.และได้ดำเนินการไปแล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาเพื่อจะเห็นผล

ไฮคลาส : นโยบายที่พูดถึงส่วนมากเป็นการพูดถึงคนระดับรากหญ้าแต่กทม.ก็มีชนชั้นกลางด้วย มีอะไรที่เป็นของขวัญให้กับคนกลุ่มนี้บ้าง นอกเหนือจากระบบขนส่งมวลชน

พื้นที่สีเขียวก็เป็นของคนทุกระดับชั้น และผมก็เชื่อว่ากิจกรรมเยาวชนที่เรากำลังทำขึ้นมานั้นชนชั้นกลางก็จะมีส่วนได้ด้วย เรื่องการแพทย์ เหล่านี้ผมคิดว่าได้อยู่แล้ว ล่าสุด มีการเปิดพื้นที่ใหม่ โดยจุฬาลงกรณ์เปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรมเยาวชน เพื่อการแข่งบาสเก็ตบอลแป้นเดียว แข่งฟุตซอล ปีนหน้าผาจำลอง มีพวกการเล่นดนตรี การเต้นบีบอย การวาดกราฟิตี้ ฯลฯ จะจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ลานหน้าฮาร์ดร็อคคาเฟ่ สยามสแควร์ นี่คือขั้นแรก ผมมองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดกิจกรรมให้เยาวชนดีกว่าเล่นคอมพิวเตอร์ในร้านหรือที่บ้านหรือทำอย่างอื่นที่แย่กว่านั้น

ถัดมาคือ ลานหน้าหอศิลป์ฯ กทม.ผมจะทำเป็นลานเยาวชนเมือง โดยให้มาเล่นดนตรีได้ เต้นฮิพฮอพ ต่างๆ วาดรูป ฯลฯ ให้เยาวชนมีกิจกรรม ผมอยากให้ 2 แห่งนี้เป็นตัวอย่างที่จะขยายผลไปทั่วกรุงเทพมหานคร เพราะยังมีศูนย์การค้าอีกเยอะมากที่มีพื้นที่พอ เราขอใช้เพียง 1 วันต่อสัปดาห์และมันเป็นเรื่องดีสำหรับเขาด้วย วันก่อนผมไปที่ไอทีสแควร์ที่ถนนวิภาวดีรังสิตเขาก็มีพื้นที่ที่จะสามารถจัดสิ่งเหล่านี้ได้ ถ้าสามารถทำได้ทั่วเมืองจะทำให้เยาวชนของเรามีอะไรทำ เมืองนอกเยาวชนเขามีกิจกรรมทำตลอดเวลา นี่เราต้องกระตุ้นหน่อยเพราะว่ามันไม่สามารถเกิดขึ้นโดยธรรมชาติได้

ไฮคลาส : เมื่อปีที่แล้วกระแสแรงมากคือประเด็นโลกร้อน กรุงเทพฯ ได้เตรียมการสำหรับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพื้นดินทรุดลงทุกปี

น้ำท่วมกรุงเทพฯ อยู่แล้วครับ และในช่วงหาเสียงผมเป็นผู้สมัครฯ คนเดียวที่พูดถึงเรื่องนี้นะครับ และผมได้ศึกษาเรื่องนี้แล้วเพียงแต่ว่ามาตรการนั้นต้องดูให้ดีและจะต้องเป็นมาตรการที่ยั่งยืนสอดคล้องกับเงื่อนไขข้อจำกัดด้านงบประมาณของเราด้วย ท่วมแน่ๆ ครับ ถ้าสภาวะแวดล้อมเป็นอย่างนี้ต่อไประดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น และถ้าแผ่นดินของกทม.ทรุดลงเหมือนกับที่เป็นอยู่ในขณะนี้เป็นไปได้เลยว่าปี ค.ศ. 2005 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น 50 เซนติเมตร ซึ่งหมายความว่าเขตบางขุนเทียนจะจมน้ำไปเยอะมากเลย แล้วจะทำอย่างไร วิธีนั้นมีหลายวิธีครับ วิธีแบบเนเธอร์แลนด์คือใช้ระบบเขื่อนกับระบบคลองเป็นแนวป้องกันอันนี้ทำได้แต่แพงมาก แพงจริงๆ ฮอลแลนด์เขาทำมาหลายร้อยปีแล้วก็เลยเป็นการลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ของเราถ้าจะทำแบบนั้นต้องลงทุนครั้งใหญ่ อย่าลืมว่าลงทุนแค่บางขุนเทียนไม่ได้จะต้องสมุทรปราการและสมุทรสาครด้วย พื้นที่ของเราก็ต่างกับเนเธอร์แลนด์ด้วย ของเขาทำค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่ของเรานั้นถ้าจะทำอย่างนั้นต้องสร้างเขื่อนเป็นแนวประมาณ 100 กิโลเมตร อย่างน้อยครอบคลุมถึงสมุทรสาครและสมุทรปราการ และเราต้องขุดคลองครับ กรุงเทพฯ ทางด้านตะวันตกแนวคอลงนั้นขวางทางน้ำเพราะเป็นคลองที่อำนวยความสะดวกในการขนส่งระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตก ไม่ใช่เหนือ-ใต้ ดังนั้นถ้าจะทำระบบนี้เราต้องขุดคลองแนวเหนือ-ใต้ เพราะเขื่อนอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีวิธีระบายน้ำด้วย นี่เป็นวิธีหนึ่ง

สำหรับอีกวิธีหนึ่งคือการหาวิธีให้ขี้ตะกอนสะสมไปเรื่อยๆ แล้วปลูกป่าชายเลนค่อยๆ รุกเข้าไปในทะเลวิธีนี้ใช้เวลานานแต่เป็นวิธีที่ยั่งยืนและลงทุนน้อย ส่วนจะใช้วัสดุใดกำลังพิจารณาดู ไม่ได้ละเลยแต่ว่าปัญหานี้มันยังมีเวลาสักนิดนึงที่จะวางแผน เมื่อวางแผนก็ต้องวางแผนอย่างครบวงจรและถ้าเดินหน้าแล้วจะถอยหลังไม่ได้ต้องเดินหน้าไปทางนั้นมิฉะนั้นจะสูญเสียไป

ไฮคลาส : แล้วถ้าหากสมัยหน้าคุณชายเขยิบขึ้นไปกลับไปสู่สนามการเมืองระดับชาติ มีโอกาสเพียงใดที่ผู้นำกทม.รุ่นต่อไปจะสานต่อ

เอาให้รอด 4 ปีก่อน (หัวเราะ) ก็แล้วกัน แต่ผมชอบวิธียั่งยืนมากกว่า ปลูกป่าชายเลนไปเรื่อยๆ และมีเสน่ห์มากนะครับ เป็นการท่องเที่ยวได้เพียงแต่ว่าประชาชนที่ที่ดินถูกกัดเซาะไปแล้วก็สูญเสียที่ดินไป กรุงเทพมหานครอาจจะขอซื้อในราคาถูกก็ได้เมื่อเขายกกรรมสิทธิ์ให้เราเราก็ปลูกป่าชายเลน

ไฮคลาส : ภาพที่เห็นได้ชัดคือกรุงเทพฯ สามารถแก้หรือบรรเทาปัญหาน้ำเหนือในฤดูน้ำหลากได้แล้ว แต่ว่าน้ำทะเลหนุนยังไม่สามารถแก้ได้อย่างเต็มที่

ทางด้านตะวันตกยังไม่ค่อยได้เท่าไรนักเพราะว่าคลองมันขวางทางน้ำ ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ ไม่มีปาฏิหาริย์ใดหรอกครับที่จะทำแก้ปัญหาได้ถ้าหาก 3 อย่างมันมาพบบรรจบกันคือ 1) ฝนตกหนัก 2) น้ำเหนือหลาก และ 3) น้ำทะเลหนุน

ไฮคลาส : แล้วคุณชายได้ทำภารกิจที่ไปยืนตากฝนใส่รองเท้าบูทบัญชาการแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้วหรือยัง

ผมไปตรวจน้ำท่วมแล้ว วันนั้นไปเงียบๆ ครับ

ไฮคลาส : ช่วงเวลาก่อนหน้านี้กรุงเทพฯ เป็นสมรภูมิแดงเดือด คุณชายก็ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่นนี้เราจะสามารถแก้หรือบรรเทาความรุนแรงหากครั้งหน้าเกิดมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

มันต้องแก้ไขในทุกระดับนะครับแต่ผมได้ทำในส่วนของผมแล้ว ประการแรกผมได้ประกาศตัวตั้งแต่ต้นว่าผมไม่มีสีนะ ผมตาบอดสี ใครจะชุมนุมประท้วงผมก็ให้อำนวยความสะดวกทุกอย่างนะครับ จะไม่เห็นสุขุมพันธุ์โต้วาทีกับใครในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ผมถือว่างานกทม.ไม่ใช่งานการเมืองแต่เป็นงานทุกข์สุข คนที่มาชุมนุมก็เป็นประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กทม.เราก็ต้องดูแลอยู่แล้ว เหล่านี้ไม่มีปัญหาและผมก็ได้ทำในส่วนนี้แล้ว และในส่วนของโรงเรียนสังกัดกทม.ผมได้มีกิจกรรมสอดแทรกเข้าไปซึ่งจะทำเป็นหลักสูตรอย่างเป็นกิจจะลักษณะในระยะยาว คือ กิจกรรมที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ รักชาติอย่างสร้างสรรค์ ให้เด็กรักสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รู้ว่าประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นอย่างไร สอดแทรกเข้าไป เช่น กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมในช่วงเย็น ต่อไปจะอยู่ในหลักสูตรเลย ผมมองว่านักเรียนคือผู้ที่สามารถกระจายความคิดได้เร็วที่สุด

ไฮคลาส : งานหนักอย่างนี้คุณชายก็ยังยิ้มได้

ยิ้มอยู่แล้ว…งานกทม.เป็นงานที่สนุกจริงๆ ยกเว้นคดีเก่าๆ นะครับ (หัวเราะ) เป็นงานสนุกเพราะว่าไม่มีโอกาสที่จะเบื่องานหนักแต่ไม่มีโอกาสที่จะเบื่อ วันหนึ่งอาจจะทำหลายกรรมหลายวาระ อย่างเมื่อวานนี้ช่วงเช้าอาจจะไปทำความสะอาดโรงเรียนสวนกุหลาบ บ่ายไปทำความสะอาดตลาดนางเลิ้ง แต่ตอนเย็นอาจจะไปงานไฮโซ มันมีความหลากหลายมาก ก็เป็นห่วงเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี่แหละครับ กลัวคนตื่นตระหนก ตื่นตัวได้แต่อย่างตื่นตระหนกมันถึงขั้นคอขาดบาดตายน้อยมากแต่ว่าไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์

ไฮคลาส : เมื่อยามที่เหนื่อย หรือปัญหาเข้ามาเยอะแยะนึกถึงที่พึ่ง หรือสิ่งใดที่จะเป็นแรงใจให้เราฮึดสู้เข้ามา

นึกถึงคะแนนเสียง 93,000 กว่าคนครับ เพราะว่าเราทำให้เขาผิดหวังไม่ได้ แม้แต่คนที่ไม่ได้ลงคะแนนเสียงให้ผมผมก็คิดว่าเขาฝากความหวังไว้กับผม ดังนั้นในช่วงเวลา 4 จะให้ผิดหวังไม่ได้ แค่เดือนสองเดือนผิดหวังก็ช่างเถอะครับเพราะว่าผมก็ไม่คิดว่าการสำรวจทั่วถึงเท่าไหร่นัก รู้สึกม.กรุงเทพฯ สำรวจจากประชากรพันกว่าคนเท่านั้นเอง

ไฮคลาส : ทุกวันนี้พอเหนื่อยๆ แล้วกลับไปบ้านพักผ่อนทำอะไรแล้วสบายใจ เพราะในอีกด้านหนึ่งคุณชายก็ชอบศิลปะ ชอบสุขนิยมมีไลฟ์สไตล์ที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง

ผมก็ทำเหมือนเดิมนะครับ แต่เพียงอาจจะมีเวลาน้อยกว่าเดิม ผมก็ดูหนัง ฟังเพลง ในประเภทของกิจกรรมไม่ได้ต่างจากเดิม ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังผมก็ยังทำอยู่ แต่เรื่องเครียดนั้นผมเป็นคนที่เครียดไม่นานนัก อาจจะเครียดสักนิดเดี๋ยวก็หายแล้วคิดว่าเป็นเพราะผมเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน และมีความตระหนักในหน้าที่อย่างไรก็ต้องทำหน้าที่อยู่แล้วจะเครียดไปทำไม เครียดมันเป็นลบมากกว่า งานก็ต้องทำอยู่แล้ว เครียดก็ต้องทำ ไม่เครียดก็ต้องทำ ดังนั้นไม่เครียดไม่ดีกว่าเหรอ

ไฮคลาส : เป็นคนที่เชื่อในเรื่องโหราศาสตร์ไหม เช่น ดวงเมือง ที่มักจะพูดๆ กัน

ตั้งแต่เป็นนักการเมืองมีความเชื่อมากขึ้นในเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าทำไม ถ้าตอนเป็นนักวิชาการชีวิตมันค่อนข้างแน่นอน แน่นอนคือรู้ว่าภารกิจของเราต้องทำอะไร ต้องสอนหนังสือ ต้องคุมสอบ ต้องเข้ปาระชุม ต้องเดินทางไปต่างประเทศไปร่วมประชุม ต้องเขียนหนังสือ ฯลฯ มันชัดเจน ดังนั้นเราก็จัดเวลาของเราเองได้เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นชีวิตแน่นอน แต่ชีวิตนักการเมืองไม่แน่นอนนัก โหราศาสตร์มันเป็นการแสวงหาความแน่นอนท่ามกลางความไม่แน่นอน ชีวิตของนักการเมืองไม่แน่นอนนะ วันนี้อยู่สูง อีกวันหนึ่งอาจจะตกต่ำสุดก็ได้ นักการเมืองเวลาขึ้นก็ขึ้นสูงได้อย่างมากเวลาตกก็ตกอย่างไม่เป็นท่าเลย ดังนั้นชีวิตไม่แน่นอน ผมจึงเชื่อว่าการเมืองเชื่อโหราศาสตร์ เพราว่าต้องการแสวงหาความแน่นอนท่ามกลางความไม่แน่นอน และโหราศาสตร์มันให้ความแน่นอนว่าถ้าทำอย่างนี้นะ ช่วงนี้อยากจะทำอะไรทำไปเพราะดวงดี แต่ต่อมา…ช่วงนี้ต้องระวังตัวหน่อยนะ ผมอาจจะไม่เชื่อเต็มร้อยแต่ผมไม่ดูหมิ่น ผมคิดว่าเรื่องเหล่นี้จะเชื่อมากเชื่อน้อย แต่อย่าดูหมิ่นนะครับ เพราะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังมีในบ้านเมืองของเรา เราควรจะเคารพและคำนึงถึง ให้ความสำคัญต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ไม่นึกถึงเลยไม่ได้

ไฮคลาส : คิดว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริงไหม

พระสยามเทวาธิราชมีครับ ผมคิดว่าแต่ว่าท่านก็มีข้อจำกัด ถ้ามนุษย์มันเลวถึงขั้นหนึ่งก็คงช่วยมากไม่ได้ เราก็ต้องช่วยตัวเองด้วย แต่ผมคิดว่าให้ดูประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์เราก็โชคดีนะ ไม่เพียงแค่พระมหากษัตริย์ และผู้นำต่างๆ มีความชาญฉลาด ทรงปรีชาสามารถเท่านั้นแต่ว่าที่สำคัญเราก็ดวงดี ดวงดีที่สมัยเขาล่าอาณานิคมกันอังกฤษกับฝรั่งเศสทะเลาะกันเรื่องเรา (สยาม) เลยไม่อยากให้ใครเข้ามาครอบครอง ถือว่าเราก็โชคดีส่วนหนึ่ง การดำเนินการทางการทูตอย่างชาญฉลาดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารอดพ้นมาได้แต่ว่าก็โชคดีเหมือนกัน

ไฮคลาส : ในส่วนของวิถีชีวิตการทำงานทางการเมืองตอนนี้ใกล้จะถึงที่สุดแล้วหรือยัง

ผมไม่เคยคิดว่าจะอยู่บนเวทีการเมืองจนตายนะ ผมคิดว่าถ้าผมไม่สามารถทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมโดยวิถีทางทางการเมืองแล้วผมก็ไปทำอย่างอื่น หรือถ้าผมไม่ได้รับเลือกตั้งในทางใดทางหนึ่งข้างหน้าผมก็ไม่ได้เสียใจเพราะงานต่างๆ ของผมก็มีอยู่แล้ว เป็นงานสาธารณะประโยชน์ทั้งนั้นที่ผมทำ ผมตั้งใจตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยมอยู่แล้วว่าผมจะทำงานให้แก่ส่วนรวมและผมก็ทำแบบนี้มาตลอด ไม่ได้รังเกียจภาคเอกชนแต่ผมได้ตั้งใจไว้อย่างนี้ ผมเป็นข้าราชการประจำ 17 ปี เป็นข้าราชการการเมืองหลังจากนั้นมา 13 ปีแล้ว ดังนั้นผมก็ทำตามที่ตั้งใจไว้ ไม่เคยรับเงินเดือนจากภาคเอกชน ไม่ได้รังเกียจเอกชนแต่ว่าผมตั้งเข็มทิศมาทางนี้ และถ้าด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งไม่สามารถอยู่ในการเมืองได้ก็มีเรื่องอื่นต้องทำ เรื่ององค์กรสาธารณะประโยชน์ ผมไม่เคยคิดว่าผมจะอยู่จนกระทั่งวันตาย

ไฮคลาส : แต่ว่าผู้ว่าฯ กทม. ที่มาเป็นนายกฯ ก็มี ที่เกือบจะได้เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงการเมืองก็มีนะ

มีคุณสมัครคนเดียวแต่นั่นมีกรณีพิเศษนะ มีเรื่องบ้านเลขที่ 111 ก็เลยได้เป็นนะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้เป็น เรียกว่าส้มหล่น

ไฮคลาส : ทำงานเป็นผู้ว่ากทม.ต้องแข็งแรงกว่ามิติต่างๆ ที่คุณชายเคยผ่านมา

แน่นอนครับ งานมันหลากหลายมาก และเราต้องตั้งสติตลอดเวลาแม้กระทั่งการวางตัวของเรา การทักทายคน การยิ้มและไม่ยิ้มเป็นเรื่องสำคัญนะครับเพราะว่า 4 ปีนี้ชาวบ้านบางคนอาจจะเจอเราแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าเราหน้ามุ่ยใส่ เราหงุดหงิดด้วยเรื่องอื่นเขาก็จะจำเราได้ว่าเราเป็นคนที่หงุดหงิดไม่ยิ้มแย้ม ไหว้ก็ไม่รับไหว้ เราต้องตั้งสติอยู่ตลอดเวลา เราเป็นคนของประชาชน เราเหมือนกับปลาที่อยู่ในตู้ปลาตลอด นี่คือสิ่งที่ผมบอกกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกทม.ว่าการทำงานสมัยนี้เหมือนกับเราเป็นปลาอยู่ในตู้ปลา ในที่สุดแล้วคนก็เห็นว่าเราทำอะไรอยู่ ดังนั้นต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ปลาบางตัวนึกว่าหลบอยู่ในปะการังแล้วจะไม่มีใครเห็นว่าทำอะไรอยู่ แต่วันหนึ่งก็ต้องออกจากปะการัง หรือถ้าคนกลับไปมองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นว่าเราทำอะไรอยู่ในปะการัง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือคิดว่าคนสามรถเห็นได้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษว่าทำอะไรต้องโปร่งใส

ไฮคลาส : ภาวะผู้นำต้องประกอบด้วยอะไรบ้างสำหรับตำแหน่งนี้

ภาวะผู้นำต้องมีอยู่แล้ว แต่ภาวะผู้นำนี้มีหลายรูปแบบด้วยกัน ถึงแม้ผมจะเป็นคนของพรรคแต่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพรรคอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะพี่น้องประชาชนจำนวนมากจะต้องเลือกผมด้วย เราต้องดูแลเขาด้วย ผมไม่ได้เป็นห่วงในเรื่องนี้

ไฮคลาส : กับการทำงานกับข้าราชการ

การขับเคลื่อนข้าราชการประจำเป็นปัญหาสำคัญสำหรับทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กทม.เท่านั้น เราเพียงต้องรู้ว่าจะกดปุ่มอย่างไร ต้องขับเคลื่อนอย่างไรเท่านั้นเอง และผมคิดว่าผมมีทีมที่สามารถควบคุมได้ มีทีมงานรองผู้ว่าและที่ปรึกษาที่ช่วยกันกดปุ่มได้

ไฮคลาส : ประเด็นนี้ไม่ถามไม่ได้พอได้เจอตัวจริงขอถามถึงเหตุการณ์ในอดีต ภาพที่คนทั่วไปยังคงจดจำได้คือ เมื่อ 10 ปีที่แล้วที่คุณชายไปเป็นตัวประกันแทนผู้ที่ถูกจับตัวประกันทั้ง 5 คนเมื่อครั้งก๊อด อาร์มี่ บุกยึดสถานทูตพม่ายังคงติดตาคนไทยจำนวนมาก ซึ่งครั้งนั้นไม่เกิดการสูญเสียชีวิต แล้วสำหรับคุณชายผ่านมานานแล้วยังจดจำได้ส่วนใดได้บ้าง

จำได้สิครับ แรกเริ่มเลยผมไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะว่าที่อาสาก็เพราว่าตอนนั้นรู้สึกว่าการเจรจามันถึงทางตัน การประชุมเกี่ยวกับเรื่องปัญหานี้ก็เพิ่งจบไป และผมก็นั่งเป็นกำลังใจกับนายกฯ ชวน ผมเป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่นั่งอยู่ แล้วท่านนายกฯ ชวนมีดำริขึ้นมาว่าน่าจะเสนอให้แลกตัวประกัน ให้ผู้ใหญ่ของเราคนหนึ่งเข้าไปแลกกับตัวประกันคนอื่นทั้งหมดออกมา ผมก็เป็นรัฐมนตรีในห้องนั้น และมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพราะผมไม่สามารถจะบอกว่าเสนอปลัดฯ หรืออธิบดีกรมเอชัยตะวันออกไปแทน ผมก็เสนอตัวเอง ไม่คิดว่าท่านนายกฯ ชวนจะพยักหน้า ตอนนั้นดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการฯ ไม่อยู่ ผมรักษาราชการแทน พอท่านนายกฯ ชวนจะพยักหน้าปรากฏว่าท่านพยักหน้าผมก็ต้องเดินหน้าต่อไปผมเป็นลูกผู้ชาย

ไฮคลาส : ในตอนนั้นคุณชายคาดว่านายกฯ ชวนจะพูดอะไร

คิดว่าจะบอกว่า “อาวุโสเกินไป เดี๋ยวให้ข้าราชการทหารหรือตำรวจไป ให้นายพลคนนั้นไป จะได้ดูแลตนเองได้ด้วย” แต่เมื่อท่านมองหน้าผมแล้วก็พยักหน้า ผมก็เป็นลูกผู้ชาย ครั้นจะบอกว่า “ท่านนายกฯ ครับผมพูดเล่นนะครับ ไม่ซีเรียสนะ ชิลชิลนะ” ก็ไม่ได้ แล้วเผอิญพวกกะเหรี่ยงก็รับข้อเสนอ (แลกตัวประกัน) ผมก็เลยไป ผมก็กลัวนะครับทำไมจะไม่กลัว แต่ก็ถือว่าเราทำอย่างไรได้ ผมไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น ผมเป็นตัวแทนของรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมาทำตัวหงอ ทำตัวสั่นก็ไม่ได้ ก็ต้องทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็ไป อีกอย่างหนึ่งผมมองว่ามันคงไม่อยากจงใจฆ่าเรา เพราะว่าถ้าฆ่าเรามันก็ไม่มีแผ่นดินจะอยู่เพราะอยู่พม่าไม่ได้แล้ว มันมาอาศัยอยู่ในเมืองไทย ถ้าฆ่ารัฐมนตรีไทยก็ไม่มีประเทศไหนเขารับแล้ว ดังนั้นจึงไม่จงใจทำร้าย แต่ในขณะเดียวกันอันตรายมันอาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุเช่น ไอ้จอห์นนี่มันไม่ได้นอนมากี่ชั่วโมงก็ไม่รู้ แล้วมันก็ถือลูกระเบิดอยู่ในมือซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันถอดสลักแล้วหรือยัง ผมก็กลัวตรงนี้แต่ว่าจะทำเหมือไม่รู้ไม่ชี้เพราะว่ายิ่งทำเป็นกลัวก็อาจจะยิ่งหนักมากขึ้นก็ได้ ยิ่งไปกันไปใหญ่เราพูดให้เขาสงบลงไม่มีใครทำอะไรแล้วเราก็ไปไปส่งเขา

ไฮคลาส : แล้วคนในครอบครัวอย่างภรรยาไม่หยิกเอาหรือ

ตอนนั้นภรรยา (สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา) อยู่ต่างประเทศ ผมไม่บอกพ่อผม มีลูกชายคนเล็ก (หม่อมหลวงวราภินันท์ บริพัตร) ก็ยังเล็กเกินไปที่จะบอก ลูกชายคนโต (หม่อมหลวงพินิตพันธุ์ บริพัตร) ก็โตพอที่จะรู้เรื่องแล้วแต่ว่าเขาเปลี่ยนเบอร์มือถือ เลยไม่รู้จะบอกเขาอย่างไร มีเลขาฯ ผมคุณป้อม (เพ็ญนภา ไพศาลศุภนิมิต) ให้ช่วยหาเบอร์ลูกชายคนโต ดังนั้นป้อมจึงเป็นคนแรกที่ไม่ใช่คนในทำเนียบที่รู้ ผมไม่กล้าบอกพ่อผม (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์)

ไฮคลาส : สิ่งหนึ่งที่ทำให้โดดเด่นด้วยบุคลิกประนีประนอม ใจดี ไม่ก้าวร้าวของคุณชาย

คนมักจะคิดว่าคนที่เด็ดขาด หรือกล้าหาญจะต้องพูดจาโฮกฮากด้วย ซึ่งที่จริงแล้วในประวัติศาสตร์นี้ไม่จำเป็นนะครับ คนที่เด็ดขาดที่สุดคนหนึ่ง คนที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ คือฮิตเลอร์ พูดจานุ่มนวลนะครับ รักสุนัข รักเด็ก รักศิลปะ รักเดียวใจเดียว ดีหมดทุกอย่างยกเว้นเรื่องการเมือง ดังนั้นทำไมคนที่เด็ดเดี่ยวจำเป็นจำต้องโฮกฮาก

ไฮคลาส : สืบเนื่องจากกรณีนั้น อยากทราบตามประสาชาวบ้านว่าคุณชายห้อยพระอะไรในวันนั้น

มีคนถามเยอะนะครับ (หัวเราะ) แต่วันนั้นห้อยพระน้อยกว่าวันนี้นะ (หัวเราะร่า) ห้อยพระของทางบรรพบุรุษของผม คุณตาของผมเป็นคนที่สะสมพระเครื่องพระสมเด็จฯ

ไฮคลาส : เคยมีอภินิหารเมื่อภัยมาถึงตัวเช่นพระสั่น หรือนิมิตเตือน

ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ว่าทำให้ผมมั่นใจในระดับหนึ่ง อย่างวันที่แลกตัวประกันอาจจะเป็นการปลอบใจตนเองก็ได้เพราะว่าผมรู้ว่าวันนั้นไม่ใช่วันตายของผม อาจจะเป็นการปลอบใจตัวเองก็ได้นะแต่ผมรู้ว่าวันนั้นไม่ใช่วันตาย ผมจะต้องมีชีวิตอยู่หลังจากนั้น แต่มันก็แปลกนะความสังหรณ์ใจ ผมก็นั่งอยู่กับเสธ.หนั่น (พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น) เจรจากันแล้วผมขอกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านพออาบน้ำเสร็จก็สังหรณ์ใจมีอะไรก็ไม่รู้ แล้วผมก็ไปหาพ่อ พอดีอยู่บ้านเดียวกันบอกว่าเดี๋ยวกลับไปที่เขาเจขรจากัน พอคงสังหรณ์ใจกัน ผมเดินผ่านไปแล้วท่านก็เรียกตัวกลับมาหลังจากผมเดินไปแล้ว บอกว่า “อย่าทำอะไรบ้าๆ บอๆ นะ” (หัวเราะ) ทำให้พอต้องรับหน้าที่นี้ผมก็เลยไม่กล้าบอกพ่อเลย ไม่เคยนึกว่าตอนนั้นจะต้องถึงการแลกตัวประกัน แต่สังหรณ์ใจอะไรสักอย่างว่าวันนี้มันรู้สึกประหลาดๆ

ไฮคลาส : ซึ่งแตกต่างจากคนที่ร่ำเรียนเมืองนอกมานาน หรือบางคนที่เชื่อวิทยาศาสตร์ หัวสมัยใหม่ไม่อยากจะเหลียวไปมองในด้านของสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา

คิดว่าผมเป็นคนไทยถึงแม้ว่าจะไปอยู่เมืองนอก 16 ก็ตาม ที่ผมพูดมาในวันนี้มีภาษาอังกฤษแค่ “ซอฟต์แวร์” บางคนภาษาอังกฤษคำเว้นคำ เพราะคนนั้นไม่ได้ขึ้นกับว่าเรียนที่ไหนหรอกครับ ขึ้นอยู่กับว่าตัวเราเองเป็นคนอย่างไร จะต้องการเป็นคนไทยหรือว่าฝรั่งปลอม

ไฮคลาส : จากการเป็นตัวประกันครั้งนั้นทำให้หลายคนมองว่าคุณชายมีสายเลือดจากองค์ต้นราชสกุล คือ จอมพล สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่เคยเป็นองค์ประกันเมื่อครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครอง เหมือนกับถูกปลูกฝังว่าสามารถยอมเป็นตัวประกันในสถานการณ์ที่คับขัน

ผมมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำในวันที่แลกตัวประกันเท่านั้น วันนี้ก็ด้วยที่เป็นผู้ว่าฯ กทม.ผมไม่ได้ทำในฐานะที่เป็นตัวผมเองเท่านั้น แต่ผมเป็นส่วนหนึ่งของราชสกุลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ราชสกุลหนึ่งเพราะฉะนั้นจะทำไม่ดีไม่ได้

+++++++++++++++++++++

Text : วสิน ทับวงษ์

 

 

profiler01

Related contents:

You may also like...