โรคหืดรักษาไม่หาย แต่ป้องกันได้

sneezing

พ่อแม่หลายคนถามว่าทำไมลูกรักต้องเป็นหืด ทำไมเด็กคนอื่นไม่เป็น กวาดบ้านแต่ละครั้งมีแต่ความเครียด ไม่รู้ว่าทำไมกวาดบ้านแล้วลูกถึงหอบจนต้องหามส่งโรงพยาบาล พอมาโรงพยาบาลได้ยาพ่น ยากินก็หาย พอกลับไปบ้าน วันร้ายคืนร้าย ฝนตก เล่นตุ๊กตาหมีขนปุยขาวสะอาด หรือนอนอย่างมีความสุขบนที่นอนยัดนุ่นพลันต้องตื่นกันทั้งแม่ทั้งลูกหรืออาจจะทั้งครอบครัว

น่าแปลก! จากการพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็กที่ป่วยด้วยโรคหืดกว่าร้อยละ 80 ไม่รู้ว่าโรคหืดเกิดจากอะไร ทำไมลูกรักถึงได้มีอาการหอบขนาดนั้น รู้แต่ว่าถ้าหอบก็พาไปพบแพทย์ให้ยาดีขึ้นก็กลับบ้าน มีชีวิตอยู่เป็นปกติได้ไม่เท่าไหร่ก็เกิดอาการขึ้นมาอีก บางรายเป็นกะทันหันกลางดึกกลางดื่น ไม่ต้องหลับนอนกัน หลายครอบครัวได้แต่บ่นว่าทำไมโชคร้าย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

น่าตกใจไม่น้อย ที่หลายครอบครัวบอกตรงกันว่าเมื่อมารับการรักษาทั้งที่ห้องฉุกเฉินหรือหน่วยงานผู้ป่วยนอกแม้แต่ในหอผู้ป่วยเมื่อต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่เคยได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว หรือการบอกสาเหตุของโรค ตลอดจนการป้องกันโรคเลย
แม้ปัจจุบันโลกเราเป็นยุคสื่อสารฉับไว ข้อมูลข่าวสารมากมายที่ต้องการรู้สามารถค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ตหรือหนังสือ สุขภาพที่วางแผงเต็มไปหมด แต่เป็นความจริงที่ว่ากลุ่มคนส่วนหนึ่งอาจจะเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำที่ไม่มี โอกาสเข้าถึง พวกเขายังต้องรอบุคลากรทางสาธารณสุขให้คำแนะนำที่ถูกต้อง

บุคลากรทางสาธารณสุขมักไม่มีเวลาในส่วนนี้ เนื่องจากผู้ป่วยรอคิวยาวเหยียดทุกวันทุกเวร ยิ่งห้องฉุกเฉินแล้วไม่ต้องพูดถึง ผู้ป่วยโรคหืดส่วนใหญ่จะมีอาการนอกเวลาราชการ เช่น ยามค่ำคืนที่อากาศเริ่มหนาวเย็น เป็นต้น และพวกอุบัติเหตุรถชน รถคว่ำทั้งหลายก็ชอบมาเวลาเดียวกัน แพทย์พยาบาลก็ต้องให้เวลากับผู้ป่วยฉุกเฉินก่อน พวกหอบก็นั่งพ่นยาอยู่เดียวดายมุมหนึ่งของห้องฉุกเฉิน ไม่มีใครมีเวลามาให้คำแนะนำอย่างที่ควร อัตรากำลังพยาบาลขาดแทบจะทุกโรงพยาบาล

girl-sneezing


โรคหืดรักษาไม่หาย แต่ป้องกันได้

โรคหืดรักษาไม่หาย แต่ป้องกันได้ ถ้าสามารถควบคุมโรคไม่ให้มีอาการ อาจจะ 6 เดือน 1 ปี 2 ปี 3 ปีโดยไม่มีอาการ นั่นคือเราพอใจ เด็กป่วยด้วยโรคหืดมีตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกวันและมีอัตราการหอบเหนื่อยที่เข้าขั้นอันตรายจนต้องมานอนรักษาตัวเพิ่มมากขึ้น เมื่อหลายปีก่อนที่โรงพยาบาลมีเด็กโรคหืดคนหนึ่งเสียชีวิต พ่อแม่เด็กร้องไห้คร่ำครวญยังเป็นภาพที่จำติดตา คนมีชื่อเสียงในสังคม รวมทั้งดารานักแสดงป่วยด้วยโรคหืดก็มีจำนวนมากและมีหลายคนเสียชีวิตไปแล้วจากโรคนี้

โรคหืดเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากภูมิไวเกิน ในคนปกติเราได้รับฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้หรือไรฝุ่น เราจะไม่มีอาการหอบ อาจจะแค่จามไล่สิ่งแปลกปลอมสัก 2-3 ครั้งก็กลับเป็นปกติ แต่ในคนที่เป็นโรคหืดหรือภูมิไวเกินจะมีปฏิกิริยาตอบสนองทันที กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมจะหดเกร็ง มีการบวมของเยื่อบุ มีเสมหะที่เหนียวออกมาก ผู้ป่วยจะหายใจลำบาก โดยเฉพาะเมื่อหายใจออกเกิดอาการเหนื่อยมาก ถ้าเป็นมาก เวลาหายใจจะมีเสียงดังวี้ด ได้ยินโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง (stethoscope) เป็นมากๆ เข้าจะเหนื่อยจนไม่สามารถหายใจเข้าออกได้ ในบางรายจะรุนแรงมากทำให้เสียชีวิตได้

ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคหืดมากขึ้นเพราะสภาพบ้านเมืองเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนที่บ้านเมืองมีโรงงานอุตสาหกรรมน้อยมาก มองไปเห็นแต่ความเขียวชอุ่มของพืชไร่ อากาศสดชื่น สูดลมหายใจได้เต็มปอด เมื่อไร่นาหายไปพร้อมกับร่มไม้ใหญ่ ประเทศเปลี่ยนไปรับความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมเต็มที่ พื้นที่เกษตรกรรมลดลง พืชผักเต็มไปด้วยสารพิษฆ่าแมลง เราจึงมีโรคหืดเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แทบจะเหมือนกันทุกประเทศทั่วโลก ที่เมืองอุตสาหกรรมจะมีผู้ป่วยโรคหืดเพิ่มมากขึ้นเช่นนี้

การรักษาโรคหืดมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆแน่นอนยามีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันหรืออาจจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำก็คือวิธีปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเหมาะสมนั่นเอง

ขอขอบคุณความรู้จาก แพทย์หญิงภาวนา ตันติไชยากุล
Thanks to images from
http://www.miron-construction.com/wp-content/uploads/2011/10/sneezing.jpg
http://joycefied.files.wordpress.com/2010/04/girl-sneezing.jpg
http://img.webmd.com/dtmcms/live/webmd/consumer_assets/site_images/articles/health_tools/ear_infection_slideshow/jiu_rf_photo_of_boy_sneezing_in_field.jpg

Related contents:

You may also like...