ไมเกิล ไรท์

ข้าพเจ้าแรกพบไมเกิล ไรท์ ที่พุทธวิหาร ของคณะสงฆ์ลังกา ซึ่งตั้งอยู่ ณ เลขที่ 10 Ovington Gardens ตำบล Knightsbridge ของกรุงลอนดอน เวลานั้นท่านสัทธาติสสะเป็นเจ้าอาวาส โดยที่ยังไม่มีสำนักสงฆ์อื่นๆ ในอังกฤษ

ฝรั่งที่สนใจพุทธศาสนาทั่วๆ ไป ย่อมไปยังพุทธสมาคม ณ 58 Eceleston Square ซี่งมีนายคริสมัส ฮัมเฟรส์ เป็นประธาน ที่นี่ฆราวาสเป็นใหญ่ และเปิดกว้างในทางทุกๆ นิกาย หากเน้นที่การภาวนาแบบเซนเป็นเฉพาะ

สำหรับฝรั่งที่สนใจทางด้านเถรวาท ซึ่งใช้ภาษาบาลีเป็นหลัก ย่อมไปพุทธวิหาร ซึ่งมีการถวายทานและมีพระให้ศีล แล้วเทศนาเป็นภาษาอังกฤษ โดยเชิญฆราวาสแสดงปาฐกถาธรรมในวันอาทิตย์ด้วยบ้าง คนไทยที่มักไปพูดที่นั่น มีนายเลอสรร ธรรมพิชา กับข้าพเจ้าเป็นขาประจำ

ฝรั่งที่ไปถือศีลและฟังธรรมที่พุทธวิหาร มีจำนวนไม่มากนัก บางคนก็เคยไปบวชที่เมืองไทย ส่วนไมเกิล ไรท์นั้น ไม่ได้เน้นไปในทางชีวิตพรหมจรรย์ หากเขาสนใจวัฒนธรรมแบบพุทธ จนภายหลังมาศึกษาภาษาไทยในเมืองไทย จนแตกฉานและก็สนใจวัฒนธรรมลังกา ซึ่งโยงไปทางอินเดียใต้ โดยเขาเข้าถึงทั้งทางสิงหฬและทมิฬ

เขาเกิดที่เมืองเซาแธมป์ตัน เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๓ และเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ก่อนเข้ามาพำนักอยู่เมืองไทย แต่ พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยได้เข้าทำงานกับธนาคารกรุงเทพ มีฐานะเป็นเลขานุการฝ่ายต่างประเทศกลายๆ ของนายบุญชู โรจนเสถียร เขาสนใจเรียนภาษาไทย วัฒนธรรมไทยและโบราณคดี โดยอาศัยการศึกษางานประพันธ์ของพระยาอนุมาน

ราชธน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช และหนังสือสาส์นสมเด็จ

เขาเป็นบรรณาธิการวารสารภาษาอังกฤษของธนาคารแห่งนั้น และกล้ามาสัมภาษณ์ข้าพเจ้าเอาไปลงพิมพ์ด้วย ครั้นเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองเมื่อ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นั้น เขาต้องลี้ภัยไปอังกฤษ คล้ายๆ กับข้าพเจ้า โดยเราได้ไปพบกันที่นั่นอีก เขาเคยคิดจะเรียนขั้นอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยลอนดอน School of Oriental and African Studies แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ พอเหตุการณ์ทางเมืองไทยคลี่คลายลง เขาก็กลับมาเมืองไทยอีก และถือเอาเมืองไทยเป็นแดนตายเอาเลย

เขาเคยช่วยข้าพเจ้าชำระและจัดพิมพ์รวมบทกวีนิพนธ์ของอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นภาษาอังกฤษ Angkarn Kalayanapong: A Contemporary Siamese Poet และเขาเกือบจะเป็นฝรั่งคนเดียวที่เขียนภาษาไทยได้คล่อง นอกเหนือไปจากภาษาพูดของเขา ซึ่งก็เป็นไปอย่างไทยๆ ที่ใช้กูมึงอย่างถึงลูกถึงโคน ฉะนั้นที่เขาใช้นามปากกาไทย ว่านายเมฆ มณีวาจานั้น ออกจะไม่ตรงตามความเป็นจริงนัก เมฆ คงมาจาก ไมก์ ซึ่งเป็นคำใช้เรียกคนชื่อไมเกิล แต่มณีวาจา หรือมธุรสวาจา ออกจะไกลไปจากภาษาที่เขาใช้เป็นไหนๆ

นอกจากนี้ไมเกิล ไรท์ ยังได้รับการยกย่องจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ให้เป็นผู้มีอุปการคุณต่อวงการไทยคดีศึกษา ทั้งเขายังเป็นบุคคลผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ ในฐานะที่ใช้ภาษาไทยดีเด่นโดยกระทรวงวัฒนธรรมอีกด้วย

ไมเกิล ไรท์ สนิทสนมกับสุจิตต์ วงษ์เทศ และขรรค์ชัย บุนปาน เป็นเหตุให้ได้เขียนลงนิตยสารในสังกัดของสองคนนี้ เช่น ศิลปวัฒนธรรม และต่อมาได้ตีพิมพ์เป็นเล่มหลายเล่ม

ไมเกิล ไรท์ นับถือพุทธ ไปในทางผีๆ และผนวกเข้าไปกับไสยเวทวิทยาอย่างคนไทยทั่วๆ ไป เขาเข้าไม่ถึงสาระแห่งพุทธธรรม และเชื่อว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าล้าสมัยไปเสียแล้วกับโลกสมัยใหม่

ข้าพเจ้าเห็นว่า คนไทยชั้นนำทั่วๆ ไปก็เชื่อเช่นนั้น แต่ไม่กล้าแสดงออกอย่างตัวเขา

เมื่อมารดาเขาเสียชีวิตลงที่อังกฤษ เขาบอกว่าเขาได้รับมรดกมากพอเพียงแก่การยังชีพแล้ว ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครอีก อยากทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา แต่ความปรารถนาของเขาก็เพียงค้นคว้าเรื่องไทยวิทยา ซึ่งโยงไปยังลังกาวิทยา และภารตวิทยาเท่านั้นเอง

เขาเดินทางไปลังกาและอินเดียใต้บ่อย เพื่อค้นคว้าทางศิลปวิทยาจากโบราณสถานและเทวสถานต่างๆ ทางแถบนั้น

เขามีเพื่อนน้อย และแม้จะมีทีท่าว่าเปิดเผย เข้ากับใครเข้าได้ อย่างคนไทยทั่วๆ ไป แต่ลึกๆ ลงไปแล้ว เขามีความขี้อายอย่างคนอังกฤษอยู่ด้วยมิใช่น้อย และความอหังการแบบฝรั่งก็ยังฝังอยู่ในตัวเขาตลอดมา แม้เขาจะพยายามถอนมันออกไปสักเท่าไรก็ตาม

โรคมะเร็งปอดริดรอนชีวิตเขา เพราะเขาสูบบุหรี่มากไป และดื่มสุรามากไป มิใช่หรือ อย่างน้อยเพื่อนไทยคู่หูของเขายังเลิกจากอบายมุขทั้งสองนี้ได้ ก่อนจะสายเกินไป

ไมเกิล ไรท์ ตายจากไปเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ และปลงศพที่วัดเสมียนนารี ณ วันที่ ๑๓ มกราคม ปีเดือนเดียวกันนั้น ต่อแต่นี้ไป เราคงขาดฝรั่งที่เขียนไทยได้คล่องไปอีกนานทีเดียว

 

 

Related contents:

You may also like...