รู้ลึกถึงแก่นแท้เครื่องประดับ “หยก”

COL00209.4L

ความเชื่อต่างๆมักมีคู่กับมนุษย์มาช้านานโดยเฉพาะในสมัยก่อนด้วยแล้วมักมีความเชื่อเรื่องอัญมณีต่างๆว่ามีอิทธิพลที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้สวมใส่ เช่น ชาวฮินดูเชื่อเรื่องเครื่องประดับนพเก้าว่าเป็นสัญลักษณ์ทรงพลังแห่งจักรวาลที่ส่งผลคุ้มครองให้ผู้ใส่ประสบแต่มิ่งมงคล ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าทองคำเป็นแร่ที่ทำให้คืนความบริสุทธิ์และเป็นอมตะ เฉกเช่นชาวจีนที่เชื่อว่าหยกเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี แคล้วคลาดปลอดภัย สีเขียวของหยกหมายถึงสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ แต่ในความจริงแล้วชาวจีนใช้หยกเพื่อสุขภาพ การสวมใส่กำไลหยกที่ข้อมือนั้นเสมือนเป็นการบาลานซ์อุณหภูมิในร่างกายไม่ให้ร้อนหรือเย็นจนเกินไปก็จะมีสุขภาพที่ดี ซึ่งมีข้อแม้ว่าต้องเป็นหยกแท้จากธรรมชาติเท่านั้น

มหาตำนานหยกนั้นมีเรื่องเล่าให้ฟังกันว่าย้อนไปเมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว หยกได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีจากสวรรค์เชื่อว่าหยกมีพลังเร้นลับสามารถผลักดันความเป็นสิริมงคลมาให้แก่ผู้บูชาซึ่งสืบทอดความเชื่อนี้มาแต่โบราณ ในสมัยพระนางซูสีไทเฮาได้รับสั่งให้ทำฉลองพระองค์หยกขึ้นไว้เตรียมใส่ในวันสวรรคต เพราะเชื่อว่าหยกนั้นจะได้รักษาร่างกายไม่ให้เน่าเปื่อยเนื่องจากหยกจะดูดซับความเย็นเอาไว้ ฉลองพระองค์หยกที่พระนางซูสีไทเฮาทรงนั้นได้ถูกจักทำขึ้นในลักษณะฉลองพระองค์เต็มยศ มีตั้งแต่พระมาลา(หมวก)คลุมศีรษะ ฉลองพระองค์ รองพระบาท ซึ่งในขณะนี้ฉลองพระองค์หยกนี้ได้แสดงไว้ที่กรุงปักกิ่งในร้านหยก

ณ ตอนนี้หลายท่านอาจสงสัยแล้วว่าหยกที่เห็นนั้นเป็นหยกแท้ หยกธรรมชาติหรือไม่ แล้วที่เคยพบเห็นมาเป็นรูปสิงโตแกะสลักแล้วมีลูกแก้วในปากตัวสูงเท่าคนนั้นเป็นหยกหรือไม่ หรือตามพิพิธภัณฑ์มักมีเรือสำเภาหยกแกะสลักนั้นเป็นหยกหรือเปล่า เริ่มเกิดความลังเลใจหากที่บ้านคุณมีเครื่องเรือนเครื่องตกแต่งที่เป็นหยกด้วยแล้วลองพิจารณาตามบทความนี้แล้วสังเกตดู จริงอยู่ที่การสังเกตด้วยตาเปล่าอาจไม่เท่าการตรวจสอบด้วยเครื่องมือแต่ก็เป็นการวิเคราะห์ในเบื้องต้นได้ว่าที่อยู่ตรงหน้านั้นคือหยกหรือแก้วฉีดสี

176

หยกในทางอัญมณีศาสตร์นั้นแบ่งตามวาไรตี้ได้เป็น Jadeite และ Nephrite โดย หยก Jadeite จะมีหลากสี คือ เขียว ม่วง น้ำตาลอ่อน น้ำตาลแดง ฯลฯ ซึ่งแต่ละสีจะมีชื่อเรียกกันออกไป เป็นต้นว่า หยก Jadeite สีเขียวหากมีสีเขียวสดใส(มองคล้ายสีเขียวรอดช่องสิงคโปร์) สม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้น ไร้มลทินแร่อื่นภายในแม้แต่เล็กน้อย มีความกึ่งโปร่งใส ความวาวคล้ายแก้วทางการค้าในตลาดอัญมณีเรียกว่า Imperial Jadeite (หยกจักรพรรดิ์) ซึ่งสีเขียวอื่นไม่เรียก Imperial jadeite ซึ่ง 1 กะรัตเม็ดเดียวมีราคาหลายร้อยล้านบาท หรือหยก Jadeite สีม่วงมีชื่อเรียกทางการค้าว่า Lavender Jadeite หากมีความใสและวาวแบบแก้วด้วยแล้วมูลค่าจัดว่าสูงมากเช่นกัน กล่าวคือหยก Jadeite ตามธรรมชาติมักมีสีในเนื้อพลอยเฉพาะตัวมีสีเข้มและจางโดยมลทินธาตุโลหะของแต่ละผลึกรวมกันอยู่โดยเฉพาะในพลอยก้อนจะมีลักษณะเป็นหย่อมสีและมักไม่สม่ำเสมอ สีของหยก Jadeite เกิดจากธาตุโลหะที่แทรกอยู่ในโครงสร้าง หากไม่มีธาตุโลหะหรือจะมีสีขาวและเนื้อใส ธาตุโลหะที่ทำให้เกิดสีในหยกเจดไดต์ ได้แก่ ธาตุโครเมียม,(Chromium)ให้สีขาว, ธาตุเหล็ก(Ferrus, Fe) ให้สีเหลือง น้ำตาลถึงส้ม, ธาตุแมงกานีส(Manganese, Mn) ให้สีชมพูและม่วงน้ำตาล นอกจาก Imperial Jadeite และ Lavender Jadeite แล้ว ในตลาดอัญมณียังมีชื่อหยก Jadeite ที่ซื้อขายกันชนิดสีและความใสของเนื้อหยก คือ Yunan jadeite (หยกยูนนาน) มีสีเขียวเข้ม กึ่งโปร่งแสงจนเกือบทึบแสง จึงมักเจียระไรเป็นแผ่นบางๆ มีแหล่งอยู่ที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน, Moss in snow jadeite (หยกลายมอสในหิมะ) เป็นหยกสีขาวเนื้อโปร่งแสงถึงเกือบทึบแสง มีสีเขียวอยู่ประปรายเป็นหย่อมๆคล้อยต้นมอสขึ้นบนหิมะ, Chicken-bone jade (หยกกระดูกไก่) เป็นหยกเนื้อทึบ มีสีขาวถึงสีเทาคล้ายกระดูกไก่ สุดท้ายคือ Galactic gold jade (หยกลายทองคำ) เป็นหยกที่มีเนื้อสีดำและสีทองประปรายอยู่ในเนื้อ สีทองคำมาจากผลึกแร่ไพไรต์ส่วนสีดำของเนื้อหยกคงเนื่องจากมีมลทินเหล็กปนอยู่มาก

jade-jade-jade-39ภาพแสดงหยกจักรพรรดิ์ (Imperial Jadeite) จาก http://www.jadeshop.com/html/about_jade.html

หากจะกล่าวถึงคุณสมบัติทางอัญมณีศาสตร์ของ หยก Jadeite คือเกิดจากองค์ประกอบทางเคมีเป็นโซเดียมอะลูมิเนียมซิลิเกต (NaAl(SiO3)2, Sodium aluminium silicate) จัดเป็นหยกชนิดคุณภาพดี อยู่ในระบบผลึกแบบหนึ่งแกนเอียง โดยธรรมชาติมักพบเป็นก้อนเนื้อแน่นประกอบด้วยผลึกขนาดเล็ก(massive structure)อยู่รวมกัน มีความวาวตั้งแต่แบบแก้วจนถึงแบบน้ำมัน ความแข็ง 6.5-7 ตามหลักโมลส์ (Moh’s scale, Hardness Chart) พบว่าเกิดอยู่ในหินเซอร์เพนทีนที่ได้จากการแปรสภาพของหินอัคนีชนิดที่มีแร่โอลีวีนอยู่มากหรือมีโซเดียมอยู่มาก ความถ่วงจำเพาะอยู่ที่ 3.3 ค่าดัชนีหักเห 1.66

สำหรับหยก Nephrite มักพบมีสีเขียว ไม่มีความหลากสีเหมือนหยก Jadeite มักไม่มีมูลค่ามากนักจึง มีความเหนียวมากจึงมักถูกนำมาแกะสลักเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า เช่น โบราณนิยมนำมาแกะเป็นอาวุธและแกะเป็นรูปมังกร เรือสำเภา สิ่งศักดิ์สิทธิ์เคารพต่างๆซึ่งถือว่าเป็นเครื่องนำโชค แต่ไม่ได้หมายความว่าหยก Jadeite ไม่ถูกนำมาแกะสลักขึ้นอยู่กับความงามของหยกในชิ้นนั้นว่าทึบแสงหรือโปร่งแสงหรือไม่

jade-jade-jade-9jade-jade-jade-37
ภาพแสดงหยก Jadeite สีน้ำผึ้ง(ซ้าย) กึ่งโปร่งใส และ ภาพแสดงหยก Jadeite สีเขียวคราม โปร่งใส (ขวา)
จาก http://www.jadeshop.com/html/about_jade.html

หยก Nephrite เป็นสารประกอบแคลเซียมแมกนีเซียมแอมฟิโบล (Ca2(Mg, Fe)5Si8O22(OH)2 ) หรือหยกอ่อน พบในจีน รัสเซีย แคนาดา ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา อเมริกาใต้ แอฟริกา ออสเตรเลียและอีกหลายประเทศทั่วโลก
มีความวาวแบบแก้วถึงน้ำมัน มีความแข็ง 6-6.5 ตามหลักโมลส์ (Moh’s scale, Hardness Chart) ดัชนีหักเหคือ 1.606 – 1.632 ความถ่วงจำเพาะ 2.9 สีมีความเฉพาะตัวเหมือนหยก Jadeite แต่มีสีเข้มไม่เท่าและมีสีมืดมากกว่า เกิดจากหินเดิมที่มีธาตุแมกนีเซียมแปรสภาพด้วยความร้อนมีองค์ประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมแมกนีเซียมซิลิเกต (Calcium magnesium silicate) อยู่ในระบบผลึกหนึ่งแก่นเอียง โดยธรรมชาติมักพบเกิดเป็นผลึกกลุ่มที่มีขนาดเล็กรูปเส้นใย(Fibrous structure)เดียวกัน

a_nephrite_basin_carved_with_emperormens-buddhist-buddha-head-loose-prayer-beads

ภาพแสดงหยก Nephrite ที่นำมาแกะสลักเป้นเครื่องเรือน(ซ้าย) และ ภาพแสดงสร้อยข้อมือแกะสลักเป็นเศียรพระสังกัจจายน์(ขวา)

โดยหลักการทางอัญมณีศาสตร์หยก Nephrite และ หยก Jadeite แยกกันด้วยค่าดัชนีหักเหและค่าความถ่วงจำเพาะ หยก Nephrite มีความถ่วงจำเพาะประมาณ 2.9 เมื่อจุ่มลงในน้ำยา Methylene Iodite ซึ่งมีความถ่วงจำเพาะ 3.32 หยก Nephrite และหยกเลียนแบบชนิดอื่นๆ (เช่น Chacedomy(คาลซีโดนี), Quartz( ควอทซ์)จะลอยขึ้น แต่หยก Jadeite จะจมช้าๆในน้ำยา 3.32 เพราะความถ่วงจำเพาะของหยก Jadeite มีค่า 3.34 วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆในการจำแนกหยก Jadeite ออกจากแร่ชนิดอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

หลายท่านอาจกังวลว่าจะซื้อหยกอย่างไรว่าเป็นหยกแท้หรือหยกเทียมหรือหยกเลียนแบบ แต่ก็มีวิธีที่คนในตลาดอัญมณีทำกัน 4 วิธี คือนำหยกมาเคาะกันดูจะเห็นว่าถ้าเป็นหยกแท้นั้นเสียงจะกังวานใส ของปลอมเสี่ยงจะไม่ใส วิธีที่สองจับหยกขึ้นมาไว้ในมือสักครู่ดูว่าเย็นหรือไม่ ธรรมชาติของหยกจะมีความเย็นในตัว วิธีที่สามนำขึ้นส่องไฟดู ถ้าหยกแท้จะใสมองทะลุได้ ถ้าของปลอมจะขุ่นมองเห็นเป็นสีทึบ วิธีสุดท้ายลองนำหยกไปขูดกระจกดูเพราะหยกมีความแข็งสามารถใช้ขูดบนกระจกให้เป็นรอยได้ แต่วิธีสุดท้ายนี้อาจสร้างความขาดเคลื่อนได้เพราะแร่ Quartz(ควอตซ์)ที่นำมาฉีดสีว่าเป็นหยกนั้นก็สามารถขูดกระจกเป็นรอยได้เช่นกัน

หยกที่ซื้อขายในตลาดอัญมณีแบ่งเป็น 3 เกรด คือ

A Jadeite คือหยกธรรมชาติหรือหยกที่เจียระไนเป็นรูปต่างๆเสร็จแล้วขัดด้วยเทียนไข ไม่มีการตกแต่งวัสดุหรือสีเข้าไปในเนื้อหยก หยกสีธรรมชาติที่สวยและคุณภาพสูงหาได้ยาก ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือว่าสามารถใช้รักษาสมดุลของร่างกายได้เท่านั้น เพราะเป็นหยกธรรมชาติเท่านั้น

B Jadeite หรือหยกเคลือบด้วยพลาสติกหรือที่เราเรียกกันว่า “หยกอาบน้ำ” โดยนำหินหยกไปแช่น้ำกรดไฮโดรคลอลิค(Hydroclolic Acid) เพื่อกัดเอาสนิมโลหะและสิ่งสกปรกในเนื้อหยกออกจนหมด แล้วนำไปชุบสารละลายพลาสติกแข็ง(Silicate) สารละลายพลาสติกจะซึมเข้าไปในเนื้อหยกและเคลือบผิวทำให้หยกคืนสภาพ ดูสดใสเหมือนหยกที่มีคุณภาพสูงเนื้อแก้วซึ่งคนทั่วไปแยกไม่ได้ เพราะเหมือนหยกธรรมชาติมาก “ทุกวันนี้หยกที่ขายทั่วไป 90% เป็น B Jadeite” กล่าวโดยง่ายคือสำหรับ A Jadeite หากราคาที่หนึ่งแสนบาท หยก B Jadeite จะอยู่ที่ 100-1,000 บาท เท่านั้น

C Jadeite คือ B Jadeite ที่ใส่สีหรือย้อมสีเข้าไป เช่น สีเขียว ม่วง แดง เป็นต้น หยกที่ผ่านการทำสีนั้นสามารถสังเกตดุได้ง่ายมากว่ามีสีสวยกว่าธรรมชาติและจะทำให้ดูคล้ายเป็นหยกธรรมชาติมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่นกำไลหยกสีม่วง(Lavender Jadeite) ก็จะมีการแต้มสีของสีเขียวสัก 1 ตำแหน่งเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีในปัจจุบันในการปรับปรุงคุณภาพอัญมณีให้มีมูลค่ามากขึ้นแต่ในบางกรรมวิธีก็ไม่เป็นที่ยอมรับในตลาดอัญมณี จะเลือกซื้ออะไรควรเลือกซื้อจากร้านที่มีมาตรฐานในระดับสากลและขึ้นตรงต่อ Jewel Fest Club.

icy jadeite necklace and ring-500x500ภาพแสดงเครื่องประดับ Icy Jadeite บนตัวเรือนทองประดับเพชร
จาก http://www.ultimate24k.com/index.php?route=product/category&path=20_140

*************************************************************************************************
กิตติศักดิ์ กันดิศาคุณานนท์
วทบ. วัสดุศาสตร์ (อัญมณีและเครื่องประดับ) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
*************************************************************************************************
http://www.enijew.com/pic/176100.jpg
http://www.beadingdaily.com/cfs-filesystemfile.ashx/__key/CommunityServer.Discussions.Components.Files/7/0726.SAM_5F00_0004.JPG
http://2.bp.blogspot.com/-CSGfrSt4sm4/Tl-TXlIeVRI/AAAAAAAAAE8/usUj2kNk10c/s1600/SAM_0005.JPG
http://www.jadeshop.com/assets/images/jade-jade-jade-40.jpg
http://www.jadeshop.com/html/about_jade.html
http://mercierbeaucoup.files.wordpress.com/2011/01/jadeite-dishwareviacountryliving.jpg
http://image0-rubylane.s3.amazonaws.com/shops/vintagebeautiful/COL00209.4L.jpg?29

 

Related contents:

You may also like...