ม่านมุกลายหงส์ จีนใต้เบื้องพระยุคลบาทพระนางซูสีไทเฮา

z2t75

นอกเหนือจากภาพยนตร์จีนที่ฉายในบ้านเรามาตั้งแต่อดีตรวมทั้งหนังสือแปลที่มีมากมายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนที่ปกครองภายใต้จักรพรรดินีที่เป็นที่โจษจันถึงความเด็ดเดี่ยวและเหี้ยมโหดของพระนางซูสีไทเฮาแห่งราชวงศ์แมนจูหรือที่รู้จักกันในประเทศไทยว่า “พระพันปีหลวงฉือสี่” หรือ “ฉือสี่ไท่โฮ่ว” หรือตามสำเนียงฮกเกี้ยนว่า “พระพันปีหลวงซูสี” หรือ “ซูสีไทเฮา”

ข้อมูลเกี่ยวกับพระชาติพงศ์และขณะทรงพระเยาว์ของพระพันปีหลวงฉือสี่ ถึงแม้จะมีอยู่มากมายแต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด กับทั้งส่วนใหญ่เป็นแต่มุขปาฐะและปรัมปรา หาข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันได้น้อยมาก อย่างไรก็ดี ในหนังสือเกี่ยวกับพระราชประวัติส่วนใหญ่มักอ้างว่าทรงเป็นธิดาในข้าราชการแมนจูระดับล่างชื่อ “หุ้ยเจิง” พระนางซูสีไทเฮาเกิดวันที่ 29 พฤศจิกายน 1835 เดิมชื่อ เยโฮนาลา ครอบครัวเป็นคนชั้นกลางชาวแมนจู บิดาเป็นขุนนางท้องถิ่นเล็กๆ (บางแหล่งว่า เป็นทหารรักษาพระราชวังต้องห้าม) เมื่ออายุ 17 ปี ได้ถวายตัวเป็นนางสนมของ ฮ่องเต้เสียนเฟิง ต่อมานางตั้งครรภ์และได้ให้พระโอรส เหตุการณ์นี้ทำให้นางได้เลื่อนขั้นเป็นกุ้ยเฟย(สนมชั้นสูงสุด)

เนื่องจากฮ่องเต้เสียนเฟิงมีอายุสั้นเพียง 30 ปี สวรรคตไปเมื่อปีค.ศ. 1861 พระโอรสเพียงพระองค์เดียวที่กำเนิดโดยสนมกุ้ยเฟย(ซูสีไทเฮา)จึงได้ขึ้นครองราชย์สืบมา ทรงพระนาม “ถงจือ” ตามประเพณีของราชวงศ์ชิง คณะผู้สำเร็จราชการต้องเฉลิมพระนามแด่พระราชินี และนางเยโฮนาลาว่าเป็นพระราชินีหม้าย(Empress Dowager) นางเยโฮนาลาได้พระนามว่า “ซูสีแปลว่า พระมารดาแห่งความเจริญรุ่งเรือง” คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระนามาภิไธยสมเด็จพระจักรพรรดิได้ประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยของพระชายาทั้งสอง โดยสมเด็จพระจักรพรรดินีเจินในพระชนมายุยี่สิบเจ็ดพรรษาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีฉืออัน พระพันปีหลวง

ซูสีไทเฮาในตำแหน่งพระอัครชายา พระชันษายี่สิบห้าชันษาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีฉือสี พระพันปีหลวง ว่าราชการหลังม่านจนถึงปีค.ศ.1873 ที่ฮ่องเต้เติบโตขึ้นจนสามารถว่าราชการเองได้ที่โดยฮ่องเต้ถงจื้อเป็นคนเสเพลและโปรดการเที่ยวซ่องโสเภณีและว่ากันว่าพระองค์สวรรคตด้วยโรคซิฟิลิตเมื่อปีค.ศ.1875

เหตุการณ์ในเมืองเฉิงเต๋อ ขณะที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์กำลังเตรียมการอัญเชิญพระบรมศพกลับกรุงปักกิ่งนั้น พระพันปีหลวงฉือสี่ได้ทรงเตรียมการยึดอำนาจเช่นกัน ตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดินีฯพระพันปีหลวงนั้นย่อมไม่สะดวกและไม่ชอบด้วยกฎหมายที่จะใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน กับทั้งสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ก็ทรงเล็กนัก ไม่อาจใช้เป็นกลไกในการยึดอำนาจบริหารราชการแผ่นดินได้ ดังนั้นพระพันปีหลวงฉือสี่จึงเสด็จไปเกลี้ยกล่อมพระพันปีหลวงฉืออันให้ทรงพระดำริถึงประโยชน์ที่ทั้งสองพระองค์จะได้ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ร่วมกัน ซึ่งพระพันปีหลวงฉืออันก็ทรงเห็นดีด้วย

ในระยะนี้ความตึงเครียดระหว่างคณะผู้สำเร็จราชแทนพระองค์กับพระพันปีหลวงทั้งสองพระองค์ทวีขึ้นเรื่อยๆ คณะผู้สำเร็จราชการฯไม่ชอบใจในการก้าวก่ายทางการเมืองของพระพันปีหลวงฉือสี่ การเผชิญหน้าซึ่งกันบ่อยครั้งขึ้นเป็นเหตุให้พระพันปีหลวงฉือสี่มีพระราช อารมณ์ขึ้งขุ่นในคณะผู้สำเร็จราชการฯมากขึ้น ครั้งหนึ่งถึงกับไม่เสด็จออกขุนนางโดยทรงปล่อยให้พระพันปีหลวงฉืออัน เสด็จออกเพียงพระองค์เดียวเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง พระพันปีหลวงฉือสี่ทรงรวบรวบไพร่พลเป็นการลับซึ่งประกอบด้วยบรรดารัฐมนตรีและข้าราชการพลเรือนที่มากความสามารถ ข้าราชการทหารหลายฝ่ายและบรรดาผู้ไม่พอใจในคณะผู้สำเร็จราชการฯ

ในระหว่างที่ฝ่ายพระพันปีหลวงฉือสี่กำลังเตรียมการรัฐประหารกันนี้ได้มีฎีกามาจากมณฑลชานตงทูลเกล้าฯถวายพระพันปีหลวงฉือสี่ขอพระราชทานให้ทรงว่าราชการหลังม่าน ฎีกาฉบับเดียวกันยังขอให้เจ้าชายกงทรงเข้าร่วมบริหารราชการแผ่นดินเฉกเช่นผู้อภิบาลสมเด็จพระจักรพรรดิด้วย เป็นประเพณีที่สมเด็จพระพันปีหลวงทั้งสองพระองค์จะต้องเสด็จนิวัตกรุง ปักกิ่งพร้อมข้าราชบริพารก่อนขบวนพระบรมศพ เพื่อไปทรงอำนวยการเตรียมพระราชพิธีต่างๆในกรุงและในการเสด็จนิวัตนี้ ไจ่หยวนและตวนหวา ผู้สำเร็จราชการฯ ได้โดยเสด็จด้วย ส่วนซู่ชุ่นและผู้สำเร็จราชการฯที่เหลือจะได้กำกับขบวนอัญเชิญพระบรมศพกลับไปทีหลังซึ่งเป็นผลดีต่อพระพันปีหลวงฉือสี่เพราะจะได้ทรงใช้เวลาที่เหลือเตรียมการให้รัดกุมยิ่งขึ้นกับทั้งจะได้เป็นที่วางพระราชหฤทัยว่าผู้สำเร็จราชการฯ จะไม่อาจคิดการใด ๆ ได้ตลอดรอดฝั่งเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันครบจำนวน

มีผู้กล่าวไว้ว่าพระราชอำนาจของพระนางซูสีไทเฮามีเทียบเท่ากับสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรียในสมัยเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากด้านการเมืองแล้ว พระนางทรงสร้างคุณประโยชน์ให้เป็นที่จดจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปวัฒนธรรม ที่นางเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูงิ้ว ถึงขนาดในพระราชวังของนางมีโรงงิ้วที่ดีและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบัน รวมทั้งในสมัยของซูสีไทเฮา นางยังได้ก่อตั้งสวนสัตว์วิทยาปักกิ่งในปีค.ศ.1906 ซึ่งต่อมาสวนสัตว์วิทยาแห่งนี้กลายเป็นสถาบันแรกที่ได้ทำการขยายพันธุ์หมีแพนด้าสำเร็จ

หลังจากนั้นไม่นานพระนางก็สิ้นพระชนม์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.1908 รวมพระชนพรรษา 73 ปี เมื่อขบวนอัญเชิญพระบรมศพถึงพระนคร ผู้สำเร็จราชการฯทั้งแปดคนก็ถูกจับกุมโดยพลัน พระพันปีหลวงฉือสี่โดยการสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าชายกงออกประกาศว่าด้วยความผิดของบุคคลดังกล่าวแปดข้อหา เป็นต้นว่าคบคิดกับชาวต่างชาติให้เข้าปล้นเมืองจนเป็นเหตุให้สมเด็จพระจักรพรรดิในพระบรมโกศต้องเสด็จลี้ภัยเปลี่ยนแปลงพระราชประสงค์จนส่งผลให้สวรรคตและลักลอบใช้อำนาจในพระนามาภิไธยของสมเด็จพระพันปีหลวงทั้งสองโดยไม่ชอบ จากนั้นได้มีพระราชเสาวนีย์โปรดให้พ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการฯทั้งคณะและพระราชทานโทษประหารชีวิตแก่ซู่ชุ่น ส่วนผู้สำเร็จราชการฯคนที่เหลือพระราชทานแพรขาวให้กระทำอัตวินิบาตกรรม ทั้งนี้พระพันปีหลวงฉือสี่ไม่ทรงเห็นด้วยที่จะให้ประหารชีวิตสมาชิกในครอบครัวของ ผู้สำเร็จราชการฯตามประเพณี “ฆ่าล้างโคตร” ของราชสำนักชิงที่มักกระทำแก่ผู้เป็นกบฏ
พระพันปีหลวงฉือสี่ได้ประกาศสถาปนาพระองค์เองและพระพันปีหลวงฉืออันขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยออกว่าราชการอยู่หลังม่าน ซึ่งเป็นการขัดจารีตประเพณีของราชวงศ์ชิงที่ห้ามไม่ให้ราชนารีข้องเกี่ยวกับการเมือง พระพันปีหลวงฉือสี่จึงทรงเป็นราชนารีพระองค์แรกและพระองค์เดียวในราชวงศ์ชิงที่ออกว่าราชการอยู่หลังม่าน

การรัฐประหารของพระพันปีหลวงฉือสี่ครั้งนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม “รัฐประหารซินโหย่ว” (คำว่า “ซินโหย่ว” เป็นชื่อปีที่รัฐประหารนั้นเกิดขึ้น) พระนางซูสีไทเฮา สามารถก้าวจากสามัญชนสู่การปกครองจีนหลังม่านมาถึง 3 ฮ่องเต้(ฮ่องเต้ถงจื้อ, ฮ่องเต้กวงสู และฮ่องเต้ซวนถง(ปูยี)) นับว่าพระนางเป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของประเทศจีนมาอย่างยาวนาน (ค.ศ. 1861-1908) ในยุคสมัยของพระนาง ต้องต่อสู้กับการรุกรานของชาติตะวันตก เกิดสงครามฝิ่นและการกบฏกลุ่มต่อต้านมากมาย นับว่ายากลำบากอย่างยิ่ง นับว่าพระนางไม่ธรรมดาเลย นี่คือประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของสตรีจีนที่สามารถขึ้นได้ถึงจุดสูงสุดของการเมืองแดนมังกรและพระนางคือหงษ์เหนือมังกร

Story : Kittisak Kandisakunanont

Thanks to information and images from : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B8%B2
http://board.postjung.com/649505.html
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=327171195ef1f55e
http://upic.me/i/v7/z2t75.jpg
http://www.t-pageant.com/2011/index.php?/topic/70331-turn-back-time%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87-the-last-emperor-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87/

Related contents:

You may also like...