จิบชายามบ่าย ธรรมเนียมผู้ดีอังกฤษ

high-tea

ธรรมเนียมการจิบชายามบ่ายมาจากฝากฝั่งประเทศอังกฤษ การดื่มชาเริ่มเป็นที่นิยมในช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 17 เพราะต้องขนข้ามทวีปมาจากประเทศจีน เรื่องของภาษีเลยกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ชาในประเทศอังกฤษราคาสูงระยิบระยับ ชนชั้นล่างมิมีโอกาสได้สัมผัสความหอมหวนหรอกว่าเป็นเช่นใด กล่าวเช่นนี้แล้วชานั้นเสมือนถูกสงวนสำหรับเจ้าขุนมูลนายโดยเฉพาะ คุณผู้หญิงผู้ดีทั้งหลายเธอจะเก็บกุญแจหีบชาไว้เองกับตัวเลยทีเดียวเรียกได้ว่าหวงยิ่งกว่าลูกกว่าหลานอีก

แรกเริ่มชาเข้าที่ประเทศอังกฤษที่จะหาได้นั้นมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นคือร้านกาแฟ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าผู้ชายที่นิยมไปที่นั่นและเมื่อชาจำหน่ายให้นำมาชงที่บ้านได้ก็จะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถซื้อได้เพราะราคาสูงมาก

ชาจะเป็นเครื่องดื่มที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มแห่งอิสตรีเพศ จึงเกิดขึ้นเพราะความคิดของดัชเชลแห่งเบดฟอร์ด ผู้ไม่สามารถอดทนต่อความหิวได้ ในยุคศตวรรษที่ 18-19 โดยผู้ดีอังกฤษส่วนใหญ่ขณะนั้นจะรับประทานอาหารเช้าตอนสายๆ อาหารกลางวันเพียงเบาๆหรืออาจจะข้ามไปเลย ที่หนักไปกว่านั้นคือจะรับประทานอาหารกันอีกทีก็ตอน 2-3 ทุ่ม ดังนั้นในช่วงเวลาบ่ายๆจึงเกิดหิว ดัชเชลจึงเลือกที่จะรับประทานของว่างระหว่างวันตอน 4 โมงเย็นกับแซนด์วิสแตงกวาชิ้นบางๆและชวนเพื่อนๆมานั่งร่วมวงด้วย กลายเป็นวัฒนธรรมและแฟชั่นในหมู่สาว ดังนั้นแล้วสาวๆก็จะเริ่มหาอุปกรณ์ ถ้วยชา กาน้ำและเครื่องเคียงที่มีความสง่าหรูหราพร้อมทั้งเมนูที่เก๋ไก๋โดยไม่นานความนิยมนี้ก็ได้ขยายวงกว้างออกไปและเริ่มเปิดเป็นห้องสาธารณะเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ 1864 โดยจะเรียกกันติดปากว่า Tea room และเมื่อเข้าศตวรรษที่ 20 การเต้นรำพร้อมกับการดื่มชายามบ่ายกลายเป็นที่นิยมของโรงแรมหรูทั่วไป Tea Dance

เวลาที่บรรดาคุณผู้หญิงเมืองผู้ดีว่างเธอก็จะชวนเพื่อนมาสังสรรค์ กอสซิปแตกกันระหว่างวันโดยเห็นว่า ระหว่างมื้อกลางวันกับมื้อเย็นเป็นช่วงเวลาที่ห่างกัน ฉะนั้นควรมีอะไรรองท้องเพื่อรอมื้อเย็นที่จะมาถึง จนปี ค.ศ. 1893 อังกฤษได้เข้ายึดครองประเทศอินเดียซึ่งเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ทำให้ชามีราคาลดลงและสามารถดื่มได้ทุกชนชั้น

LADIES-high-tea-1000

รูปแบบของชาปัจจุบันมีทั้งใบ(Loose leaf)หรือนำเศษละเอียดของใบมาใส่ถุงที่ทำจากเยื่อกระดาษ(Tea bag)และชาผงสำเร็จรูป(Instant) สำหรับประเภทของชาจะแบ่งออกตามกรรมวิธีการทำใบชาซึ่งมีทั้งแบบฝรั่ง เรียกว่า Black Tea และ ชาจีน Oolong Tea ส่วนชาเขียว Green Tea จะเป็นชาต้นเดียวกัน ซึ่งนำเข้ามาจาก 3 ประเทศหลัก ได้แก่ จีน อินเดีย ศรีลังกา(ซีลอน)และเคนยา ซึ่งเมื่อเก็บใบชามาจากต้นแล้ว ต้องนำมาผึ่งและนวด ชาที่นวดนานๆจะเป็นชาฝรั่ง จากนั้นก็จะหมักไว้นานแล้วจึงนำมาอบแห้ง ขณะที่ชาจีนจะนิยมนวดเพียงเล็กน้อย ยิ่งถ้าเป็นญี่ปุ่นเขาจะไม่นวดเลย

ชาที่เป็นส่วนผสมกลิ่นสมุนไพรและผลไม้ อันที่จริงแล้วมาจากประเทศจีนเป็นคนต้นคิด แต่กลับเป็นชาวอังกฤษที่ทำหน้าที่ขยายการผสมชา(Blended)ซึ่งทำให้การผสมชานั้นมีศาสตร์และศิลป์เทียบเท่ากับการหมักไวน์เลยทีเดียว

ชาที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกกันเป็นต้นว่า Earl Gray เป็นชาฝรั่งที่ขายดีที่สุดในโลก ว่ากันว่าเป็นสูตรผสมของชาวจีนที่มอบให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษที่ชื่อ Earl Gray เมื่อครั้งไปจีน นิยมดื่มกันในขณะที่มีอากาศอบอุ่น ซึ่งในสมัยนั้นพระราชินีวิกตอเรียโปรดที่จะดื่ม Earl Gray ล้างคอหลังอาหารหวานมื้อค่ำและจะดื่มชา จัสมินหรือโรสปูซองก่อนนอนเพราะมีคาเฟอีนส์ต่ำช่วยให้หลับสบาย

Vintage Darjeeling ถือเป็นแชมเปญในหมู่ชา ด้วยการเก็บใบชาด้วยคุณภาพที่พิเศษ เหมาะสำหรับนักดื่มชาเช่นเดียวกับชาจีน Oolong Tea เวลาที่เหมาะสำหรับการดื่มจะเป็นตอนกลางวัน

English Breakfast เป็นชาซีลอนผสมกับชาอินเดียให้รสเข้มข้นเหมาะที่จะดื่มให้ตาสว่างตอนเช้าๆ Assam เป็นชาจากแคว้นอัสสัมของอินเดีย เป็นชารสเข้ม กลิ่มหอมละมุน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชาเป็นพิเศษ Lepsang Souchong เป็นชาจากเมืองจีนที่รมควันด้วยถ่านไม้โอ๊คเหมาะสำหรับดื่มในวันที่อากาศอบอ้าวเพราะจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย Rose Pouchong เป็นชาผสมกลิ่นกุหลาบให้กลิ่นหอมหวานต่างกาลต่างวาระ ชาที่เป็นที่ขึ้นชื่อระดับโลกคือ Prince of Wales เป็นสูตรพิเศษที่ปรุงถวายองค์มกุฏราชกุมารในวันที่อากาศหนาวเหน็บ

strange_tea_time_by_thebestfeeling-d4x72znHIGH-TEA-FASHION2013

สัดส่วนของการผสมและทดสอบชา เมื่อเก็บใบชามาได้แล้วจะต้องนำมาผสมให้เป็นสูตรต่างๆที่เคยทำแล้วนำมาชงเพื่อเปรียบเทียบรสชาติให้เหมือนกับของเดิม เก็บไว้เป็นหัวเชื้อ เก็บไว้ในสภาพแวดล้อมที่สามารถคงคุณสมบัติของชา หากว่าการผสมและการเก็บได้ผลไม่เหมือนเดิมนั้นก็เท่ากับว่าต้องทิ้งชาชุดนั้นไปเลย

ส่วนการขั้นตอนการชิมชาจะต้องต้มน้ำด้วยกาทองแดงแบบโบราณที่ใช้กันมานานกว่า 100 ปี โดยรินชาออกเป็น 2 ถ้วย ถ้วยหนึ่งใส่นมอีกถ้วยหนึ่งไม่ใส่ เพื่อดูทั้งสีและรสชาติอีกครั้งหนึ่ง หากได้ดังเดิมก็จะนำหัวเชื้อนี้ไปผสมกับชาจำนวนมากในอัตราส่วนที่เหมาะสมเพื่อนำออกสู่ตลาดได้

การชงชาแบบอังกฤษ อย่าว่าแต่ทางญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะมีธรรมเนียมการชงชาที่ชุลมุนวุ่นวานและพิถีพิถันอย่าง สุดซึ้ง ทางอังกฤษก็ทำนองเดียวกัน มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ใช่สาวผู้ดีอังกฤษตัวจริง โดยขั้นตอนมีอยู่ว่า “ใช้น้ำสะอาดเท่านั้น…ไม่ใช้กาอลูมิเนียมที่รอยกะเทาะหรือที่ดีที่สุดจะต้องเป็นกาเคลือบดินเผา…ใช้กาน้ำชาที่สะอาดแต่ห้ามล้างกาด้วยน้ำยาล้างจานเพราะสารเคมีและกลิ่นจะติดอยู่กับกาทำให้รสชาติเสียไป ทางทีดี ควรใช้ โซดาคาร์บอเนต 2-3 ช้อนชา ใส่น้ำร้อนแช่ไว้ในกา 3 ชั่วโมง ก็จะทำให้กาสะอาดเพียงพอแล้ว…ก่อนชงชาเทน้ำร้อนลงในกาเล็กน้อยแล้วรินออกเพื่อทำการอุ่นชา…ใช้ชา 1 ช้อน หรือ 1 ถุง ต่อ 1 คน บวก 1 ช้อน(สำหรับ 1 กา) เป็นปริมาณที่เหมาะสมที่สุด…ใช้น้ำที่ต้มเดือดพอดีอย่าต้มน้ำจนเดือดนานเพราะจะทำให้ชามีรสไม่ดี พอเดือดก็ให้เทน้ำลงทันที…ให้เวลาชาชงอยู่ในกาประมาณ 5-7 นาที(ถ้าเป็นถุงหรือชาใบละเอียดจะใช้เวลา 3 นาที ถ้าชอบชาเข้มข้นหรือเจือจางให้ปรับจำนวนชาที่ใช้ไม่ให้ปรับเวลาระยะชงชาในกา

การดื่มชาที่ใส่นมหรือน้ำตาลเป็นความชอบส่วนบุคคล การใส่นมจะทำให้รสชาติชาไม่ขื่นจนเกินไป แต่ถ้าหากชาที่จะใส่นั้นเป็นชาที่มาจากอินเดียควรที่จะใส่นมลงไปก่อนใส่ชา มิเช่นนั้นแล้วอาจจะเกิดฝ้าในชานั้นหากนมไม่มีความสดจริงและห้ามใส่ครีม ครีมเทียม แทนนมเด็ดขาด สำหรับน้ำตาลนั้นจริงๆแล้วไม่ควรใส่เพราะจะทำให้รสชาติของชาเสียไป ชาที่เหมาะที่จะใส่นมได้ คือ English Breakfast, Iris Breakfast, Assam ชาที่ไม่เหมะที่จะใส่นม คือ Rose Pouchong, Jasmine, Vintage, Darjeeling, ชากลิ่นผลไม้ ฯลฯ

วัฒนธรรมของ Afternoon tea การดื่มชายามบ่ายควรเป็นชาดาร์จีลิ่ง หรือ เอิร์ล เกรย์ ทานคู่กับแซนด์วิสชิ้นบางๆ เค้กหรือเพสตรีในฤดูร้อน ส่วนฤดูหนาวจะนิยมทานกับสโคน แยมหรือครัมเปต ส่วน Hight Tea นั้นจริงๆแล้วคือการรับประทานอาหารร้อนๆจานง่ายๆตามด้วยชาร้อนถ้วยโตๆบนเก้าอี้สูงที่ใช้ในโรงงานก่อนกลับไปเข้ากะเย็นไม่ใช่การดื่มชาแบบหรูหรา แต่ที่เข้าใจกันในปัจจุบัน High Tea ถูกนำมาใช้เรียกเวลาน้ำชายามบ่ายที่มีอาหารร้อนเสิร์ฟด้วยเท่านั้นเอง

Story : Kittisak Kandisakunanont

hat_making_afternoon_tea_grosvenor_house_lussorian
Thanks to information and images from :
http://flutterbies.com.au/wp-content/uploads/2013/05/HIGH-TEA-FASHION-SHOW-JUNE-2013.png
http://www.advancechurch.co.nz/wp-content/uploads/2013/07/hightea_ladies.gif
http://flutterbies.com.au/wp-content/uploads/2013/02/LADIES-high-tea-1000.png
http://i045.radikal.ru/1107/66/f91d4624015et.jpghttp://i045.radikal.ru/1107/66/f91d4624015et.jpg
http://catchupwithamate.files.wordpress.com/2011/12/high-tea.jpg
http://trendobservations.files.wordpress.com/2010/02/high-tea.jpg

Related contents:

You may also like...