คนดีที่ยิ่งกว่าคนดีเป็นอย่างไร?

Kong photography

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีเป็นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นชอบ มีความดำริชอบ มีวาจาชอบ มีการงานชอบ มีการเลี้ยงชีพชอบ มีความเพียรชอบ มีการระลึกชอบ มีการตั้งมั่นชอบ มีญาณชอบ มีความหลุดพ้นชอบ บุคคลนี้เราเรียกว่าคนดี
“…..ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีเป็นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้มีความเห็นชอบด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นมีความเห็นชอบอีกด้วย

มีความดำริชอบด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นให้ดำริชอบด้วย
มีการงานชอบด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นมีการงานชอบด้วย
มีการเลี้ยงชีพชอบด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นเลี้ยงชีพชอบด้วย
มีความเพียรชอบด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นมีความเพียรชอบด้วย
มีการระลึกชอบด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นมีการระลึกชอบด้วย
มีการตั้งจิตมั่นด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นตั้งจิตมั่นด้วย
มีการรู้แจ้งด้วยตนเองและชักชวนให้ผู้อื่นรู้แจ้งด้วย
มีการหลุดพ้นชอบชอบด้วยตนเอง และชักชวนให้ผู้อื่นมีหลุดพ้นชอบด้วย….. บุคคลนี้เราเรียกว่าคนดีที่ยิ่งกว่าคนดี…”

ผู้งดเว้นจากข้อห้ามในสิกขาบท 5 ประการ(ศีล 5) นั้น ได้ชื่อว่าผู้มีศีล หมายถึงผู้มีกายวาจาสะอาดปราศจากโทษโดยเจตนาเครื่องงดเว้นจากบาปและความชั่วต่างๆ จัดเป็นธรรมข้อหนึ่งเรียกว่า “วิรัติ” เป็นเหตุนำบุคคลผู้ปฏิบัติตามไปสู่ความสงบสุขปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป อาจกล่าวง่ายๆคือวิรัติเป็นการงดเว้นจากบาป กิริยาคืออาการละเว้นที่เรียกว่าวิรัตินั้นมี ๓ ประการคือ

  •  สัมปัตตวิรัติ ได้แก่การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยเกิดความรู้สึกละอาย (หิริ) และเกิดความรู้สึกเกรงกลัวบาป(โอตตัปปะ) ขึ้นมาเอง เช่น บุคคลที่ได้สมาทานศีลไว้ เมื่อถูกเพื่อนคะยั้นคะยอให้ดื่มสุรา ก็ไม่ย่อมดื่มเพราะละอาย และเกรงกลัวต่อบาปว่าไม่ควรที่ชาวพุทธจะกระทำเช่นนั้นในระหว่างพรรษา
  • สมาทานวิรัติ ได้แก่การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยการสมาทานศีล ๕ หรือศีล ๘ จากพระสงฆ์โดยเพียรระมัดระวังไม่ทำให้ศีลขาดหรือด่างพร้อย แม้มีสิ่งยั่วยวนภายนอกมาเร้าก็ไม่หวั่นไหวหรือเอนเอียง
  • สมุจเฉทวิรัติ ได้แก่การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ได้อย่างเด็ดขาดโดยตรงเป็นคุณธรรมของพระอริยเจ้า ถึงกระนั้นสมุจเฉทวิรัติ อาจนำมาประยุกต์ใช้กับบุคคลผู้งดเว้นบาปความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ในระหว่างพรรษากาลแล้ว แม้ออกพรรษาแล้วก็มิกลับไปกระทำหรือข้องแวะอีก เช่นกรณีผู้งดเว้นจากการดื่มสุราและสิ่งเสพติดระหว่างพรรษากาล แล้วก็งดเว้นได้ตลอดไป เป็นต้น การงดเว้นด้วยการตัดขาดเป็นคุณธรรมของพระอริยเจ้าผู้มีปรกติไม่ล่วงละเมิดข้อห้ามคือศีล ๕ นั้น จำเดิมแต่เวลาที่ท่านได้เป็นพระอริยบุคคลแล้ว กล่าวคือพระอริยเจ้าทั้งหลายเมื่อบรรลุภาวะเป็นอริยะแล้วย่อมไม่ล่วงละเมิดบทบัญญัติใดๆเลย โดยที่การไม่ล่วงละเมิดของท่านนั้น ไม่ได้เกิดเพราะสัมปัตตวิรัติคือความงดเว้นได้ซึ่งสิ่งที่ประจวบเข้าและตนไม่ได้ตั้งปฏิญญาไว้ ไม่ได้เกิดเพราะสมาทานวิรัติ คือความงดเว้นด้วยอำนาจการสมาทานแต่เกิดเพราะสุราสมุจเฉทวิรัติ คือการงดได้โดยเด็ดขาดด้วยภาวะของท่านเอง

 

ศีล ๕ ประการนี้ ได้ชื่อว่าเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นของพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริง บรรพชิตหรือคฤหัสถ์ สามารถน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติได้ดุจเดียวกันโดยเฉพาะผู้ถือพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงแล้ว ย่อมจะปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้วยิ่งบ้าง หย่อนบ้าง ตามแต่ภูมิความสามารถของตน ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเสียเลยไม่ชื่อว่าเป็นผู้ถือพระพุทธศาสนาอย่างแท้ จริง เขาจะเป็นได้อย่างที่สุด ก็แต่เพียงผู้สรรเสริญพระพุทธศาสนาเท่านั้นเอง

ขอขอบคุณเทศนาธรรมจาก พระชวลิต ฉันทสีโล วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
ขอบคุณภาพจาก Kong Photography

Kong photography ชวลิต ฉันทสีโล

Related contents:

You may also like...