เปิดวิสัยทัศน์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ ทายาทนักค้าทอง

intv-inside02

เป็นเรื่องธรรมดาของการสืบทอดธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อถึงเวลาที่เหล่าทายาทเติบใหญ่ มีความพร้อมทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ สั่งสมประสบการณ์ที่คนรุ่นก่อนถ่ายทอดให้จนเจนจัดมั่นใจแล้ว ก็จะต้องก้าวขึ้นมารับหน้าที่ในการสานต่อและพัฒนาสร้างความสำเร็จให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เช่นเดียวกับ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (GBX) ของตระกูล ‘คูหาเปรมกิจ’ นักค้าทองที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ก็ได้จัดทัพทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ขึ้นมาเปิดตัวให้สังคมธุรกิจได้รู้จักพร้อมกันทีเดียวถึง 8 คน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะให้พลังของคนรุ่นใหม่ที่ล้วนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าของธุรกิจ ร่วมนำพาความสำเร็จขององค์กรก้าวทะยานขึ้นสู่ความเป็นผู้นำ และ ณ เวลานั้น หนึ่งในทายาทคนสำคัญที่มีบทบาทโดดเด่น ภายใต้ภาพที่ดูสุขุมนุ่มนวล อย่าง ‘ธราภุช คูหาเปรมกิจ’ หรือ ‘เซนต์’ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ และ รองกรรมการผู้จัดการ    บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้เผยให้สื่อมวลชนและผู้คนในสังคมธุรกิจสัมผัสถึงบุคลิกของความเป็นผู้นำของเขา ที่ถึงพร้อมด้วยความรู้ความสามารถ เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ และมีมุมมองการวิเคราะห์ทิศทางธุรกิจอันคมกริบ จนเป็นที่จับตามองว่า การวางตัวผู้บริหารเลือดใหม่คนนี้เข้ามาในฐานะแม่ทัพ ย่อมไม่ได้เป็นไปเพียงเพื่อสร้างสีสัน หรือสร้างข่าวหวือหวาไปวันๆ บนหน้าสื่อ หากแต่จัดวางตัวไว้เพื่อสร้างความเจริญให้กับธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง

สัญชาตญาณทางธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักบริหาร ซึ่งเป็นทั้งพรสวรรค์และพรแสวง สำหรับ ‘ธราภุช คูหาเปรมกิจ’ หรือ ‘เซนต์’ การมีสัญชาตญานทางธุรกิจที่เหนือชั้นไม่ได้เพียงแต่สืบทอดกันมาทางสายเลือด แต่เขาเองยังมีความรักในด้านธุรกิจและการลงทุนอย่างจริงจังมาตั้งแต่เยาว์วัย เรียกได้ว่า Born to be ก็คงไม่ผิด

“ผมเป็นคนชอบไฟแนนซ์มาตั้งแต่เด็กครับ สนใจการลงทุนมาตั้งแต่อายุ 17-18 ก็คือก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ผมเรียนไฮสคูลที่สิงคโปร์ ช่วงนั้นเป็นจังหวะคาบเกี่ยวกับที่ครอบครัวซื้อธุรกิจหลักทรัพย์มาทำด้วย จึงมีความสนใจมากขึ้นไปอีก ตอนนั้นผมอยู่เมืองไทยก็ถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการเริ่มเรียนรู้ จากนั้นก็ไปเรียนปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ ที่บอสตัน และปริญญาโท สาขาการบริหารการลงทุน เพราะผมรู้ตัวเองดีว่ามีความชอบในด้านนี้อยู่แล้ว”

ความสนใจในงานด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของ เซนต์ ชัดเจนตั้งแต่วัยเยาว์ หลังจบปริญญาตรีจากบอสตัน และคว้าปริญญาโทเพิ่มอีกสองใบ จาก Cass Business School, London in Master of Science in       Investment Management และ Sasin Business school, MBA in Finance and Management Strategy  ในช่วงที่เรียนอยู่อเมริกา เขาก็เริ่มต้นเปิดพอร์ตของตัวเองด้วยการแบ่งเงินบางส่วนจากรายรับมาลงทุนในหุ้น

“จุดเริ่มต้นความสนใจที่จะศึกษาด้านการลงทุนของผมเริ่มจากความอยากรู้ว่า มูลค่าของสินทรัพย์ต่างๆ ถูกกำหนดหรือตั้งค่าขึ้นมาด้วยอะไร และมีปัจจัยใดเป็นตัวแปรของการปรับเปลี่ยนมูลค่า ตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวว่าอยากเก่งขึ้น อยากรู้มากขึ้น ประกอบกับผมเองเติบโตมากับครอบครัวที่ทำธุรกิจทองคำในช่วงเริ่มต้น และต่อมาก็ขยับมาทำหลักทรัพย์ ซึ่งเป็น Holding Company และทุกวันนี้เราทำธุรกิจทองคำแท่งอยู่ในบริษัทแม่ครับ โดยมีบริษัทลูกเป็นธุรกิจหลักทรัพย์ที่เป็นแกนหลัก รวมถึงอีกสองบริษัทย่อยที่ทำ FA กับ Venture Capital”

บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 เป็น โฮลดิ้ง คอมพานี และ ซื้อขายทองคำแท่ง โดยมีบริษัทลูกที่เป็นแกนธุรกิจหลักคือ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด , บริษัท เอเชีย อิควิตี้ เวนเจอร์ จำกัด และ บริษัท โกลเบล็ก คอนเนค จำกัด แต่คนรุ่นก่อนคงจะคุ้นเคยกับโกลเบล็ก จากชื่อเสียงดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานของห้างทอง จิ้น ไถ่เฮง (แม่ไฉน) ในฐานะธุรกิจค้าทองครบวงจรระดับแนวหน้า ซึ่งนำทัพโดย โอฬาร คูหาเปรมกิจ ผู้เป็นลุงที่เคารพรักของหนุ่มเซนต์นั่นเอง

“โกลเบล็กเริ่มต้นด้วยการเป็นธุรกิจครอบครัวซึ่งมีคุณลุงกับคุณพ่อ ปัจจุบันมี CEO คือคุณธนพิศาล ลูกชายของคุณลุง ก็เป็นญาติที่เรียนบอสตันมาด้วยกัน เราเปิดทำธุรกรรมมาสิบเอ็ดปีแล้วครับ ธุรกิจแม่เป็นการค้าทองคำแท่ง คือนำเข้าส่งออก และเป็น One-stop service ที่ดูแลเรื่องการลงทุนทองคำ ให้ผู้ลงทุนสามารถออมทองได้ เช่น คนที่มีเงินเดือนหนึ่งก้อนแล้วอยากจะเจียดเงินส่วนหนึ่งทุกเดือนมาซื้อทอง เราก็มีบริการตัดบัญชีให้จากรายรับแล้วนำมาลงทุนเป็นทองคำ มีระบบให้ผู้ลงทุนสามารถเช็คออนไลน์สถานภาพการลงทุนของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการแลกเปลี่ยนซื้อขายทองคำ หรือมูลค่าของพอร์ตลงทุนที่เติบโตขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะดีในแง่ที่ผู้ลงทุนมีการทยอยซื้อในสัดส่วนเท่าๆกัน ในระยะยาวโอกาสที่จะขาดทุนก็น้อย

วิธีการลงทุนทองคำในรูปแบบใหม่นี้ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ เราทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลการฝากสินทรัพย์ให้ผู้ลงทุน ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภัยการโจรกรรม ซึ่งจากเดิมคนที่ลงทุนในทองคำนิยมซื้อทองคำแท่งเก็บไว้เองที่บ้าน ปัจจุบันเราก็มอบความสบายใจและความสะดวกสบายให้ลูกค้า

จุดแข็งของเรามาจากพื้นเพธุรกิจเก่าของครอบครัวเป็นธุรกิจทองคำครับ เราจึงมีความชำนาญที่โดดเด่นในด้านนี้ โกลเบล็กในปัจจุบันเป็นบริษัทที่กำลังเติบโต แม้จะมีคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดอยู่ไม่น้อย เราก็มุ่งมั่นว่าเราจะพัฒนาให้มีความก้าวหน้าขึ้นต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ”

saint-gbx001

คำว่าเกิดมาบนกองเงินกองทองในบางบริบท อาจจะมีความหมายถึงทายาทเศรษฐีที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่สำหรับธราภุช คูหาเปรมกิจ หมายถึงจุดกำเนิดที่ทำให้เขามีความรู้ลึกรู้จริงในเรื่องทองคำ เรื่องการเงิน และการลงทุนอย่างลึกซึ้งและวิเคราะห์ทิศทางตลาดได้อย่างเฉียบคม

“ถ้าพิจารณาทองคำในฐานะสินทรัพย์ลงทุน ด้วยความที่ทองคำที่สินทรัพย์ที่หายาก มีจำนวนจำกัดแต่มีความต้องการสูงมาก เมื่อเทียบกับเงินตราที่ด้อยค่าลงเรื่อยๆจากภาวะเงินเฟ้อ ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นโดยตลอด อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ที่ความต้องการทองคำในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างจากเดิมก็มี เพราะคนสมัยนี้มีการใช้จ่ายเงินรายได้ในรูปแบบของการซื้อ Luxury Items มากขึ้น เช่น โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ต่างจากสมัยก่อนที่คนจะนำเงินรายได้มาออมเป็นทองคำในสัดส่วนที่มากกว่า เช่น มีการซื้อแหวน ซื้อสร้อย เครื่องประดับ ซึ่งก็ถือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ประเภททองคำนั่นเอง ในบางมุมอาจมองได้ว่า จะทำให้ความต้องการน้อยลงไปบ้าง แต่ความจริงในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ ทองคำได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามาเป็นเวลาหลายพันปี จัดว่ามี Sentimental Value อยู่ในตัวเอง ซึ่งคงยากที่จะกลายเป็นของไม่มีค่าในเร็ววัน

ผมมองว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ราคาทองคำอาจจะอยู่ในภาวะซวนเซไปบ้าง ทองคงไม่ได้พุ่งแรงเหมือนสองปีที่ผ่านมา เพราะนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศผู้นำในระดับโลกเปลี่ยนไปจากเดิมที่มุ่งเน้นการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เคยทำให้สินทรัพย์อย่างทองคำมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มาสู่นโยบายรัดเข็มขัด ก็ทำให้ราคาทองคำนั้นมีการสั่นสะเทือนไปพอสมควร

ผมเสนอแนะว่า ใครที่เห็นราคาทองลงมากๆ แล้วอยากซื้อ ควรจะใช้วิธีการทยอยซื้อในสัดส่วนทีละน้อย มากกว่าการซื้อทีเดียวในปริมาณมากๆ โดยหวังว่าราคาจะมีการเด้งขึ้นแรงในระยะสั้น ผมคาดว่าตอนนี้คงยังไม่มีโมเมนตัมรุนแรงลักษณะนั้นในเร็วๆนี้ครับ

ห้าปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าเป็นช่วงที่ ไฮเปอร์ทอง แต่ในที่สุดแล้วผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคงจะกลับไปสู่ธรรมชาติอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่หวือหวาอย่างที่เคยเป็นขนาดปีละ 30-40% ซึ่งถือว่าผิดธรรมชาติ

การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของราคาทองหรือราคาหุ้นนั้น ผมมองว่าเป็น Natural elimination หลังจากมีการเพิ่มของราคาที่มีความผิดปกติมากเกิดขึ้น ก็จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้มันเปลี่ยนกลับไปสู่จุดที่เป็นปกติ

คนไทยส่วนใหญ่เวลาลงทุนในทองคำ จะถนัดขาซื้อ นิยมออมเป็นทอง แต่ไม่ค่อยถนัดขาย เราเองก็เป็นห่วงและคอยระมัดระวังให้ลูกค้าเสมอ ซึ่งความจริงแม้แต่ในช่วงขาลงนั้น หากผู้ลงทุนมีข้อมูลที่มากพอ ก็ยังสามารถทำกำไรจากการซื้อขายเป็นรอบได้ เพราะเมื่อราคาลงก็จะมีการรีบาวน์ในช่วงสั้นๆ โดยทางเราเองก็จะมีการนำเสนอบทวิเคราะห์ให้ผู้ลงทุน สามารถนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริการเกี่ยวกับบทวิเคราะห์การลงทุนนี้เป็น Value added เพื่อประโยชน์กับลูกค้าอย่างเต็มที่ครับ”

 

อย่างไรก็ดี จุดแข็งของการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ที่ดึงเอาทายาทมาสืบทอดกิจการ ในอีกมุมหนึ่งก็ทำให้หลายคนอาจตั้งคำถามถึงมาตรฐาน ระบบบริหารจัดการที่ได้ระดับสากลแบบมืออาชีพ

“แม้ว่าโกลเบล็กจะเริ่มต้นมาจากธุรกิจครอบครัว แต่รูปแบบการบริหารจัดการองค์กรก็มีแบบแผนโครงสร้างที่เป็นมาตรฐาน Professional เช่นเดียวกับบริษัทในตลาดฯ ทั่วไป การคัดสรรบุคลากรขึ้นมารับผิดชอบตำแหน่งต่างๆ ก็พิจารณาตามความรู้ความสามารถเป็นหลัก อย่างตัวผมเองก็ต้องจบการศึกษาด้านการเงินและการลงทุนมาโดยตรง

เรามีความพร้อมเสมอที่จะปรับตัวไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า เปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้เสมอ เราอยากเป็นองค์กรที่เติบโตช้าๆ อย่างมั่นคงครับ เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าเราจะเป็นบริษัทที่หวือหวาหรือมีสีสันมาก เราอยากวางพื้นฐานให้ดี อยากเป็นผู้เล่นเจ้าเล็กที่แข็งแรงอีกคนหนึ่งในสนามแข่งขัน และสำหรับในธุรกิจหลักทรัพย์นั้น เราเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ยังคงเป็น Local Own ในปัจจุบันซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่เป็นทั้งความไว้วางใจและ มีความยืดหยุ่นสูง ระบบบริหารงานและการบังคับบัญชาภายในองค์กรมีความสั้นกระชับรวดเร็ว ซึ่งทำให้เรา position ตัวเอง ณ ปัจจุบันเป็น Boutique House ซึ่งจะเติบโตเป็นกึ่ง Commodity House ที่ให้บริการลูกค้าแบบ One Stop Service ได้เต็มรูปแบบและครบวงจร เพราะการแข่งขันในตลาดสูงขึ้น เราก็ต้องมีรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงและดูแล โดยมุ่งเน้นการบริหารความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้า เพราะจุดแข็งของเราต่างจากโบรกเกอร์ที่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ ที่เขามี Source of Funding ถูกกว่าเรา และ captital ก็ ไม่จำกัด ”

intv-inside01

ธราภุช ให้ความมั่นใจว่า เขาได้รับการวางตัวมารับผิดชอบธุรกิจนี้ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นทายาท แต่เพราะความรู้ความสามารถตรงกับงาน แต่นอกจากเขาจะทำเต็มร้อยให้กับธุรกิจในฐานะมืออาชีพแล้ว ความห่วงใยต่อองค์กรในฐานะเจ้าของกิจการก็ทำให้เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจและเวลาให้กับงานจนแทบจะลืมวันลืมคืน

“ผมมีหน้าที่ดูภาพรวมของธุรกิจทองคำ ช่วยดูการลงทุนพอร์ตของบริษัทบ้าง และนานๆทีก็ดู IB (Investment Banking) บ้าง บริษัทมี 400-500 คน บุคลากรส่วนใหญ่ก็คือ มาร์เก็ตติ้ง ตึกสำนักงานใหญ่ของเราอยู่ที่อาคาร All Seasons พื้นที่ทั้งหมดรวม 3 ชั้น ตารางงานแต่ละวันของผม เริ่มจากตื่นเจ็ดโมงครึ่ง ไปประชุม ธุรกิจทองเริ่มเก้าโมงกว่า ตัวผมเองเวลาก็ต้องอยู่ออฟฟิศจนดึกทุกวัน  โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ราคาผันผวนจริงๆ ก็ต้องมีคนคอยดูแลอยู่ที่ออฟฟิศด้วย ส่วนใหญ่ก็ประชุมเกือบตลอด โชคดีที่ Holding มีพนักงานรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทกับองค์กร พร้อมเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ”

และสำหรับอาชีพที่มีหน้าที่ศึกษาติดตามวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจชนิดที่ต้องคอยจับจ้องความเป็นไปกันเป็นนาทีต่อนาที หลายคนคงอยากรู้ว่า เขามองภาพประเทศไทยและมองแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกอย่างไร ธราภุช ถอนใจก่อนจะตอบว่า

“เสียดายครับ…ประเทศไทยเราทรัพยากรมากมาย มีพื้นฐานที่ดีหลายอย่าง แต่ประเทศไทยบอบช้ำมาเยอะ

แต่สำหรับเศรษฐกิจโลก ผมคิดว่าถ้าแยกพิจารณาเป็นส่วนๆ ผมว่าปัญหาในยุโรปคงดำเนินต่อไปอีกนาน เพราะมันเป็นเรื่องของโครงสร้างสังคม วิธีการใช้ชีวิตที่มี Subsidy เยอะเกิน คนมีความกระตือรือร้นในการทำงานน้อย ถ้าสังเกตดีๆ คนในยุโรปทำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมง พักกลางวันตั้งสามชั่วโมง productivity ในการผลิตน้อยลงขนาดนั้น เกิดเป็นวงจรอุบาทว์ งานก็ทำน้อย เงินก็น้อย ประชานิยมเยอะ สุดท้ายก็จะวนเป็น spiral ไปเรื่อยๆ ผมมองว่า มันต้องมี structural change อย่างชัดเจนที่ทำให้คนของเขาขยันขึ้น ซึ่งมันคงต้องเป็นการแตกหักของรัฐบาลที่จะไม่ยอมเรื่องการสนับสนุนที่เยอะเกินไป เช่น ใครตกงานก็ยังมี standard living เท่าคนทำงานได้ ในการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างต้องใช้เวลานานมาก กลับกันที่อเมริกา ผมมองว่าคนส่วนมากยังขยันทำงาน เพียงแต่มีการใช้จ่ายเงินทองเยอะ มีการนำเงินในอนาคตมาใช้กับปัจจุบันมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น Housing Loan หรือ car leasing จึงเกิดปัญหาเรื่องซับไพรม์ขึ้น แต่หากตอนนี้ทุกอย่างมันมีการแก้ไข มีการเปลี่ยนแปลง โอกาสที่อเมริกาจะฟื้นตัวได้เร็วก็มีสูงมาก เพราะอเมริกาเป็นประเทศที่สร้างกติกาโลก ยกตัวอย่างเช่น การที่เขาปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ำติดดิน อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างบ้าคลั่ง ผมว่า มันคือ money game นะ ให้เงินมัน Surplus ล้นจากอเมริกาให้หมด แล้ว ณ วันหนึ่ง พอดอลลาร์มูลค่าด้อย อเมริกาติดหนี้คนจีนซึ่งเป็นหนี้สินดอลลาร์ มูลค่าหนี้สินมันก็น้อยค่าลง พูดง่ายๆ มันก็คือเกมที่เค้าเป็นเจ้ามือ การที่เขาอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ เงินไหลไปทั่วโลก มา extract yield ในประเทศไทย ในตลาดหุ้น ตลาดบอนด์ พอสุดท้ายเขาดูดเงินทั้งระบบกลับ การที่เขาควบคุมเกมการเงินได้ทั้งโลกแบบนี้ ทำให้โอกาสที่อเมริกาจะฟื้นตัวได้เร็วจึงมีมากกว่า

สำหรับจีน ผมมองว่า การที่เขาปกครองในระบอบคอมมูนิสต์ รัฐบาลแข็งแรงในการบริหารจัดการมาก ในระยะสั้นๆ คงไม่มี hard landing เกิดขึ้นในจีน เพราะจีนเป็น Real Sector และเป็น Real Consumption แต่ที่ผ่านมา การที่เศรษฐกิจจีน slow down เป็นเพราะเขาไปอัดเรื่อง Infrastructure เยอะ แล้วพอเศรษฐกิจโลกมันไม่ดีมาก ยังไงของจีนผลิตมาก็ต้องขายใครสักคน แม้ local consumption จะมีมาก แต่การส่งออกก็สำคัญกว่า พอทั่วโลก slow down จีนก็เลยสะดุด อย่างไรก็ดี ความสามารถในการกุมอำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาล การบริหารนโยบายทางการเงินเพื่อไม่ให้มีวิกฤตจะทำได้ดีกว่าหลายๆประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมดอกเบี้ย การตรึงค่าเงิน เขาสามารถคุมได้ชัดเจนจนเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดความเสียหาย”

intv-inside03

สำหรับคนทำงานธุรกิจที่ต้องเผชิญกับตัวแปรต่างๆ ที่ทำให้เกิดความผันผวนได้ตลอดเวลา การบริหารจัดการความเสี่ยง การรับมือกับผลกระทบและสิ่งที่ไม่คาดฝัน คงเป็นการยากที่จะหลีกหนีความเครียดไปได้ง่ายๆ หากไม่มีสติที่แข็งแกร่ง

“ผมเป็นคนใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล เคารพหลักการ แต่ก็ปล่อยวางได้ ไม่ทุกข์มาก ไม่สุขมากจนเกินไปครับ และผมโชคดีที่ครอบครัวอยู่ในสายงานเดียวกัน สามารถให้คำแนะนำปรึกษาได้เวลาที่เรามีคำถาม ส่วนใหญ่ผมเป็นคนที่คุยกับคุณพ่อคุณแม่เยอะอยู่แล้วครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องชีวิต เรื่องครอบครัว หรือแม้แต่เรื่องการลงทุนผมก็จะคุยกับคุณพ่อคุณแม่หมด ผมเป็นคนที่เปิดเผยกับครอบครัว เพราะเห็นว่าครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ”

นอกเหนือจากมีครอบครัวเป็นแรงสนับสนุนและเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ยังมีบุคคลตัวอย่างอีกหลายท่าน ที่หนุ่มเซนต์ เคารพและนับถือในแนวทางสู่ความสำเร็จ ทั้งในด้านการบริหารบุคคล ด้านธุรกิจ และการลงทุน

“ความจริงมีหลายคนที่อยากพูดถึงแต่เป็นสายงานคนละมิติกัน ผมนับถือหลายคน หลายจุดยืนในเรื่องการบริหารบุคคล ผมนับถือความสามารถของ คุณอาสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ท่านเป็นคนเก่งมาก ในด้านการบริหารจัดการ

ด้านการลงทุน คนที่มีวิสัยทัศน์มองภาพกว้าง ผมนับถือ ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ท่านมีฐานข้อมูลในการวิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจได้หลักแหลม ผมเชื่อว่าปัจจุบันท่านน่าจะมีทรัพย์สินหลายพันล้าน แต่มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่ยึดติด ท่านมีมุมมองการลงทุนที่ดีเยี่ยม มีมิติในการคิด มีการวิเคราะห์ที่ทำให้เห็นโครงสร้างเศรษฐกิจระดับแมคโคร ซึ่งเป็นทักษะการวิเคราะห์ที่ยากกว่าการวิเคราะห์ในเชิงตัวเลข มองเห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ท่านชอบศึกษาประวัติศาสตร์  เป็นคนที่น่านับถือมากสำหรับเรื่องความรู้ความเข้าใจในภาพเศรษฐกิจ

อีกท่านหนึ่งที่ผมนับถือมากคือ คุณลุงของผม โอฬาร คูหาเปรมกิจ ท่านมีวิสัยทัศน์ดีมาก ท่านเป็นคนที่ขยันศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา แม้ว่าตอนนี้ท่านจะมีอายุมากแล้วแต่ก็ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ชอบอ่านหนังสือ เพิ่มเติมความรู้อย่าง ไม่หยุดนิ่ง ทำให้สามารถวิเคราะห์ มองอนาคตได้ไกลขึ้น”

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า ธราภุช นั้นทุ่มใจให้เกินร้อยแน่นอนกับงานที่ทำในปัจจุบัน แต่ถ้าแอบถามถึงความใฝ่ฝันในระยะยาว หนุ่มคนนี้กระซิบว่า ความฝันของเขาคือการมีวิถีชีวิตที่สุขสงบ

“สำหรับตอนนี้เป้าหมายในงานหลักก็คือบริหารธุรกิจของครอบครัว แต่ถ้าผมเลือกได้นะครับ ผมอยากเป็นนักลงทุนฟูลไทม์ อยู่สบายๆ มีบ้านบนเขาสักหลัง นั่งเล่นหุ้น ไม่มีอะไรวุ่นวาย มีชีวิตช้าๆครับ เพราะโดยธรรมชาติของผมเอง ผมชอบอ่าน ชอบวิเคราะห์ ชอบมีเวลาในการคิดตัดสินใจ และอยากมองเห็นอะไรในภาพกว้าง การบริหารจัดการคนในองค์กรเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะสูง การลงทุนจึงมีเสน่ห์สำหรับผมมากกว่าในความเป็นตัวของตัวเอง อย่างไรก็ตามหน้าที่ขององค์กรที่ได้รับผิดชอบตอนนี้ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องจังหวะและโอกาส ทุกวันนี้ผมหวังว่าจะทำให้องค์กรเติบโตขึ้นมาแข็งแรง”

ชีวิตแสนสุขในฝันของ ธราภุช คูหาเปรมกิจ คงหมายถึงช่วงเวลาที่เขามั่นใจแล้วว่า ธุรกิจครอบครัวไปได้สวยจนถึงขั้นที่วางใจและวางมือได้ เวลาว่างทุกวันนี้มีน้อยเต็มที แต่ถ้าว่างจริงๆ เขาก็ชอบไปทะเล มีความสุขง่ายๆกับครอบครัว การออกกำลังกาย และสัตว์เลี้ยงตัวโปรด

“หลังเลิกงานถ้ามีเวลา ผมก็ออกกำลังกาย ต่อยมวย ที่ RSM ทองหล่อ ช่วงหัวค่ำ ถ้าว่างก็ไปทานข้าวกับเพื่อนๆบ้าง ผมเป็นชอบอยู่กับหมาครับ ที่บ้านหมาเยอะมาก มีเป็นสิบตัว”

ถึงจะทำงานหนัก แต่ยามว่างก็ใช่ว่าจะปรนเปรอตัวเองจนล้น เขาย้ำว่า เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย แต่ถ้าถามถึงเมนูที่ชื่นชอบ หนุ่มเซนต์ชอบอาหารญี่ปุ่น ร้านโปรดที่เขาแวะไปทานบ่อยคือ Tenyu Grand ย่านสาธร  ร้านเด่นขวัญใจไฮโซเซเลบที่เพิ่งเปิดไม่นานก็ดังเปรี้ยงปร้าง ส่วนเรื่องเที่ยวเตร่ตามประสาคนหนุ่มทั่วไปนั้น นักบริหารคนนี้ออกตัวว่า ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองชักแก่ ไม่ค่อยเที่ยวกลางคืน (หัวเราะ) และย้ำว่าเขาเป็นคนชอบความสงบ ชีวิตส่วนตัวเรียบง่าย กับเพื่อนฝูงกลุ่มเล็กๆ มีเที่ยวเตร่แฮงก์เอ้าท์กันบ้าง จึงอาจมีคนแอบเห็นเขาไปแฮงก์เอ้าท์กับเพื่อนสนิทที่ฟาราเบลลา หรือไม่ก็ ซิการ์บาร์ ที่คอนราด บ้างเป็นครั้งคราว

ส่วนใครจะสอดส่ายสายตามองหาสาวสวยข้างกาย ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาในแวดวงข่าวบันเทิง ช่วงนี้คงจะไม่เจอ เพราะหนุ่มเซนต์บอกด้วยใบหน้ายิ้มๆ ว่า “ตอนนี้โสดแล้วครับ”  ซึ่งไม่ว่าจะโสดนานหรือไม่นาน สถานะนี้คงเป็นข่าวดีของสาวๆ ที่ปรารถนาจะมาผูกสัมพันธ์กับหนุ่มนักบริหารรุ่นใหม่มากวิสัยทัศน์ สายเลือดทองคำ ธราภุช คูหาเปรมกิจ เจ้าของมาดนุ่มสุขุมลุ่มลึกคนนี้ …ใครโชคดี อาจได้ร่วมผลิตทายาทรุ่นที่สี่มาช่วยกันสืบทอดความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร โกลเบล็ก รุ่นต่อๆไป ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่งจากหลักพันล้านเป็นหมื่นแสนล้าน…ในอีกไม่นานเกินรอ


Interview  : Wannasiri Srivarathanabul

Photo: www.at-Bangkok.com
Editor@HiclassSociety.com

Related contents:

You may also like...